แคนาดาถกเดือด โลกร้อน - ฟาร์มปลา ใครทำร้าย ‘แซลมอนสีชมพู’
ปรากฏการณ์การกลับมาวางไข่ของปลาแซลมอนสีชมพู (Pink Salmon) นับล้านตัวในแม่น้ำเฟรเซอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย ชายฝั่งตะวันตกของแคนาดา กำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รัฐบาล และภาคอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และคำตอบที่ได้อาจกำหนดอนาคตด้านเศรษฐกิจ ชุมชนชายฝั่ง และของระบบนิเวศทางทะเลในวงกว้าง
ความขัดแย่งเกิดขึ้น หลังกลุ่มนักวิจัยภาคสนามและชนพื้นเมืองระบุว่า จำนวนปลาแซลมอนสีชมพูที่พุ่งสูงขึ้นเป็นผลตรงมาจากการที่รัฐบาลกลาง ‘สั่งปิดฟาร์มเลี้ยงปลาแซลมอนกระชังเปิด’ รอบหมู่เกาะดิสคัฟเวอรีไปแล้วกว่าครึ่งตั้งแต่ปี 2019 โดยข้อมูลภาคสนามชี้ว่าอัตราการติดเหาทะเลและปรสิตในลูกปลาลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ปลาป่ามีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้น จึงเรียกร้องให้รัฐบาลบังคับใช้มาตรการห้ามทำฟาร์มกระชังเปิดทั้งหมดภายในปี 2029 ตามที่เคยประกาศไว้
ขณะที่กรมประมงและมหาสมุทรแคนาดา (DFO) รวมถึงนักวิชาการบางส่วนกลับออกมาแสดงความเห็นต่าง อ้างอิงจากรายงานประเมินความเสี่ยง 9 ฉบับของ DFO ที่ระบุว่า ‘การทำฟาร์มปลาส่งผลกระทบน้อยมากต่อแซลมอนในธรรมชาติ’ และสาเหตุที่แซลมอนสีชมพูกลับมาฟื้นฟูจำนวนประชากรในช่วงนี้ อาจเป็นเพราะพวกมันสามารถปรับตัวให้ทนทานต่อภาวะมหาสมุทรที่ร้อนขึ้นได้ดีกว่าสายพันธุ์อื่น เช่น แซลมอนซ็อกอาย (Sockeye) ที่ประชากรยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการปิดฟาร์มปลาไปแล้วก็ตาม
พวกเขายังต่อต้านการสั่งปิดฟาร์มปลาหลังจากนี้ เพราะหากมองผ่านมิติทางเศรษฐกิจและการดำรงชีวิต จะพบว่าการปิดฟาร์มปลาส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ทำให้กำลังการผลิตปลาแซลมอนลดลงถึง 45% คนงานหลายร้อยคนต้องตกงาน และกระทบต่อเศรษฐกิจของเมืองชายฝั่งที่มีอาชีพหลักเป็นการประมง ยิ่งไปกว่านั้น ห้างสรรพสินค้าในแคนาดายังต้องหันพึ่งพาการนำเข้าปลาแซลมอนจากนอร์เวย์และไอซ์แลนด์เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า เพื่อชดเชยผลผลิตในประเทศที่หายไป
ส่วนทางออกในการย้ายฟาร์มขึ้นมาเลี้ยงบนบกด้วยระบบหมุนเวียนน้ำ (RAS) นั้น ยังคงเผชิญความท้าทายจากต้นทุนที่สูงและผลตอบแทนที่ต่ำ ทำให้ยังไม่สามารถทดแทนอุตสาหกรรมฟาร์มปลาแบบเดิมได้
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลแคนาดายังคงสงวนท่าทีเพื่อพิจารณาแนวทางต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน ท่ามกลางแรงกดดันจากชุมชนท้องถิ่นที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทั้งด้านการหาเลี้ยงปากท้องและปัญหาสิ่งแวดล้อม