โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิจัยห้องแล็ปรัสเซีย เสียชีวิตกะทันหัน หลังติดเชื้อปริศนา

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นักวิจัยห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับ “กาฬโรค” ในรัสเซีย เสียชีวิตกะทันหันหลังพบการติดเชื้อ “ไม่ทราบสาเหตุ” ทางการรัสเซียเร่งสอบสวนหาต้นตอเชื้อโรค

ทางการรัสเซียกำลังรับมือกับเหตุการณ์ต้องสงสัยว่า มีการรั่วไหลของ “เชื้อโรคอันตราย” จากอุบัติเหตุในห้องปฏิบัติการแห่งหนึ่งในเขตไซบีเรียของรัสเซีย ที่ส่งผลให้นักวิจัยเสียชีวิตแล้ว 1 ราย โดยสำนักข่าว TASS ของทางการรัสเซียรายงานว่าเ หตุการณ์เกิดขึ้นที่สถาบันวิจัยต่อต้านกาฬโรค (Anti-Plague Research Institute) ในเมืองเชเลคอฟ ใกล้กับเมืองอีร์คุตสค์ หน่วยงานด้านโรคติดเชื้อของรัสเซีย ขณะนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีเชื้อชนิดใดรั่วไหลออกมาบ้าง แต่มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการเสียชีวิตหลังได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น “โรคปอดบวม” ที่มีสาเหตุไม่แน่ชัดเช่นเดียวกัน

หน่วยงานด้านโรคติดเชื้อของรัสเซีย ระบุเพิ่มเติมว่าสถานการณ์ด้านสุขอนามัยและระบาดวิทยาในภูมิภาคอีร์คุตสค์ รวมถึงเมืองอีร์คุตสค์และเมืองเชเลคอฟยังคง “มีเสถียรภาพ” โดยได้ดำเนินมาตรการพิเศษเพื่อสืบหาต้นตอและที่มาของเชื้อโรคนี้แล้ว ขณะที่ อิกอร์ ค็อบเซฟ ผู้ว่าการแคว้นอีร์คุตสค์ เรียกร้องให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกโดยระบุว่า มีการประชุมฉุกเฉินของคณะกรรมการต่อต้านการแพร่ระบาดระดับภูมิภาคร่วมกับหัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ของรัสเซียแล้ว

จากเหตุที่เกิดขึ้นนี้ยังส่งผลกระทบให้โรงงานผลิตอะลูมิเนียมแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใกล้ห้องปฏิบัติการ ดังกล่าวสั่งให้พนักงานสวมหน้ากากอนามัยเพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน ขณะที่ผู้อำนวยการโรงงานอะลูมิเนียมอีร์คุตสค์ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนสงบสติอารมณ์ พร้อมระบุว่าขณะนี้มีข่าวลือและรายงานที่ขัดแย้งกันจำนวนมากแพร่สะพัดอยู่ นอกจากนี้ผู้อำนวยการโรงงานอะลูมิเนียมอีร์คุตสค์ยังเปิดเผยว่า ผู้ที่ได้รับการระบุว่าเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์แล้วแลจนถึงขณะนี้พวกเขายังไม่แสดงอาการของโรคและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยังคง “เป็นลบ” หรือหมายถึงยังไม่มีอาการ

สำนักข่าวอิสระระดับภูมิภาคอย่าง Liudi Baikala ระบุว่า มีผู้คนเกือบ 200 คน ถูกนำเข้าสู่การเฝ้าระวังที่โรงพยาบาลในเมืองเชเลคอฟ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการรายดังกล่าวถูกนำตัวไปรักษา นอกจากนี้ ยังมีการบังคับใช้มาตรการกักกันในโรงพยาบาลสำหรับการคลอดบุตรอย่างน้อยหนึ่งแห่งในเมืองดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ตาม เกนนาดี โอนิชเชนโก อดีตผู้อำนวจการหน่วยงานด้านโรคติดเชื้อของรัสเซีย กล่าวว่า การติดเชื้อในภูมิภาคอีร์คุตสค์มีแนวโน้มสูงว่าจะ “ไม่ใช่กาฬโรค” แต่ถึงแม้จะได้รับการยืนยัน ก็จะไม่มีการแพร่ระบาดของโรคนี้ เขากล่าวด้วยว่าการเข้าสู่ช่วงอากาศหนาวเย็นน่าจะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อได้

สำหรับ กาฬโรคปอดบวม (Pneumonic Plague) เป็นหนึ่งในกาฬโรค 3 รูปแบบที่เกิดจากแบคทีเรีย ที่มีชื่อว่า Yersinia pestis โดยกาฬโรคปอดบวมซึ่งส่งผลต่อปอด สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ง่ายผ่านละอองสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ

ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าว CNN เมื่อวานนี้ (4 ตุลาคม) ว่า สหรัฐฯ รับทราบรายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่มีผู้เสียชีวิตจากกาฬโรคปอดบวมในรัสเซียแล้วและกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดร่วมกับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) และหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐบาลกลาง ซึ่งรายละเอียดหลายประการยังไม่ได้รับการยืนยันสหรัฐฯ จึงขอเรียกร้องให้ทางการรัสเซียเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องอย่างรวดเร็วและโปร่งใส

กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมกับ CNN ว่า CDC กำลังติดตามสถานการณ์ในรัสเซียอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำว่าความปลอดภัยและความมั่นคงของพลเมืองสหรัฐฯ เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด

ทั้งนี้ ตามข้อมูลของ CDC ผู้ป่วยกาฬโรคปอดบวมจะมีอาการไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และเกิดปอดบวมที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยมีอาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอ และบางครั้งมีเสมหะปนเลือดหรือเสมหะเหลว ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า กาฬโรคมีอัตราการเสียชีวิตสูง แต่สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะและสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ด้วยการใช้มาตรการป้องกันที่เหมาะสม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...