โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สามีหึงโหด ฆ่าเมียเสียชีวิตคาเปล ก่อนทำร้ายตัวเองหวังหนีความผิด

Khaosod

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สามีหึงโหด ใช้มีดปลายแหลมทำร้ายภรรยาเสียชีวิตคาเปล ก่อนใช้มีดเล่มเดียวกันทำร้ายตัวเองหวังหนีความผิด แต่กลัวตายตะโกนให้ข้างบ้านช่วย อาการสาหัส

เมื่อเวลา 11.50 น.วันที่ 19 ต.ค.2569 ร.ต.ท.วัฒนา คำแสน รอง สว.สอบสวน สภ.นาเฉลียง ได้รับแจ้งมีเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายกัน และได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บ้านพัก ม.8 ต.วังโบถส์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลหนองไผ่ และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูหนองไผ่

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง พบร่างชาย-หญิงนอนหงายทับกันอยู่บนเปลนอน โดยด้านบนเป็นชายด้านล่างเป็นหญิง สภาพมีเลือดโชกไปทั้งตัว ทั้ง 2 คน จากการตรวจสอบพบฝ่ายชาย นอนหายใจรวยริน มีบาดแผลถูกของมีคมที่ลำคอ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองไผ่ ส่วนฝ่ายหญิง มีบาดแผลที่ลำคอ และตามร่างกายหลายแห่ง เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ

ด้านนายวิชาญ อายุ 64 ปี พ่อของฝ่ายหญิงผู้ตาย ให้การว่า เหตุน่าจะเกิดราว 10.00-11.00 น. ซึ่งตนก็ยังไม่ทราบรายละเอียด และสาเหตุในครั้งนี้ที่แน่ชัดแต่อย่างใด

สอบสวนทราบว่า ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ก่อนเกิดเหตุ ทั้งคู่ได้นอนเล่นอยู่ที่เปล และคาดว่าน่าจะมีปากเสียงกันรุนแรง เรื่องความหึงหวง ฝ่ายชายจึงใช้มีดปอกผลไม้ปลายแหลม ทำร้ายภรรยาจนเสียชีวิต จากนั้นจึงใช้มีดเล่นเดิม ทำร้ายตัวเองหวังตายตาม และหนีความผิด แต่เกิดกลัวตายจึงตะโกนให้เพื่อนบ้านช่วยเหลือ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลหนองไผ่ แต่มีอาการสาหัส จึงส่งต่อโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สามีหึงโหด ฆ่าเมียเสียชีวิตคาเปล ก่อนทำร้ายตัวเองหวังหนีความผิด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...