โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รักชนก” จี้รัฐแก้วิกฤต กยศ. หวั่นปี 70 ขาดงบ 7 พันล้าน เด็กหลุดระบบ

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 1 ต.ค.69 นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า ตนขอบคุณนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มาเข้าร่วมประชุมในวันนี้ เพราะมีหลายเรื่องที่ต้องตัดสินใจในเชิงนโยบาย แต่วันนี้ที่ได้รับความชัดเจนหลัก ๆ คือ 1. การแก้ไขกฎหมาย ซึ่งกองทุน กยศ. จะต้องอยู่ได้ด้วยตนเองจากการเก็บเงินผู้กู้รายเก่า และจะต้องทำให้ผู้กู้รายเก่ามีวินัยทางการเงินดอกเบี้ยอาจคงเดิมได้ แต่เบี้ยปรับที่เป็นไม้แข็งเพื่อให้ผู้กู้รายเก่าจ่ายกลับมาอาจจะต้องพิจารณาใหม่ และ 2. การเซ็นเอกสารรับรองความจน ซึ่งรัฐมนตรีเห็นด้วยว่าควรจะหมดไปได้แล้ว และคาดหวังว่ากองทุนกยศจะสามารถเชื่อมต่อข้อมูลด้านอื่น ๆ ได้เอง

นอกจากนี้รัฐมนตรียังให้ความชัดเจนที่ดูเหมือนไม่ชัดเจนในเรื่องงบประมาณปี 70 ที่ยังขาดอยู่ประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐมนตรีรับปากว่าจะนำเรื่องนี้ไปพิจารณาอีกครั้งแต่ก็ต้องดูศักยภาพในการบริหารจัดการตัวเองของ กยศ. ก่อน ส่วนจะอนุมัติงบกลางมาให้ได้หรือไม่นั้นยังไม่ได้รับความชัดเจนจากรัฐมนตรี

" ในช่วงเวลานี้ของปีหน้า ก็จะมีนักเรียนนักศึกษาออกมาเรียกร้องกันอีกแล้วมีปัญหาแน่นอนจากงบประมาณที่ไม่เพียงพอ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นอีก วันนี้ 1 ต.ค. แล้ว เรื่องวิกฤตน้ำท่วมรัฐบาลจะถูกผ่อนคลายด้วยประกันภัยที่รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณปี 70 ไว้ คิดว่าเมื่อผ่อนคลายไปเรื่องหนึ่งแล้วเรื่องที่เป็นปัญหาเรื่องที่เป็นปัญหาอยู่ ก็น่าจะนำงบประมาณมาใช้ได้ในส่วนนี้ " นางสาวรักชนกกล่าว

ส่วนปีหน้าจะต้องมีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษากว่า 10,000 คนใช่หรือไม่ นางสาวรัชนก กล่าวว่า หากคิด กยศ. รายหัวต่อเด็ก 1 คนก็ตกประมาณ 70,000 บาท หากนำไปหารกับ 7,000 ล้านบาทปีหน้าก็จะเห็นว่าเด็กจะต้องออกจากระบบกี่คนถ้าไม่ได้เงินตัวนี้มา จึงอยากให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงที่ย้ำมาตลอดในเรื่องการในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ความสำคัญของการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรแรงงานของเราในอนาคต เราต้องการทรัพยากรบุคคลที่ต้องนำพาประเทศไปข้างหน้า ถ้ายังคิดแล้วคิดอีกที่จะควักเงินเพื่อมาโปะกองทุน กยศ. หรือไม่

"ดิฉันก็คิดว่ารัฐบาลอาจจะยังไม่ได้แสดงความจริงใจที่จะแก้ปัญหาในเรื่องของการศึกษาเท่าที่ควร อย่าพูดแต่ปากว่าให้ความสำคัญกับการศึกษาถ้าจะให้ความสำคัญจริง ๆ กฎระเบียบต่าง ๆ ที่มีปัญหาต้องแก้ไข งบประมาณที่ไม่เพียงพอท่านต้องจัดสรรให้เพียงพอ ไม่งั้นก็เลิกพูดว่าให้ความสำคัญกับการศึกษา มันขี้โม้ " นางสาวรักชนกกล่าว

นางสาวรักชนก กล่าวถึงการแก้ไขกฎหมายเรื่องนี้ว่าหลังจากนี้อาจจะต้องเห็นร่างแก้ไขกฎหมาย จากพรรคภูมิใจไทยหรือร่างกฎหมายจากรัฐบาลเพราะกยศ.คงศึกษาไว้หมดแล้ว เหลือแค่ว่าจะยื่นสู่สภาเมื่อไหร่และพรรคประชาชนก็พร้อมที่จะยื่นร่างประกบทันที เพื่อแก้ไขให้กองทุนสามารถอยู่ได้ในระยะยาวและไม่ขาดสภาพคล่องแบบนี้

เมื่อถามว่าทางฝั่ง กยศ. ชี้แจงอย่างไรและสามารถปรับอะไรได้หรือไม่บ้าง นางสาวรักชนก กล่าวว่า ปรับอะไรไม่ได้เลยถ้าไม่มีเงิน กยศ. ปรับท่าไหนเด็กก็ต้องออกจากมหาลัย ออกจากระบบการศึกษาเพราะปัญหาเรื่องนี้คือเงินคำเดียว

ด้านนายพลาธิป พิมพ์สุวรรณ์ ตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า 2 เดือนครึ่งที่ตนต้องเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ - อุตรดิตถ์ วันนี้รู้สึกโล่ง หลายคนในห้องประชุมตนรู้สึกว่ามีความจริงใจในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะพรรคประชาชน และหลายคนที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือตั้งแต่วันแรก พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่อนุมัติงบ แต่ในความดีใจก็ยังมีความผิดหวังว่าเรื่องมันเนิ่นนานกว่า 2 เดือนครึ่ง วันนี้หวังว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ต้องเดินทางมาเรื่องนี้

นางสาวรักชนก ยังกล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทำรายชื่อสาขาวิชาตกหล่น คือสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ทำให้เด็กสาขานี้ประมาณ 20 คนตกหล่นไม่สามารถยื่นกู้ กยศ.ได้ ปัญหานี้สำนักปลัดกระทรวง อว. ทำ 20 รายชื่อนี้ตกหล่น และยังไม่รู้ว่ามีมหาวิทยาลัยอื่นที่ อว. ทำรายชื่อตกหล่นไปอีกหรือไม่ ซึ่ง กยศ. บอกว่ายื่นตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วเพราะอนุมัติเงินไปหมดแล้ว ตกใจมากจริง ๆ ว่าสำนักงานปลัด อว. ทำแบบนี้ได้อย่างไร

"ท่านอาจคิดว่าเป็นการกำลังกดส่งหลักสูตรส่งข้อมูลไปให้ กยศ. แต่ความผิดพลาดของท่าน ตอนนี้อย่างน้อยมีเด็ก 20 คน ที่ยังไม่รู้อนาคตตัวเองว่าจะเอาอย่างไรต่อดี ทำให้เขาไม่ได้รับโควตาในปีนี้ และถ้าหลายคนพ่อแม่ไม่สามารถไปหยิบยืมที่ไหนมาได้ ก็ต้องออกจากการศึกษาแน่ ๆ และหวังว่าสำนักปลัด อว. จะไม่ทำผิดพลาดซ้ำอีก " นางสาวรักชนกกล่าว

เมื่อถามว่ากรณีที่มีการสวมสิทธิ์นักศึกษาเพื่อไปยื่นกู้ กยศ. แต่ไม่ได้ไปเรียนจริงของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง บอกว่าได้มีการสอบถามเรื่องนี้บ้างหรือไม่ นางสาวรักชนก กล่าวว่า ได้มีการเชิญมหาวิทยาลัยอักษรย่อขึ้นต้นด้วยตัว n มาชี้แจง ซึ่งทางมหาวิทยาลัยชี้แจงว่าเป็นผู้บริหารคนละชุด ซึ่งผู้บริหารชุดก่อนเป็นคนที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา โดยเรื่องนี้มีมูลเพราะทางมหาวิทยาลัยยอมรับว่ามีการให้นักศึกษาเซ็นเอกสารทิ้งไว้ หลังจากนั้นทางมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้ยื่นให้ แต่นักศึกษาอาจไม่ได้เรียนแล้วในปีการศึกษาถัดไปทำให้มียอดหนี้เข้ามาในระบบ จึงไม่รู้ว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคหรือถ้ารู้อยู่แก่ใจว่านักศึกษาไม่เรียนแต่ยังส่งเอกสารเพื่อขอรับการกู้เงินจาก กยศ. อยู่

ซึ่งเรื่องนี้มหาวิทยาลัยเอกชนทำกันเป็นเรื่องเป็นราว ผันเงินจาก กยศ. เพื่อทำให้มหาวิทยาลัยตัวเองอยู่ได้ เข้าใจว่ามหาวิทยาลัยก็ต้องทำทุกช่องทางเพื่อให้อยู่ต่อได้ แต่วิธีการเหล่านี้อาจจะส่อไปในทางที่ไม่ชอบหรือไม่ ดังนั้นทาง กยศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาดูเรื่องนี้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...