“สมภพ พอดี”อดีตนิสิตจุฬาฯ ไล่ไทม์ไลน์ สวนเดือด "รองผู้ว่าฯกทม." ยกเหตุเข้าใจคลาดเคลื่อน สิทธิ์ขาดแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast ชี้ผู้เสียหายแจ้งดำเนินคดีได้!!?
สืบเนื่องจากกรณีที่ ทวิดา กมลเวชชรอง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาแถลงขอโทษถึงความผิดพลาดของระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน (Cell Broadcast) กรณีน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. โดยระบุสาเหตุว่าเกิดจากความสับสนในเรื่องอำนาจหน้าที่ระหว่าง กทม. และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นั้น ล่าสุดนายสมภพ พอดี นักธุรกิจ และนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ที่เคยเขียนจดหมายถึง นายกฯ ให้ปลด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ปมล้มเหลวซ้ำซากในการจัดการน้ำ ได้ออกมาโพสต์ข้อความสวนกลับคำชี้แจงดังกล่าวอย่างดุเดือด โดยระบุว่า “ผิดพลาดจริงเหรอ? มีสื่อรายงานว่า ความผิดพลาดที่ไม่มีการเตือนภัยเรื่องนํ้าท่วมเมื่อฉับพลันอาทิตย์ที่แล้วเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน (ใช้คำว่า ไม่เข้าใจ หรือ เข้าใจผิด จะถูกต้องตรงกับความเป็นจริงกว่า ดังต่อไปนี้ …… ยอมรับความบกพร่องกรณีการส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เวลา09.30 น. ว่าเกิดจากช่องว่างและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในขั้นตอนการทำงาน เนื่องจากระบบเดิม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นผู้มีหน้าที่กดปุ่มส่งข้อความ ทำให้เกิดความสับสนว่า กทม. มีสิทธิ์ขาดในการสั่งเตือนภัยทันที หรือต้องผ่านการพิจารณาเกณฑ์ของ ปภ. ก่อน….. จากข่าวภาพซ้าย ใคนสนใจเปิดอ่านจากลิ้งค์ได้ แต่ผมอ่านแล้วไม่เชื่อ ไม่แม้แต่น้อย ส่วนใครอ่านหรือฟังแล้วเชื่อก็ตามสบายเลยครับ เราคิดต่างกันได้อยู่แล้ว ที่ผมไม่เชื่อ ก็เพราะ การทำงานด้านความปลอดภัย เช่น การประเมินสถานการณ์และความเสี่ยง การแจ้งเตือนภัย ฯลฯ ต้องมีขั้นตอนที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องรับรู้และเข้าใจร่วมกันตรงกันอย่างถูกต้องและครบถ้วน จึงเป็นปกติที่จะต้องมีคู่มือปฏิบัติการ มีการซักซ้อม เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ จะได้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน และความปลอดภัยสาธารณะ ดังนั้น หากเข้าใจคลาดเคลื่อน ไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิด ก็สามารถตรวจสอบ สอบถาม ซักถาม เมื่อได้รับคู่มือปฏิบัติการ หรือเมื่อซักซ้อมการทำงานร่วมกันได้ นอกจากนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ เมื่อมีความเสี่ยง และไม่แน่ใจว่าตนเองเข้าใจคลาดเคลื่อน เข้าใจผิด หรือไม่เข้าใจ อย่างในข่าวที่รายงาน ก็ต้องติดต่อสอบถามผู้ร่วมปฏิบัติการ ซึ่งก็คือ ปภ. ทันที ไม่ใช่มัวแต่สงสัยว่า ใครมีหรือไม่มีสิทธิ์ขาดในการส่งข้อความเตือนภัย ถ้ากทม.ส่งเองได้ก็ต้องส่งเอง ไม่ใช่นั่งงงนิ่งๆว่าจะผ่านเกณฑ์พิจารณาของปภ.หรือไม่อย่างที่พยายามชี้แจง ถ้ากทม.ส่งเองไม่ได้ก็ต้องแจ้งให้ปภ.ส่ง วันศุกร์ที่ 25 กันยายน ผู้ว่ากทม.ตอบคำถามเรื่องนํ้าท่วมว่า มั่นใจว่ากทม.จะไม่มีนํ้าท่วมหนัก ปัญหาเริ่มจากตรงนี้ จากการละเว้นไม่ใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงประเมินสถานการณ์ให้ถูกต้อง จนให้ข่าวว่า จะไม่มีนํ้าท่วมหนัก จึงไม่มีการเตือนภัย ภาพที่สามคือ เพจของกรุงเทพมหานครที่ยํ้าเองว่า ระดับนํ้าในคลองหลักเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในวันที่ 25 กันยายน ซึ่งเป็นหลักฐานว่า ในวันนั้นผู้ว่าและทีมงานไม่ใช้ข้อเท็จจริงนี้ประเมินความเสี่ยง และไม่ประกาศเตือนภัย เปิดอ่านได้จากลิ้งค์นี้ ที่บอกว่า บกพร่องกรณีการส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เวลา 09.30 น. (เสาร์ที่ 26 กันยายน) คือหลังจากนํ้าท่วมฉับพลันที่เริ่มขึ้นตอนประมาณ 22.00 นของคืนวันศุกร์ที่ 25 กันยายน นั้น ณ.เวลาเช้าวันเสาร์ที่ 26 กันยายนที่อ้างถึง ผู้บริหารกทม.รู้แล้วว่ามีนํ้าท่วมหนัก ไม่ต้องประเมินความเสี่ยงอะไรแล้ว ดังนั้นทำได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่ากัน ก. ส่งข้อความเตือนภัยให้กับประชาชน ซึ่งกทม.บอกเองว่าส่งข้อความดังกล่าวเองไม่ได้ ดังนั้นก็จะต้อง ข. แจ้งข้อมูลให้กับปภ.เพื่อส่งข้อความเตือนภัยให้กับประชาชน ซึ่งไม่ได้ทำ ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตามแต่พยายามแก้ตัวว่า เข้าใจคลาดเคลื่อน ผู้ว่ากทม.และคุณผู้หญิงคนในข่าวนี้โชคดีมากมากที่ผมไม่ได้รับความเสียหายใดๆจากนํ้าท่วมครั้งนี้ ทั้งที่พักอยู่ริมแม่นํ้าเจ้าพระยา ไม่เช่นนั้นผมจะเอาสิ่งที่เขาแถลงตามรายงานข่าว และข้อเท็จจริงที่กล่าวมาไปฟ้องให้ปปช.ดำเนินตามมาตรา 157 ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนเกิดความเสียหาย และฟ้องแพ่งเรียกร้องค่าชดเชย อย่างแน่นอน ส่วนใครที่เสียหายหรือสูญเสียจากนํ้าท่วมฉับพลันครั้งนี้ต้องการดำเนินคดีกับคนพวกนี้ ผมคงไม่สามารถห้ามได้ครับ”