โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แคนาดาถกเดือด โลกร้อน - ฟาร์มปลา ใครทำร้าย ‘แซลมอนสีชมพู’

SpringNews

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปรากฏการณ์การกลับมาวางไข่ของปลาแซลมอนสีชมพู (Pink Salmon) นับล้านตัวในแม่น้ำเฟรเซอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย ชายฝั่งตะวันตกของแคนาดา กำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รัฐบาล และภาคอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และคำตอบที่ได้อาจกำหนดอนาคตด้านเศรษฐกิจ ชุมชนชายฝั่ง และของระบบนิเวศทางทะเลในวงกว้าง

ความขัดแย่งเกิดขึ้น หลังกลุ่มนักวิจัยภาคสนามและชนพื้นเมืองระบุว่า จำนวนปลาแซลมอนสีชมพูที่พุ่งสูงขึ้นเป็นผลตรงมาจากการที่รัฐบาลกลาง ‘สั่งปิดฟาร์มเลี้ยงปลาแซลมอนกระชังเปิด’ รอบหมู่เกาะดิสคัฟเวอรีไปแล้วกว่าครึ่งตั้งแต่ปี 2019 โดยข้อมูลภาคสนามชี้ว่าอัตราการติดเหาทะเลและปรสิตในลูกปลาลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ปลาป่ามีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้น จึงเรียกร้องให้รัฐบาลบังคับใช้มาตรการห้ามทำฟาร์มกระชังเปิดทั้งหมดภายในปี 2029 ตามที่เคยประกาศไว้

ขณะที่กรมประมงและมหาสมุทรแคนาดา (DFO) รวมถึงนักวิชาการบางส่วนกลับออกมาแสดงความเห็นต่าง อ้างอิงจากรายงานประเมินความเสี่ยง 9 ฉบับของ DFO ที่ระบุว่า ‘การทำฟาร์มปลาส่งผลกระทบน้อยมากต่อแซลมอนในธรรมชาติ’ และสาเหตุที่แซลมอนสีชมพูกลับมาฟื้นฟูจำนวนประชากรในช่วงนี้ อาจเป็นเพราะพวกมันสามารถปรับตัวให้ทนทานต่อภาวะมหาสมุทรที่ร้อนขึ้นได้ดีกว่าสายพันธุ์อื่น เช่น แซลมอนซ็อกอาย (Sockeye) ที่ประชากรยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการปิดฟาร์มปลาไปแล้วก็ตาม

พวกเขายังต่อต้านการสั่งปิดฟาร์มปลาหลังจากนี้ เพราะหากมองผ่านมิติทางเศรษฐกิจและการดำรงชีวิต จะพบว่าการปิดฟาร์มปลาส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ทำให้กำลังการผลิตปลาแซลมอนลดลงถึง 45% คนงานหลายร้อยคนต้องตกงาน และกระทบต่อเศรษฐกิจของเมืองชายฝั่งที่มีอาชีพหลักเป็นการประมง ยิ่งไปกว่านั้น ห้างสรรพสินค้าในแคนาดายังต้องหันพึ่งพาการนำเข้าปลาแซลมอนจากนอร์เวย์และไอซ์แลนด์เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า เพื่อชดเชยผลผลิตในประเทศที่หายไป

ส่วนทางออกในการย้ายฟาร์มขึ้นมาเลี้ยงบนบกด้วยระบบหมุนเวียนน้ำ (RAS) นั้น ยังคงเผชิญความท้าทายจากต้นทุนที่สูงและผลตอบแทนที่ต่ำ ทำให้ยังไม่สามารถทดแทนอุตสาหกรรมฟาร์มปลาแบบเดิมได้

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลแคนาดายังคงสงวนท่าทีเพื่อพิจารณาแนวทางต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน ท่ามกลางแรงกดดันจากชุมชนท้องถิ่นที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทั้งด้านการหาเลี้ยงปากท้องและปัญหาสิ่งแวดล้อม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...