โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิด 7 เคส 'ปล้น-แฮกคริปโทเคอร์เรนซี ครั้งใหญ่สุดในโลก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นกับ"ไบแนนซ์" (Binance) แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลให้เกิดความเสียหายซึ่งมีการประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 6.3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 2.12 แสนล้านบาท) ซึ่งอาจเป็นเหตุการณ์โจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

Binance ระบุว่า บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรในการอายัดสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ โดยจนถึงขณะนี้สามารถติดตามพบสินทรัพย์แล้วประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ แต่ยังไม่ได้เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับสินทรัพย์ส่วนที่เหลืออีก 3.3 พันล้านดอลลาร์

อี้ เหอ ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance กล่าวว่า บริษัทจะรับผิดชอบ “ความเสียหายทั้งหมดจากการถูกแฮก”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีเผชิญเหตุการณ์โจรกรรมหลายครั้ง ซึ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับ "ความปลอดภัยของเงินทุนลูกค้า" และอาจทำให้นักลงทุนต้องกลับมาทบทวนความเสี่ยงของการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลอีกครั้ง

รอยเตอร์สรวบรวมเหตุการณ์โจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่บิตคอยน์ถือกำเนิดขึ้นในปี 2008 ดังนี้

1. ไบแนนซ์ (Binance)

ปี: ตุลาคม 2026
ความเสียหาย: ประมาณ 6,300 ล้านดอลลาร์
เกิดอะไรขึ้น: แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีใหญ่ที่สุดในโลกเผชิญเหตุการณ์เจาะระบบด้านความปลอดภัย ส่งผลให้เกิดความเสียหายประเมินเบื้องต้น 6.3 พันล้านดอลลาร์ โดยบริษัททำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อติดตามและอายัดสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจนถึงขณะนี้ติดตามพบแล้วประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์

2. บายบิท (Bybit)

ปี: กุมภาพันธ์ 2025
ความเสียหาย: 1,500 ล้านดอลลาร์
เกิดอะไรขึ้น: แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ รายนี้ ถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ จากกระเป๋าเงินแบบ Cold Wallet ซึ่งใช้เก็บโทเคน Ether โดยกระเป๋าเงินประเภทนี้มักเก็บข้อมูลไว้แบบออฟไลน์ จึงถือว่ามีความปลอดภัยสูงกว่ากระเป๋าเงินที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Hot Wallet)

3. โพลี เน็ตเวิร์ก (Poly Network)

ปี: สิงหาคม 2021
ความเสียหาย: 610 ล้านดอลลาร์
เกิดอะไรขึ้น: แพลตฟอร์มที่ให้บริการทำธุรกรรมโทเคนระหว่างผู้ใช้งานโดยตรงถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่า 610 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่แฮกเกอร์จะคืนสินทรัพย์ที่ขโมยไปเกือบทั้งหมด เหตุการณ์นี้สะท้อนช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในอุตสาหกรรมการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้งานปล่อยกู้ กู้ยืม และออมสินทรัพย์ดิจิทัลได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางทางการเงินแบบดั้งเดิม เช่น ธนาคารและแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์

4. โรนิน เน็ตเวิร์ก (Ronin Network)

ปี: มีนาคม 2022
ความเสียหาย: ประมาณ 540 ล้านดอลลาร์
เกิดอะไรขึ้น: เครือข่ายที่รองรับการโอนคริปโทเคอร์เรนซีระหว่างบล็อกเชนต่างๆ ซึ่งเชื่อมโยงกับเกมออนไลน์ยอดนิยม Axie Infinity ถูกแฮกเกอร์ขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลประมาณ 540 ล้านดอลลาร์ โดยสินทรัพย์ที่ถูกโจรกรรมประกอบด้วยโทเคนอีเธอร์ประมาณ 173,600 เหรียญ และ USD Coin อีก 25.5 ล้านเหรียญ

5. คอยน์เช็ก (Coincheck)

ปี: มกราคม 2018
ความเสียหาย: 530 ล้านดอลลาร์
เกิดอะไรขึ้น: แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทในกรุงโตเกียวรายนี้ ถูกโจรกรรมสินทรัพย์มูลค่า 530 ล้านดอลลาร์ หลังแฮกเกอร์เจาะระบบกระเป๋าเงินแบบ Hot Wallet ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและขโมยสินทรัพย์ออกไป เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ โดยหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ระบุในขณะนั้นว่า กลุ่มแฮกเกอร์จากเกาหลีเหนืออาจอยู่เบื้องหลังการโจรกรรมครั้งนี้

6. เมาท์ก็อกซ์ (Mt. Gox)

ปี: 2011-2014
ความเสียหาย: ประมาณ 470 ล้านดอลลาร์
เกิดอะไรขึ้น: แพลตฟอร์มซื้อขายบิตคอยน์ในกรุงโตเกียวรายนี้ เผชิญเหตุการณ์โจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงปี 2011-2014 ก่อนล้มละลาย โดยมูลค่าความเสียหายที่รายงานในช่วงการล่มละลายอยู่ที่ประมาณ 470 ล้านดอลลาร์

7. เวิร์มโฮล (Wormhole)

ปี: กุมภาพันธ์ 2022
ความเสียหาย: 320 ล้านดอลลาร์
เกิดอะไรขึ้น: แพลตฟอร์มการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ถูกแฮกเกอร์ขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวน 120,000 โทเคน ซึ่งเชื่อมโยงกับอีเธอร์มูลค่า 320 ล้านดอลลาร์ ต่อมาธุรกิจด้านคริปโทฯ ของ Jump Trading บริษัทซื้อขายสินทรัพย์ในชิคาโก ซึ่งเข้าซื้อกิจการผู้พัฒนา Wormhole ไปเมื่อปีก่อนหน้า ได้เข้ามาชดเชยสินทรัพย์ที่สูญหายไปแทน

ที่มา: Reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...