โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกมันโหดร้าย อย่าไปไว้ใจคนอื่น! ทำไมคนรุ่นใหม่ไม่กล้าไว้ใจคนอื่นในที่ทำงาน

The MATTER

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Lifestyle

ประชุมเสนองานเสร็จ หัวหน้าก็บอกว่า “ไอเดียน่าสนใจ เดี๋ยวลองไปคุยกับอีกทีมดู” แต่พอหัวหน้าลับตาไป ก็มีเสียงแว่วๆ จากน้องข้างๆ ว่า “เขาชอบไอเดียทีมเราจริงไหม หรือแค่ตอบเอาใจกันเฉยๆ”

ในมุมมองคนทำงานมาสักพักก็คิดว่าหัวหน้าคงชมเพราะชอบไอเดียจริงๆ แต่พอได้ยินน้องว่าอย่างนั้น ก็นึกสงสัยในใจว่า ทำไมน้องไม่ไว้ใจคนอื่นขนาดนี้นะ

แต่ก็ว่าไม่ได้หรอก เพราะจากผลสำรวจของโครงการสำรวจทางสังคมวิทยาขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกา (General Social Survey) ชี้ให้เห็นว่า มี Gen Z เพียง 13% เท่านั้นที่คิดว่าคนส่วนใหญ่สามารถไว้ใจได้ ขณะที่ Gen Y หรือ มิลเลนเนียล (Millennials) อยู่ที่ 24%, Gen X 30% และ บูมเมอร์ (Boomers) 29%

จากสถิตินี้จึงเห็นได้ว่า เปอร์เซ็นต์ความไว้ใจคนอื่นระหว่าง Gen Z กับคนกลุ่มอื่นๆ มีระยะห่างกันอยู่พอสมควร ซึ่งสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับคน Gen Z จนนำไปสู่ผลกระทบต่อการเชื่อใจผู้อื่น

แล้วยิ่งในยุคสมัยนี้ที่บรรดาชาว Gen Z เริ่มขยับเข้าสู่สังคมการทำงานมากขึ้น วิธีการมองสังคมของพวกเขาจึงถูกส่งต่อมาที่สังคมการทำงานด้วยเช่นกัน โดยผลสำรวจจาก Workday หน่วยงานผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ บริหารทรัพยากรบุคคล ได้เผยว่า คน Gen Z มีแนวโน้มบอกว่า ไม่ไว้ใจเพื่อนร่วมงานสูงกว่า Gen X ถึง 16 เท่า

การไม่ไว้ในที่ทำงานสามารถปรากฏได้ในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น เมื่อหัวหน้าชมงานก็เกิดคำถามขึ้นมาว่าเขาชมเพราะเห็นว่างานดีจริงๆ หรือมีเหตุผลอื่นอยู่เบื้องหลัง เมื่อเพื่อนร่วมงานเสนอตัวเข้ามาช่วยงานก็อดสงสัยไม่ได้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรตอบแทนหรือไม่ หรือแม้แต่การถูกเรียกไปพูดคุยเรื่องงานก็อาจทำให้บางคนเริ่มคิดไปก่อนว่า เราทำอะไรผิด หรือ กำลังจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเราหรือเปล่า ทั้งที่ความจริงอาจไม่เป็นอย่างที่เราคิดเลยก็ได้

การไม่เชื่อใจคนในที่ทำงานจนเกินไป ก็อาจทำให้ต่างฝ่ายต่างทำงานร่วมกันยากขึ้น พอมีคนวาดระแวงอยู่ตลอด แค่พฤติกรรมหรือคำพูดธรรมดาๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานก็อาจถูกตีความไปในทางลบได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจทำให้การทำงานแต่ละขั้นตอนที่ต้องอาศัยการร่วมมือกันเป็นเรื่องยากกว่าเดิม

ทำไม Gen Z ถึงไม่ไว้ใจใคร แม้แต่คนที่ทำงาน?

เหตุผลที่ Gen Z ไม่ไว้ใจใคร แม้กระทั่งคนที่ทำงานน ไรอัน เบิร์จ (Ryan Burge) ศาสตราจารย์และนักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน อธิบายถึงสาเหตุเอาไว้ว่า ในยุคสมัยปัจจุบัน ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นออนไลน์ไปเสียทั้งหมด คน Gen Z คือคนที่เติบโตมาท่ามกลางโลกยุคออนไลน์ ทำให้ทักษะซอฟต์สกิล หลายอย่างลดลง โดยเฉพาะทักษะการเข้าสังคม

