โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘อุปทูตจีน’ ย้ำ ไทย-จีน พี่น้องที่มีอนาคตร่วมกัน ชู 3 โอกาสทอง

ไทยโพสต์

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 07.50 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 00.50 น.

“อุปทูตจีน”ย้ำ “ไทย-จีน พี่น้องที่มีอนาคตร่วมกัน” ชู 3 โอกาสทอง เสริมแกร่งความร่วมมือยุคโลกผันผวน

15 มิ.ย. 2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน จัดพิธีเปิดการศึกษา หลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 2 (บจท.2) และหลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 2 (Young Executive Program 2) ณ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร โดยมีกรรมการบริหารสมาคมฯ สื่อมวลชน ผู้บริหาร และผู้เข้าเรียนในหลักสูตรกว่า 150 คนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งนายกำพล มหานุกูล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ได้ กล่าวต้อนรับและแนะนำวัตถุประสงค์ของหลักสูตรว่า “หลักสูตรนี้จัดขึ้นโดยสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ร่วมกับสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน และหอการค้าไทย-จีน โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และรายการจับจ้องมองจีน China Media Group ซึ่งหลักสูตรนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในด้านธุรกิจระหว่างไทยและจีน รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในอนาคต ภายใต้บริบทของความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในเวทีโลก”

ในงานนี้ นางสาวจาง เซียวเซียว อุปทูตฝ่ายเศรษฐกิจและการค้าประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ความร่วมมือไทย-จีนในยุคความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก” โดยถ่ายทอดสารจากท่านทูตหาน จื้อเฉียง ที่เน้นย้ำความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนในฐานะ “พี่น้องที่มีเชื่อมโยงกันด้วยแม่น้ำ ภูเขา และอนาคตที่มีร่วมกัน” ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และการทูตที่แนบแน่นระหว่างสองประเทศ

นางสาวจางได้กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน รวมถึงผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยย้ำว่าไทยและจีนยังคงเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญและมีความร่วมมือที่แข็งแกร่งในหลายด้าน โดยจีนยังคงเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย และเป็นผู้นำเข้าสินค้าเกษตรรายใหญ่ เช่น ทุเรียน ซึ่งมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศในปี 2567 สูงถึง 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 ขณะที่บริษัทจีนลงทุนในไทยผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มากถึง 5 แสนล้านบาท โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ช่วยเสริมศักยภาพการผลิตของไทยในระดับภูมิภาค

อุปทูตจีนได้ชี้ให้เห็นถึงสามโอกาสสำคัญที่ไทยสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกับจีนได้ในยุคที่เศรษฐกิจโลกผันผวน ได้แก่

1. โอกาสจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน ซึ่งจีนเป็นคู่ค้ากับกว่า 150 ประเทศทั่วโลก และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจคิดเป็น 30% ของการเติบโตทั่วโลก โดยในปีที่ผ่านมา จีนมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศมากถึง 64 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 83 สะท้อนถึงศักยภาพและโอกาสทางเศรษฐกิจที่เปิดกว้าง นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังส่งเสริมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนและจัดตั้งเขตนำร่องเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น การยกเว้นภาษีสำหรับประชาชนจีนในการนำเข้าสินค้าไม่เกิน 26,000 หยวนต่อปี รวมถึงนโยบายจูงใจการลงทุนในมณฑลต่างๆ เช่น มณฑลไห่หนานที่เป็นเขตปลอดภาษีสำหรับสินค้านำเข้า

2. โอกาสจากความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีบริษัทจีนกว่า 1,000 แห่งดำเนินธุรกิจในไทยในภาคการผลิตและอุตสาหกรรมสีเขียว รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์ บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่มีพาร์ทเนอร์ไทยและจ้างแรงงานไทยไม่น้อยกว่า 75% ซึ่งหลายแห่งมีสัดส่วนแรงงานไทยสูงถึง 90-99% อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายด้านวัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างกัน ซึ่งจีนได้แนะนำให้บริษัทจีนปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทของไทยเพื่อสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืน

3. โอกาสจากการสร้างประชาคมไทย-จีนที่มีอนาคตร่วมกัน โดยจีนยังคงยึดมั่นนโยบายเปิดประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดกว้างทางเศรษฐกิจและต่อต้านมาตรการกีดกันทางการค้า รวมถึงการจัดงาน China International Import Expo (CIIE) ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะกับคู่ค้าจีนโดยตรง อุปทูตจีนยังเน้นย้ำว่าความร่วมมือระหว่างประเทศที่ยึดหลักกติกาจะนำไปสู่สันติภาพและความยั่งยืนในสังคมโลก

นางสาวจาง เซียวเซียว ได้กล่าวปิดท้ายด้วยข้อความจากหนังสือพิมพ์มติชนที่ว่า “มิตรภาพของสองประเทศคือคำตอบของสันติภาพและสังคมที่ยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของไทยและจีนในการเดินหน้าความร่วมมือท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นายกำพล มหานุกูล ในฐานะนายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน เปิดเผยถึงความสำคัญของหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน ว่า เป็นเวทีสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจในบริบทธุรกิจระหว่างไทยและจีนอย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ กฎหมาย และโอกาสทางธุรกิจ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างผู้บริหารและผู้ประกอบการ เพื่อผลักดันความสัมพันธ์และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศให้มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต ดังนั้นพิธีเปิดหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 2 ในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพผู้บริหารเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและจีน ที่พร้อมก้าวไปข้างหน้าร่วมกันในโลกยุคใหม่อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ด้านนายชิบ จิตนิยม วุฒิสมาชิก ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา และเลขาธิการสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ได้กล่าวในระหว่างการบรรยายพิเศษหัวข้อ “ไทย-จีน ความสัมพันธ์ 50 ปี” โดยอ้างคำพูดของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อครั้งที่นายกรัฐมนตรีแพรทองธาร ชินวัตร เดินทางไปเยือนจีนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน สามารถย้อนกลับไปได้หลายพันปี โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน เช่น เครื่องถ้วยชามและศิลปวัตถุที่พบในบริเวณประเทศไทยซึ่งเป็นศิลปะแบบจีน รวมถึงลักษณะทางภาษาที่คล้ายคลึงกันในบางมณฑลของจีน เช่น กว่างสี

นายชิบยังกล่าวถึงความพยายามในการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีนในยุคปัจจุบันที่มีความท้าทายจากสถานการณ์สงครามในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ลาว และกัมพูชา รวมถึงความหวาดกลัวภัยคอมมิวนิสต์ในช่วงยุคจอมพลแปลก พิบูลสงคราม และจอมพลสฤษดิ์ ธนรัตน์ ซึ่งมองจีนเป็นภัยคุกคาม แต่ก็มีบุคคลและกลุ่มบุคคลจำนวนไม่น้อยที่เล็งเห็นว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงความเป็นมหาอำนาจของจีนได้ จึงพยายามติดต่อกับจีนทั้งในทางลับและเปิดเผย โดยเฉพาะบทบาทสำคัญของสามตระกูล คือ ตระกูลชุณหะวัณ โดยอดีตนายกรัฐมนตรีพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เจ้าของวลีอมตะที่ว่า "ไทยจีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน" ตระกูลพัธโนทัย และตระกูลใบหยก ซึ่งเรื่องราวของบุคคลและตระกูลเหล่านี้ถือเป็นบทเรียนที่ควรค่าแก่การศึกษาอย่างยิ่งในการวางรากฐานความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างไทยและจีนในปัจจุบัน

นายชิบยังเน้นย้ำว่าความสัมพันธ์อันดีนี้ไม่เพียงแต่เป็นรากฐานทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ความร่วมมือระหว่างไทยและจีนในปัจจุบันมีความมั่นคงและยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า และวัฒนธรรม สะท้อนถึงมิตรภาพที่ลึกซึ้งและยาวนานระหว่างสองประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...