จับผู้ต้องหาขายสื่อลามกอนาจาร ผู้เสียหายมากกว่า 100 คน
วันนี้ (29 ต.ค.2569) เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านพักและร้านซ่อมโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ พร้อมจับกุม นายภูวนัต ตามหมายจับศาลอาญา
จากการตรวจค้นบ้านพักนายภูวนัต เจ้าหน้าที่พบภาพและคลิปที่มีลักษณะลามกอนาจารของเด็กและผู้ใหญ่ จำนวนมากภายในคอมพิวเตอร์ รวมถึงโฟลเดอร์ที่จัดแยกตามชื่อผู้เสียหายมากกว่า 10 โฟลเดอร์
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดรวม 15 รายการ เช่น คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง, ฮาร์ดดิสก์ 1 เครื่อง, เมมโมรีการ์ด 1 ชิ้น และแฟลชไดรฟ์ 1 ชิ้น โดยนำไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งตรวจสอบข้อมูลและเส้นทางการติดต่อสื่อสาร รวมถึงขยายผลถึงบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง
นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ ร่วมแถลงข่าว เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นการขยายผล หลังเจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงกับเว็บไซต์และกลุ่ม Telegram ซึ่งมีพฤติการณ์เผยแพร่และจำหน่ายสื่อลามกอนาจาร โดยเรียกเก็บค่าสมาชิก ในลักษณะของการจ่ายรายเดือน
อีกทั้งยังพบพฤติการณ์นำภาพและคลิปของบุคคลอื่นมาเผยแพร่ โดยไม่ได้รับความยินยอม ส่งผลให้ผู้เสียหายได้รับความอับอายและถูกคุกคามจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือกลุ่มเด็กหญิงที่มีหน้าตาสวยในสื่อสังคมออนไลน์
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง 3 คนใน 3 จังหวัด โดยนายธัชพล สามารถจับกุมได้ที่ จ.กาญจนบุรี ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเว็บไซต์และกลุ่ม Telegram, นายทรงวุฒิ จับกุมได้ที่ จ.ราชบุรี พบทำหน้าที่เป็นบัญชีม้า และนายธนากร จับกุมได้ที่ จ.ตรัง มีพฤติกรรมหลอกลวงผู้เสียหายให้แสดงพฤติกรรมลามก ก่อนที่จะบันทึกภาพและนำไปเผยแพร่ โดยจะคัดเลือกเหยื่อ ซึ่งมีชื่อเสียงในโซเชียลมีเดีย ก่อนทักไปพูดคุยและเสนอเงินให้ เพื่อแลกกับการส่งภาพอนาจารกลับมา
กระทั่งเจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงถึงนายภูวนัต จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ ในฐานความผิดนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ พร้อมตรวจค้นร้านมือถือ พบหลักฐานเป็นคลิปของผู้เสียหายจำนวนมาก
จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียหายเป็นเยาวชนชาวไทยและชาวต่างชาติมากกว่า 100 คน ส่วนกลุ่มสมาชิกมีประมาณ 20,000 คน ภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น พบว่ามีการปิดกลุ่มอย่างรวดเร็ว หลังจากนี้จะขยายผลเพื่อเอาผิดในข้อหาเกี่ยวกับการครอบครองสื่อลามกอนาจาร โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน
อ่านข่าว :
นายกฯ เอาผิด "ชัยรัตน์-รักชนก" ปล่อยข้อมูลเท็จ-แชร์สลิปน้ำชา 7 ล้าน
"ช่างเอ๋" แจงเงินเข้าบัญชีค่าสร้างพูลวิลล่า ยันไม่เกี่ยวเงินองค์กรทำดี
ศุลกากรแม่สายยึดยาบ้า 2.74 ล้านเม็ด ซุกที่นอน–โซฟา มูลค่า 137 ล้านบาท