นอกจากนี้ เบิร์จยังมองว่า การที่โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่เปิดกว้างแบ่งปันข้อมูลหรือประสบการณ์ของบุคคลได้อย่างอิสระ ทำให้คนรุ่นใหม่หลายคนเห็นคอนเทนต์เกี่ยวกับทำงานได้เยอะขึ้น ทั้งคอนเทนต์ที่พูดถึงความท็อกซิกของเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือปัญหาจากการทำงานกับคนนู้นคนนี้ จนส่งผลให้เด็ก Gen Z จำนวนไม่น้อยไม่กล้าไว้ใจคนในที่ทำงาน

ฉะนั้นแล้ว ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจของชาว Gen Z หลักๆ จึงมาจากแวดล้อมที่พวกเขาเติบโตขึ้นมา รวมถึงสื่อที่ดู ซึ่งหล่อหลอมตัวตน จนกลายเป็นเด็กสมัยนี้แบบที่คนยุคก่อนหน้าเรียกกันติดปาก

แล้วจะสร้างบรรยากาศที่น่าไว้ใจยังไงดี

เพื่อให้เหล่าคนรุ่นใหม่กล้าไว้ใจหรือเชื่อใจคนที่ทำงานได้ เราในฐานะเพื่อนร่วมงานก็สามารถสร้างแวดล้อมเช่นนั้นได้เหมือกัน โดยคำแนะนำจากคณะศาสตราจารย์สาขาด้านธุรกิจและการจัดการองค์กร มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดได้นำเสนอถึงวิธีการสร้างความเชื่อใจในที่ทำงานเอาไว้ ผ่าน Harvard Business Review ดังนี้

รับรู้อารมณ์ของคนอื่นช่วยสร้างความไว้ใจได้ง่ายขึ้น

เริ่มต้นจากการใส่ใจ เมื่อเราสามารถทำให้ฝ่ายตรงข้ามรับรู้ได้ว่า เราเข้าใจและใส่ใจความรู้สึกเขา อาจด้วยถามไถ่หลังประชุมว่าเป็นอย่างไรบ้างหรืองานช่วงนี้โอเคหรือเปล่า แค่คำถามเล็กๆ นี้เอง ที่ทำให้อีกฝ่ายรับรู้ได้ว่าความรู้สึกตัวเองได้รับการมองเห็นและยอมรับ จึงมีแนวโน้มที่จะรู้สึกปลอดภัยและเปิดใจต่อกันมากขึ้น

หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นให้เลือกพูดถึงอารมณ์ของอีกฝ่ายก่อน

เวลาต้องร่วมงานกับคนที่ดูไม่ค่อยไว้ใจคนอื่น เราอาจลองใช้อารมณ์เขาเป็นที่ตั้งมากกว่าเหตุการณ์ตรงหน้า ตัวอย่างเช่น หลังการประชุมอันแสนหนักหน่วงจบลง แทนที่จะพูดว่า ประชุมหนักมากเลย ลองเปลี่ยนเป็น ประชุมเมื่อกี้ทำเธอเครียดหรือเปล่า วิธีนี้จะช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงการมองเห็น และช่วยให้เกิดการยอมรับได้มากกว่า

อย่าเผลอเดาใจมากเกินไป

แม้ว่าการรับรู้อารมณ์ฝ่ายตรงข้ามจะเป็นเรื่องดี แต่บางทีเราก็ไม่ควรเดาใจเขาจนเกินไป เพราะหากเราคาดเดาและแสดงออกไปโดยที่ไม่ตรงกับความรู้สึกอีกฝ่ายจริงๆ อาจพาลทำให้ทุกอย่างแย่ลง แทนที่จะเปิดใจและยอมเชื่อใจเรา กลับกลายเป็นว่าสร้างกำแพงกั้นกลาง จนยากจะแก้ไข

ส่วนเหล่า Gen Z ก็อาจจะต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างพื้นที่ทำงานให้น่าอยู่ อย่าเพิ่งมองโลกในแง่ร้าย และคิดว่าทุกคนจะเข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์อย่างเดียว ลองเปิดใจและใช้วิจารณญาณพิจารณาความเหมาะสม เพื่อให้เรากับเพื่อนร่วมงานทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น

ท้ายสุดแล้ว เราอาจต้องทำความเข้าใจว่าการสร้างความเชื่อใจกับใครสักคนอาจไม่สามารถทำได้ทันทีภายในวันสองวัน มันอาจต้องใช้เวลามากกว่าที่เราคิด

แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ทุกคนต้องคำนึงไว้เสมอ คือเมื่อมีบทบาทมาครอบ ก็ต้องไม่ลืมที่จะคำนึงถึงผลกระทบที่อาจส่งไปถึงคนรอบข้างด้วย

การไว้ใจกันบ้าง ก็อาจช่วยให้การทำงานราบรื่นไปได้ดีขึ้น

อ้างอิงจาก

hbr.org

workday.com

fastcompanyme.com

graphsaboutreligion.com

Graphic Designer: Krittaporn Tochan (IG: krittochan)
Editorial Staff: Runchana Siripraphasuk

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...