โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์ ยืนยัน Walmart สหรัฐ ไม่ได้แบนกะทิไทย หลัง PETA ถล่มทารุณใช้ลิง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 มิ.ย. 2565 เวลา 07.17 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2565 เวลา 04.07 น.
Photo : Pixabay

พาณิชย์-เอกชน แจงห้าง Walmart ของสหรัฐไม่ได้ถอดสินค้ากะทิไทย หลัง PETA ถล่มไทยทารุณใช้ลิงเก็บมะพร้าว พร้อมผนึกกำลังภาคเอกชน สร้างภาพลักษณ์สินค้าไทยอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 15 มิถุนายน 2565 นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกรณีมีกระแสข่าวเรื่องห้าง Walmart ของสหรัฐถอดสินค้ากะทิจากไทยออกจากชั้นวางจำหน่ายสินค้า จากการกดดันขององค์กรพิทักษ์สัตว์ (PETA/พีต้า) ถึงการใช้แรงงานลิงในอุตสาหกรรมผลิตกะทิสำเร็จรูป ว่าได้สอบถามไปยังทูตพาณิชย์ที่สหรัฐ ซึ่งติดต่อประสานงานกับผู้นำเข้าและห้างผู้จัดจำหน่ายสินค้าไทยรายใหญ่ ๆ อยู่ตลอด พบว่าโดยทั่วไปการที่จะมีหรือไม่มีสินค้าบางชนิด/บางยี่ห้อวางขายในบางช่วงเวลานั้น เป็นไปตามวงจรการวางขายสินค้าของร้าน ซึ่งจะมีการปรับสินค้าและปริมาณให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคตามฤดูกาล

“ขณะนี้ Walmart ยังคงนำเข้า/จำหน่ายสินค้าจากไทย และรักษาความสัมพันธ์อันดีตามปกติ คาดว่า PETA อาจใช้ช่วงเวลาดังกล่าวที่ไม่ได้มีกะทิจากไทยวางขายสร้างประเด็นทางการค้า”

ที่ผ่านมากรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป จัดทำหนังสือชี้แจง ข้อเท็จจริง และออกแถลงการณ์ของสมาคมให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการปลูกและเก็บมะพร้าว ซึ่งไม่ได้ใช้แรงงานลิงในอุตสาหกรรมส่งออก เผยแพร่ต่อผู้นำเข้า/ห้างที่จำหน่ายสินค้าในหลายโอกาสอย่างต่อเนื่อง และผู้นำเข้าส่วนใหญ่เข้าใจวัฒนธรรมของไทย และที่สำคัญมะพร้าวที่เข้ามาแปรรูปในอุตสาหกรรมใช้แรงงานคนและเครื่องจักร สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

ส่วนลิงขึ้นมะพร้าวเป็นวิถีชีวิตชุมชนที่อยู่คู่กันมานาน และไม่ได้เข้าไปอยู่ในระบบอุตสาหกรรมแต่อย่างใด รวมทั้งได้ชี้แจงไปยังพีต้าว่าผู้ผลิตกะทิสำเร็จรูปไทยมีมาตรฐานในการผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพ ตามมาตรฐานนานาชาติ ทั้งกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐาน การมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การมีสวัสดิการที่ดีให้แรงงาน รวมถึงการค้าอย่างเป็นธรรมกับเกษตรกร รวมถึงเน้นย้ำว่า ประเทศไทยมีการออก พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรม และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ตลอดจนเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ทุกภาคส่วน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเร่งดำเนินการทำ No-monkey Farm list แล้ว

ทั้งนี้ กระแสข่าวดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการส่งออกกะทิของปีที่ผ่านมาในเชิงมูลค่าไม่มากนัก เนื่องจากสินค้าดังกล่าวใช้ในธุรกิจร้านอาหาร และตลาดผู้บริโภคเชื้อชาติอื่นมากกว่าตลาดหลัก

สำหรับมูลค่าการส่งออกกะทิสำเร็จรูปทั่วโลกปี 2564 มีมูลค่า 26,582.56 ล้านบาท ขยายตัวลดลงร้อยละ 2.57 และตลาดสหรัฐ คิดเป็นหนึ่งในสี่ของตลาดส่งออกทั้งหมด หรือประมาณ 25%

ด้านนางขวัญนภา ผิวนิล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ประจำลอสแองเจลีส สหรัฐ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลจากการหารือระหว่างสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำดีซี กับผู้แทนของ Walmart ที่ประจำที่ DC ยืนยันว่า Walmart ไม่ได้มีนโยบายนั้น แต่อาจไม่มีสินค้าจำหน่ายในบางสาขา หรือบางช่วงเวลา ด้วยปัจจัยอื่น ๆ

รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2563 บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ธุรกิจเก่าแก่ที่คนไทยรู้จักดีมาตั้งแต่เมื่อปี 2519 ในฐานะผู้ผลิตกะทิพาสเจอไรซ์บรรจุถุง กระป๋อง และผงในแบรนด์ชาวเกาะ เคยเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีองค์กรประชาชนเพื่อการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีจริยธรรม หรือ PETA กล่าวหาไทยว่ามีการใช้แรงงานลิงอย่างทารุณมาแล้วครั้งหนึ่ง ที่ตลาดประเทศอังกฤษ

ซึ่งครั้งนั้นพีต้า “เข้าใจคลาดเคลื่อน” เพราะใช้ข้อมูลที่มาจากการโปรโมตการท่องเที่ยว ซึ่งจะมีการแสดงโชว์ลิงเก็บมะพร้าว แต่เป็นการโชว์ลิงที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ ซึ่งมีการดูแลลิงกันเป็นอย่างดี การเลี้ยงลิงในประเทศไทยถือเป็นวิถีของชาวบ้านชาวสวนที่ดำเนินการมานับ 100 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไม่ได้มีการใช้ลิงเพราะพันธุ์มะพร้าวใหม่ ๆ จะเป็นพันธุ์ที่มีลำต้นเตี้ยไม่ต้องใช้ลิงขึ้นมะพร้าวเลย ทางบริษัทจึงยืนยันได้เลยว่าไม่ใช้ลิง 100%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...