พศ. ชงแก้กฎหมาย เอาผิด “พระสงฆ์” ทำศาสนาเสื่อมเสีย
เมื่อกฎพระคุมไม่อยู่ กฎหมายใหม่ต้องเข้ามาแทน..
จากกรณีฉาวของ “สีกากอล์ฟ” นารีพิฆาต พร้อมกับพัวพันสวาท พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่หลายรูปต้องทยอยลาสิกขา นั้น ล่าสุด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมเร่งเสนอร่างกฎหมายใหม่ เอาผิดทั้งพระสงฆ์และสีกาแล้ว
วันนี้ (11 ก.ค. 68) รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ดำเนินรายการโดย ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ ซึ่งช่วงหนึ่งของรายการ ได้ติดต่อโฟนอินสัมภาษณ์ นายบุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อพูดคุยในประเด็นเรื่องวิธีการแก้ไขปัญหาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดย “สีกากอล์ฟ”
ทราบมาว่าสำนักพระพุทธฯ มีแนวคิดที่จะรื้อฟื้นร่างกฎหมายที่เคยทำไว้เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว แต่เงียบหายไปนั้น นายบุญเชิด กล่าวว่า เนื่องจากว่าเวลาร่าง พ.ร.บ. จะต้องมีแนวคิดหลากหลายมุมมอง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็น ศีล 227 ข้อไม่สามารถทำให้ผู้ที่กระทำผิดหรือผู้ที่เข้ามากระทำความผิดเกรงกลัวบทกฎหมาย จึงคิดว่าควรพลิกประเด็นนี้ให้เป็นโอกาสการแก้ไข ซึ่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว มองเป็นการป้องและปราม
โดยขณะนี้ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้หารือกับ ผู้แทนมหาเถรสมาคม (มส.) แล้ว เห็นว่าควรเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสด้วยการเสนอ พ.ร.บ.ส่งเสริมพุทธศาสนิกชนในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา มานำเสนออีกครั้ง
ทำไมก่อนหน้านี้ มีการคัดค้านร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จนไม่สามารถเดินต่อได้ นายบุญเชิด กล่าวว่า ในส่วนการกระทำผิดทางอาญา แต่บังเอิญว่าเหตุการณ์ดังกล่าว (สีกากอล์ฟ) มันเป็นเหตุคาดไม่ถึง ที่มีผู้หญิงหรือผู้ชายเข้ามากระทำผิดกับพระสงฆ์-เณร นั้น ต้องยอมรับว่าบางครั้งพระ-เณรเอาตัวเองอยู่ ก็ใช่ แต่บางรูปก็ไม่ทันเกมกลลวงของมิจฉาชีพ ส่วนพระที่สมัครใจที่จะทำกับเขา ก็ให้สึกแล้วก็จบไป (เว้นแต่หญิงคนนั้นอายุไม่เกิน 18 ปี) ซึ่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมพุทธศาสนิกชนในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา เหมาะสมมากกับสถานการณ์แบบนี้
เรื่องราว “สีกากอล์ฟ” ถือว่าใหญ่ที่สุดในวงการสงฆ์หรือไม่ นายบุญเชิด กล่าวว่า ใช่ครับ ที่ผ่านมาเจอพระสงฆ์บางรูป นาน ๆ จะเจอที แต่ครั้งนี้ยิ่งกว่าเป็นซีรีส์ คือเป็นผู้หญิงคนเดียวแต่พระเกี่ยวข้องนับ 10 รูป แทบไม่เคยเจอ นี่คือสิ่งที่น่าตกใจว่า ถ้าไม่มีกฎหมายเอาผิดสีกาที่ก่อเหตุลักษณะแบบนี้ อาจทำให้เกิดการเลียนแบบในอนาคตว่า ถ้ามิจฉาชีพหรือผู้หญิงมีจิตคิดไม่ชอบ ไปเล่นงานกับพระ ได้เงินเร็วกว่า ง่ายกว่า
ทั้งนี้ สาระสำคัญของ พ.ร.บ. ส่งเสริมพุทธศาสนิกชนในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา จะมีบทลงโทษดังนี้
พระสงฆ์ที่ต้องอาบัติปาราชิก หรือประพฤติลวงละเมิดพระธรรมวินัย โทษจำคุก 1-7 ปี ปรับ 20,000-140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หญิงหรือชายสมัครใจเสพเมถุนกับพระภิกษุหรือสามเณร โทษจำคุก 1-7 ปี ปรับ 20,000-140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พระอวดอุตริ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปีปรับตั้งแต่ 20,000-140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น
นอกจากนี้ เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ได้มีการเปิดเผยพระชั้นผู้ใหญ่ที่ตกเป็นเหยื่อของสีกากอล์ฟ มีเพิ่มมาอีก 2 รูป คือศาสตราจารย์ ดร.พระมหาบุญเลิศ ช่วยธานี อดีตพระลูกวัดจากวัดใหม่ (ยายแป้น) และดร.พระมหาทิวากร ดีไพร เจ้าอาวาสวัดใหญ่จอมปราสาท ทำให้ยอดรวมขณะนี้มีทั้งสิ้น 11 รูป ดังนี้
1. พระเทพวชิรปาโมกข์ (เจ้าคุณอาชว์) อดีตเจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพวรวิหาร สึกที่วันจันทร์สามัคคี จ.หนองคาย
2.พระเทพวชิวธีรคุณ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ สึกที่วัดพระธาตุสุนันทา จ.เชียงใหม่
3. พระเทพวชิรธีราภรณ์ (พระมหาประดิษฐ์) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉายสึกที่วัดไตรมิตรฯ จ.กรุงเทพมหานคร
4. พระเทพปวรเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร สึกแล้ว
5. พระเทพพัชราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดชูจิตธรรมาราม (รอการยืนยัน)
6. พระราชรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก (รอการยืนยัน)
7. พระเทพวัชรสิทธิเมธี เจ้าอาวาสวัดท่าหลวง พิจิตร (รอการยืนยัน)
8. พระครูปลัดสุรพล อิทธิเตโช อดีตเจ้าอาวาสวัดพรหมเกษร พิษณุโลก สึกที่พิษณุโลก
9. พระครูสิริวิริยธาดา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ฉะเชิงเทรา (อยู่ระหว่างหลบหนี)
10. ศาสตราจารย์ ดร.พระมหาบุญเลิศ ช่วยธานี อดีตพระลูกวัดจากวัดใหม่ (ยายแป้น) สึกแล้ว
11. ดร.พระมหาทิวากร ดีไพร เจ้าอาวาสวัดใหญ่จอมปราสาท จ.สมุทรสาคร(ยังไม่พบตัว)
ขอบคุณข้อมูล : รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ,เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว