โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กู้ศพจาก “แอร์อินเดีย” ตกได้แล้ว 270 ศพ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 16.41 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 09.26 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

นิวเดลี 14 มิ.ย. – เจ้าหน้าที่อินเดียกู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินสายการบินแอร์อินเดียตกที่อินเดีย เมื่อวานนี้ ได้แล้ว 270 ศพ ขณะที่ผู้โดยสารที่รอดให้ชีวิตเพียงหนึ่งเดียวเปิดใจให้สัมภาษณ์สื่อ

เหตุการณ์เครื่องบินโดยสารโบอิง 787 ดรีมไลน์เนอร์ของสายการบินแอร์อินเดียตกที่เมืองอาห์เมดาบัดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน มีผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องบินเสียชีวิตเกือบทั้งลำ 241 คน และมีผู้โดยสารรอดชีวิตเพียงคนเดียว นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตที่พื้นล่างจากการที่เครื่องบินตกใส่อาคารหอพักของวิทยาลัยแพทย์ เจ้าหน้าที่กู้ร่างในที่เกิดเหตุได้แล้ว 270 ศพ

บรรยากาศหน้าห้องเก็บศพ

ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงเฝ้ารออย่างร้อนใจที่หน้าโรงพยาบาลในเมืองอาห์เมดาบัด หวังรอรับร่างผู้เสียชีวิตกลับบ้านโดยเร็ว ในขณะที่แพทย์กำลังเร่งรวบรวมตัวอย่างฟันของผู้เสียชีวิตเพื่อตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลที่อาจต้องใช้เวลามากถึง 72 ชั่วโมง

ด้านการสอบสวนนั้น เจ้าหน้าที่พบกล่องบันทึกข้อมูลการบินแล้ว สำนักงานสอบสวนอุบัติเหตุอากาศยานของอินเดียจะเร่งสอบหาสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก โดยจะสอบในหลายประเด็นรวมถึงแรงขับของเครื่องยนต์ แผ่นปิดเปิดบริเวณของปีกเครื่องบินที่ช่วยเพิ่มแรงยกในขณะเครื่องบินทะยานขึ้นและเพิ่มแรงต้านในเวลาที่เครื่องลงจอด รวมไปถึงล้อเครื่องบิน โดยพบว่าล้อเครื่องบินยังกางอยู่ก่อนเครื่องตกกระแทกอาคารและพื้นดินหลังขึ้นบินได้ไม่ถึง 60 วินาที

ผู้โดยสารที่รอดชีวิตเพียงคนเดียว

เหตุการณ์เครื่องบินตกและเกิดระเบิดไฟลุกท่วมครั้งนี้มีผู้โดยสารรอดชีวิตเพียงคนเดียว คือ นายวิสวัสกุมาร ราเมศ อายุ 40 ปี เป็นชาวอังกฤษเชื้ออินเดีย เขาถูกไฟลวกที่แขนซ้ายและมีแผลถลอกฟกช้ำเล็กน้อย เขาให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ขณะที่ยังอยู่ในโรงพยาบาลว่า ไม่อยากเชื่อว่าจะรอดชีวิต โดยเล่าว่าหลังจากเครื่องขึ้นบินได้ราว 1 นาทีเขารู้สึกว่าเครื่องบินหยุดชะงักกลางอากาศราว 5-10 วินาที ก่อนจะรู้สึกว่าแรงขับของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น จากนั้นเครื่องบินก็พุ่งชนอาคารด้วยความรวดเร็ว เขานั่งอยู่ในที่นั่ง 11A ซึ่งเป็นด้านที่เครื่องบินอยู่บนพื้น ส่วนอีกด้านติดอยู่บนอาคาร จึงตัดสินใจปลดเข็มขัดนิรภัยและหนีออกมาทางประตูฉุกเฉินที่แตกเป็นช่องโหว่ ในขณะที่คนอื่นๆ ไม่มีใครหนีออกมาได้ รวมทั้งพี่ชายของเขาที่นั่งมาด้วยกัน เขาต้องเห็นภาพผู้คนจำนวนมากเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา ก่อนได้รับความช่วยเหลือจากรถพยาบาล ทำให้รอดตายมาได้อย่างเหลือเชื่อ และในช่วงที่หนีเอาตัวรอดนั้นเกิดระเบิดและไฟไหม้อย่างรุนแรงขึ้นแล้ว ทำให้ถูกไฟลวกที่มือข้างซ้าย คาดว่าอีกวันสองวันก็น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้.-816(814).-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...