โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมเอเชียนเกมส์ครั้งต่อไปถึงไม่ได้จัดใน 4 ปี แต่อาจจะเป็นอีก 5 ปีข้างหน้า

THE STANDARD

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • thestandard.co
ทำไมเอเชียนเกมส์ครั้งต่อไปถึงไม่ได้จัดใน 4 ปี แต่อาจจะเป็นอีก 5 ปีข้างหน้า

เย็นวันนี้ (4 ตุลาคม) มีพิธีปิดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ ไอจิ-นาโกยา เป็นเจ้าภาพ หลังจากที่มีการแข่งขันต่อเนื่องมากว่า 2 สัปดาห์ และไฮไลต์สำคัญ คือการส่งมอบธงสภาโอลิมปิกเอเชีย หรือ OCA ให้กับเจ้าภาพครั้งต่อไป นั่นคือ กาตาร์

ประเด็นสำคัญ

  • ทำไมต้องเป็น 2031?
  • ตั๋วโอลิมปิกอาจเป็นคำตอบ
  • ข้อดีคือเอเชียนเกมส์อาจได้ ‘นักกีฬาที่ดีที่สุด’ กลับมา
  • 2031 จึงอาจเปลี่ยนมากกว่าแค่ตัวเลขหลังชื่อเอเชียนเกมส์

แต่เดิมเอเชียนเกมส์ครั้งหน้า กาตาร์ มีกำหนดให้การแข่งขันในช่วงปลายปี 2030 ระหว่างวันที่ 4-19 พฤศจิกายน เนื่องจากเรื่องของสภาพอากาศที่อาจจะเหมาะแก่การแข่งขันกีฬามากกว่า

แต่เวลานี้เริ่มมีความเป็นไปได้ว่า อาจต้องรอเอเชียนเกมส์ครั้งต่อไปถึงปี 2031 หลัง OCA กำลังพิจารณาการเปลี่ยนวงรอบของเอเชียนเกมส์ครั้งสำคัญ ด้วยการขยับการแข่งขันจากปี 2030 ไปเป็นช่วงเวลาไม่กี่เดือนก่อนโอลิมปิก บริสเบน 2032

เหตุผลสำคัญไม่ใช่เพราะโดฮายังไม่พร้อม ตรงกันข้าม กาตาร์ยืนยันว่าแทบทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่เพราะ OCA กำลังมองว่า หากเอเชียนเกมส์สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคัดเลือกไปโอลิมปิกได้ มูลค่าของมหกรรมกีฬาแห่งเอเชียอาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ทำไมต้องเป็น 2031?

แนวคิดหลักของ OCA คือการวางเอเชียนเกมส์ไว้หนึ่งปีก่อนโอลิมปิกฤดูร้อน เพื่อให้การแข่งขันบางชนิดกีฬาสามารถทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับควอลิฟายด์ไปโอลิมปิกได้

หากแนวคิดนี้เกิดขึ้นจริง เอเชียนเกมส์ที่กรุงโดฮา จะถูกขยับจากปี 2030 ไปเป็นปลายปี 2031 ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาก่อน บริสเบน 2032 เพียงไม่กี่เดือน

คริสตี โคเวนทรี ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC แสดงท่าทีสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว โดยมองว่าการใช้การแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับทวีปเป็นส่วนหนึ่งของระบบคัดเลือกโอลิมปิกสามารถช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับระบบกีฬา

นั่นหมายความว่าเอเชียนเกมส์อาจไม่ได้มีเพียงเหรียญรางวัลเป็นเดิมพันอีกต่อไป แต่อาจมีตั๋วไปสู่โอลิมปิกอยู่บนโต๊ะด้วย

เหตุผลอีกด้านที่ทำให้แนวคิดนี้น่าสนใจ คือสถานะของ เอเชียนเกมส์ในปฏิทินกีฬาที่ต้องแข่งขันกับรายการระดับโลกจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

ในเอเชียนเกมส์ 2026 บางชาติอย่างจีนและญี่ปุ่นไม่ได้ส่งนักกีฬาชุดที่ดีที่สุดในบางประเภท ขณะที่การแข่งขันยังเผชิญปัญหาเรื่องจำนวนผู้ชมและรายได้

แถมเมื่อเวลาการแข่งขันทับซ้อนกับกีฬาอาชีพ โดยปราศจากแรงจูงใจ ทำให้นักกีฬาระดับโลกอย่าง เอเลนา รีบสคินา, อเล็กซานเดอร์ บูบลิก, นาโอมิ โอซากะ, อาฒยา ฐิติกุล, รยู แฮรัน หรือ ชิชชี อิวาอิ ไม่สะดวกที่จะเดินทางมาทำการแข่งขัน

เมื่อเอเชียนเกมส์ไม่ได้เป็นปลายทางสำคัญที่สุดสำหรับนักกีฬาบางชนิดกีฬา คำถามของ OCA จึงอาจไม่ใช่แค่ว่า ‘จะจัดเมื่อไร’ แต่คือ ‘ทำอย่างไรให้การแข่งขันรายการนี้กลับมามีความหมายมากพอ’ ที่จะดึงนักกีฬาที่ดีที่สุดของเอเชียกลับมา

ตั๋วโอลิมปิกอาจเป็นคำตอบ

OCA มองว่า หากลองเปลี่ยนเหรียญทองของการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ให้มาพร้อมโอกาสไปแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ ภาพของการแข่งขันอาจเปลี่ยนทันที

ชาติที่เคยเลือกส่งนักกีฬาชุดรองอาจต้องกลับมาทบทวน เพราะผลการแข่งขันสามารถเชื่อมโยงกับโอลิมปิก บริสเบน 2032 โดยตรง

