โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ออสเตรเลียเรียกเก็บ ‘ช็อกโกแลตดูไบ’ ออกจากชั้นวางขายทันที

เดลินิวส์

อัพเดต 28 มิ.ย. 2568 เวลา 18.58 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 12.30 น. • เดลินิวส์
ขนมยอดนิยมที่กลายเป็นกระแสไวรัลบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียถูกเรียกเก็บออกจากชั้นวางจำหน่ายในออสเตรเลียอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ที่ไม่ได้แจ้งเตือนไว้บนฉลาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวานนี้ (27 มิ.ย. 2568) กรณีรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เรียกเก็บขนม ‘ช็อกโกแลตดูไบ’ ยี่ห้อ ‘ช็อกโก บลิสส์’ ทุกชิ้นจากร้านช็อกโก บลิสส์ทุกร้านออกจากชั้นวางจำหน่าย หลังจากพบว่าบรรจุภัณฑ์ไม่มีคำเตือนหรือแจ้งรายละเอียดสารก่อภูมิแพ้อย่างเหมาะสม

ช็อกโกแลตดังกล่าวกลายเป็นขนมยอดนิยมเพราะกระแสไวรัลทางออนไลน์เมื่อต้นปีนี้ โดยมีจุดเด่นที่เป็นช็อกโกแลตสอดไส้คาดายิฟซึ่งเป็นขนมพื้นเมืองของตุรกีและถั่วพิสตาชิโอ มีรสชาติหวานและให้สัมผัสเคี้ยวหนึบ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากขนมหวานจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

แม้โดยทั่วไปแล้ว ช็อกโกแลตดูไบยี่ห้อนี้ไม่ได้สารที่เป็นพิษ แต่เว็บไซต์กำหนดมาตรฐานอาหารของออสเตรเลียเตือนว่า ขนมยี่ห้อช็อกโก บลิสส์ ดังกล่าว ซึ่งมีส่วนผสมของพิสตาชิโอ นม เมล็ดงา และข้าวสาลี ไม่ได้มีการแจ้งเตือนถึงส่วนผสมเหล่านี้ไว้

ข้อความในประกาศการเรียกเก็บสินค้าระบุว่า “ผู้บริโภคที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือไม่สามารถย่อยถั่วพิสตาชิโอ นม เมล็ดงา หรือข้าวสาลี อาจมีอาการแพ้ได้หากรับประทานผลิตภัณฑ์ดังกล่าว” และย้ำว่า “ผู้บริโภคที่มีอาการแพ้หรือไม่สามารถย่อยพิสตาชิโอ นม เมล็ดงา หรือข้าวสาลีไม่ควรบริโภคผลิตภัณฑ์นี้”

การเรียกคืนจะมีผลกับขนมช็อกโกแลตดูไบทั้งหมดที่มีวันหมดอายุภายในเดือนมกราคม 2569 ผู้ที่ซื้อขนมไปแล้ว สามารถส่งคืนขนมได้ที่ร้านค้าที่ซื้อมาเพื่อรับเงินคืนเต็มจำนวน

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...