โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“จุลพันธ์” ชี้รัฐบาลยังไม่ถึงทางตัน ดันจีดีพีโตเกิน 2%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 23.51 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 06.48 น.

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในเวที “เชื่อมั่นประเทศไทย : โจทย์ใหญ่รัฐบาล ?” จัดโดยสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ว่า กรณีที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกคำสั่งศาลให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ลง เพื่อรอคำวินิจฉัยกรณีคลิปเสียงหารือกับฮุนเซนหลุดนั้น ล่าสุด รัฐบาลได้มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่แล้ว และมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นั่งรักษาการแทนนายกรัฐมนตรี

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

“ถือว่า ขณะนี้รัฐบาลยังมีอำนาจเต็ม และเดินหน้าได้ตามปกติ ดังนั้น ไม่ได้ถือว่า เราเดินมาถึงจุดเสี่ยงหรือทางตันอย่างที่เป็นกระแสข่าว”

ทั้งนี้ กลไกของศาลในการพิจารณานั้น หากคำวินิจฉัยออกมาเป็นบวก จะทำให้นางสาวแพทองธาร กลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ปกติ และขับเคลื่อนประเทศต่อได้อีก 2 ปี ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ แต่หากเป็นในทางลบและหลุดจากตำแหน่งด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะต้องไปที่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อหาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีใหม่ โดยขณะนี้ พรรคเพื่อไทย ยังมีอีก 1 แคนดิเดต คือ นายชัยเกษม นิติสิริ

ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองจะมีความไม่แน่นอน นายจุลพันธ์ ยังเน้นย้ำว่า การเดินหน้าเศรษฐกิจยังคงเป็นภารกิจหลักของรัฐบาลในเวลานี้ ยืนยันว่า รัฐบาลยังตั้งเป้าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไว้ที่ 5% แม้จะเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่เราคาดว่าปีนี้ จีดีพีจะขยายตัวได้เกินกว่า 2% แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะเผชิญกับหลากหลายปัจจัยเข้ามากระทบ แต่รัฐบาลจะเดินหน้านโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปอย่างต่อเนื่อง

“ในภาวะแบบนี้ หากรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย กระทรวงการคลังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเลย คงมาพูดถึงเรื่องจีดีพีไม่ได้ เพราะตอนนี้จีดีพีคงต่ำกว่า 1% ไปแล้ว”

นอกจากนี้ รัฐบาลได้ขับเคลื่อนงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 115,000 ล้านบาท ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีไปแล้ว จะนำไปใช้ในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ระบบน้ำ และสาธารณูปโภคพื้นฐาน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80–90% ของงบทั้งหมด ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อการจ้างงานในระดับท้องถิ่น และช่วยเพิ่มการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

“โครงการลงทุนขนาดเล็กในระดับพื้นที่จะช่วยให้เม็ดเงินหมุนเร็ว และลงถึงประชาชนในพื้นที่เปราะบางโดยตรง โดยเฉพาะชายแดนภาคใต้และภาคอีสาน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...