สำหรับแฟนกีฬา ความน่าสนใจก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เพราะการแข่งขันไม่ได้จบลงเพียงบนโพเดียม แต่กลายเป็นบทแรกของเรื่องราวที่จะเดินต่อไปถึงโอลิมปิกในปีถัดไป

ในแง่นี้ การขยับเอเชียนเกมส์ไปอยู่ก่อนโอลิมปิกหนึ่งปี จึงอาจทำให้มหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียมี “เดิมพัน” ที่ชัดเจนขึ้น

แต่ปัญหาคือ คำว่า ‘ควอลิฟายด์ไปโอลิมปิก’ ไม่ได้ง่ายเหมือนการประกาศว่า ‘แชมป์เอเชียนเกมส์จะได้ไปโอลิมปิก’

แต่ละชนิดกีฬามีสหพันธ์นานาชาติ และมีระบบอันดับโลก มีช่วงเวลาคัดเลือกในการไปโอลิมปิก และยังมีเงื่อนไขแตกต่างกัน

ดังนั้น OCA ไม่สามารถเปลี่ยนเอเชียนเกมส์ให้เป็นรอบคัดเลือกได้เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องทำงานร่วมกับ IOC, องค์กรกีฬานานาชาติ และ คะณกรรมการโอลิมปิกแต่ละประเทศด้วย

การย้ายปีแข่งขันอาจทำได้บนปฏิทิน แต่การทำให้ผลการแข่งขันมีความหมายต่อการคัดเลือกไปโอลิมปิก คือโจทย์ที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก

ข้อดีคือเอเชียนเกมส์อาจได้ ‘นักกีฬาที่ดีที่สุด’ กลับมา

หากแนวคิดนี้ถูกทำจนสำเร็จ ผลประโยชน์ที่ชัดที่สุดคือคุณภาพของการแข่งขัน เพราะเมื่อมีตั๋วโอลิมปิกเกมส์เป็นเดิมพัน ชาติต่างๆ ย่อมมีแรงจูงใจส่งนักกีฬาระดับสูงมากขึ้น และนั่นช่วยยกระดับทั้งการแข่งขัน ผู้ชม สปอนเซอร์ และมูลค่าการถ่ายทอดสด

จากเดิมที่เอเชียนเกมส์เป็นมหกรรมใหญ่ซึ่งอยู่ระหว่างวงจร 4 ปีของโอลิมปิกเกมส์ ก็อาจกลายเป็น ‘ด่านสำคัญก่อนโอลิมปิก’ แทน

โมเดลนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด เพราะมหกรรมระดับทวีปอย่างแพน อเมริกาเกมส์ และยูโรเปียนเกมส์ ก็ถูกจัดในปีก่อนโอลิมปิกเกมส์เช่นกัน

แต่มีสิ่งที่ได้ ก็มีสิ่งที่ต้องแลก นั่นคือปฏิทินการแข่งขัน เพราะหนึ่งปีก่อนโอลิมปิก คือช่วงที่แทบทุกชนิดกีฬากำลังเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกอย่างเข้มข้นอยู่แล้ว ทั้งมหกรรมชิงแชมป์โลกต่างๆ, ทัวร์ต่างๆ รวมไปถึงกีฬาที่มีระบบอันดับโลก และรายการสะสมคะแนนต่างๆ

การนำเอเชียนเกมส์เข้าไปอยู่ตรงกลางจึงอาจเพิ่มภาระให้กับนักกีฬาแทนที่จะช่วยลดภาระ โดยเฉพาะหากบางสหพันธ์ไม่ยอมปรับระบบคัดเลือกโอลิมปิกของตัวเองให้สอดคล้องกัน

เอเชียนเกมส์จึงอาจกลายเป็นอีกหนึ่งรายการใหญ่ที่นักกีฬาต้องลงแข่งในปีที่ตารางแน่นที่สุด ก่อนเข้าสู่โอลิมปิกเกมส์ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนไปแทน

2031 จึงอาจเปลี่ยนมากกว่าแค่ตัวเลขหลังชื่อเอเชียนเกมส์

สุดท้ายแล้ว การเปลี่ยนจากโดฮา 2030 เป็นโดฮา 2031 ยังไม่ได้รับการยืนยัน และฝ่ายจัดการแข่งขันเองก็ยังเดินหน้าบนสมมติฐานของปี 2030 จนกว่าจะมีคำตัดสินจาก OCA และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

แต่สิ่งที่กำลังถูกพูดถึงมีความหมายมากกว่าการเลื่อนการแข่งขันหนึ่งปี เพราะหากเอเชียนเกมส์ถูกวางไว้หนึ่งปีก่อนโอลิมปิกเกมส์อย่างถาวร มันคือการกำหนดบทบาทใหม่ให้มหกรรมกีฬาแห่งเอเชีย

จากการแข่งขันที่มีคุณค่าด้วยตัวมันเอง ไปสู่การแข่งขันที่เป็นหนึ่งในประตูสู่เวทีที่ใหญ่ที่สุดของโลก

และนั่นอาจเป็นทั้งโอกาสในการทำให้เอเชียนเกมส์สำคัญขึ้นกว่าเดิม หรือเป็นความเสี่ยงที่ทำให้มหกรรมกีฬาแห่งเอเชียต้องพึ่งพา ‘คุณค่าของโอลิมปิก’ เพื่อรักษาความสำคัญของตัวเองก็ได้เช่นกัน

อ้างอิง

ภาพ:Streeter Lecka / Getty Images

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...