โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. จ่อคุมดอกเบี้ยเช่าซื้อลีสซิ่ง นัดผู้ประกอบการกว่า 3,000 แห่งรายงานตัวก่อน Q1/69

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 09.46 น.

พ.ร.ฎ.เช่าซื้อลีสซิ่งมีผลบังคับใช้ 2 ธ.ค. 68 คาดให้ ธปท.กำหนดดอกเบี้ยธุรกิจเช่าซื้อ – ลิสซิ่ง แทนสคบ. ระบุผู้ประกอบการกว่า 3,000 รายต้องรายงานตัวก่อนไตรมาส 1/69

12 มิถุนายน 2568 นางพีรจิต ปัทมสูต ผู้อำนวยการ ฝ่ายคุ้มครองและตรวจสอบบริการทางการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยในงาน Media briefing เรื่อง การกำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ว่า

หลังจากที่มีการออกประกาศ "พระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568" (พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ) ในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ คือ นิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์เป็นทางค้าปกติ แต่ไม่รวมถึงบุคคลธรรมดา ผู้ประกอบธุรกิจที่มีกฎหมายหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ เช่น ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และสหกรณ์แท็กซี่

โดยพ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ กำหนดประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ได้แก่ รย.1 – รย.12 และ รย.17 – รย.18

  • รย.1 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน
  • รย.2 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน
  • รย.3 รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล
  • รย.4 รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล
  • รย.5 รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด
  • รย.6 รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน
  • รย.7 รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง
  • รย.8 รถยนต์รับจ้างสามล้อ
  • รย.9 รถยนต์บริการธุรกิจ
  • รย.10 รถยนต์บริการทัศนาจร
  • รย.11 รถยนต์บริการให้เช่า
  • รย.12 รถจักรยานยนต์
  • รย.17 รถจักรยานยนต์สาธารณะ
  • รย.18 รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ดีประชาชาชนใช้บริการเช่าซื้อและลีสซิ่งในวงกว้าง มียอดธุรกรรมคงค้างสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท มีจำนวนเรื่องร้องเรียนมายัง ธปท. ในเรื่องการให้บริการมีค่อนข้างสูง เช่น การให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน /การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไม่สอดคล้องกับรายได้ ปัญหาค่าธรรมเนียม และปัญหายอดหนี้ โดยเมื่อเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธปท. ประชาชนจะได้รับบริการที่มีมาตรฐาน ราคาเหมาะสม ได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

นางพีรจิต กล่าวอีกว่า สำหรับจำนวนผู้ประกอบการที่ธปท.ได้สำรวจพบว่ามีกว่า 3,000 แห่ง โดยกลุ่มที่มีขนาดยอดสินเชื่อคงค้างมากกว่า 1,000 ล้านบาทมีจำนวนราว 60 ราย ยอดสินเชื่อคงค้าง 100 – 1000 ล้านบาทมีจำนวนประมาณ 100 ราย และยอดสินเชื่อคงค้างต่ำกว่า 100 ล้านมีจำนวนประมาณ 3,000 ราย

โดยหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ คือต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนด และรายงานข้อมูลการประกอบธุรกิจ รวมถึงการรายงานตัว และการนำส่งแบบรายงาน ให้ ธปท. รับทราบ ซึ่งจะเปิดให้รายงานตัวได้ในช่วงเดือนส.ค. - ก.ย.นี้ ไปจนถึงไตรมาส 1/2569 หากไม่มารายงานตัวก็จะมีหนังสือแจ้งไป

เมื่อผู้ประกอบการเข้ามาอยู่ในการกำกับของธปท. จะต้องกำกับตามข้อกำหนด เช่น การใช้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) คำนึงถึงการให้กู้แก่คนที่ชำระคืนได้ ค่าธรรมเนียมที่เคยคิดเกินสมควรต้องลดลงมา

“ส่วนการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อ ยังไม่ได้มีการกำหนดว่าจะเป็นอัตราเท่าไหร่ และใครจะเป็นผู้กำหนด แต่ภายหลังพ.ร.ฎ.ฯ มีผลบังคับใช้แล้ว คาดว่า ธปท.อาจจะเป็นผู้กำหนดดอกเบี้ยเช่าซื้อ”

นางพีรจิต กล่าวว่า ในเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ ธปท.จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อมาก่อนหน้านี้และจะมีการทบทวนดอกเบี้ยทุก 3 ปี โดยในสิ้นปี 2568 เป็นรอบที่ต้องทบทวนอัตราดอกเบี้ยใหม่

ทั้งนี้ต้องหารือร่วมกันว่าการกำหนดดอกเบี้ยจะเป็นหน้าที่ฝ่ายไหน แต่มีแนวโน้มว่าจะเป็นหน้าที่ของธปท. โดยจะหารือร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจ เพื่อทบทวนเรื่องดอกเบี้ยภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งด้านต้นทุน สภาพเศรษฐกิจ ความเสี่ยง และต้องไม่ผลักภาระไปสู่ผู้บริโภค โดยธปท.ไม่ได้มีอัตราดอกเบี้ยในใจว่าต้องเป็นเท่าไหร่

“ส่วนกรณีที่ว่าหากธุรกิจเช่าซื้อมาอยู่ภายใต้ธปท.จะมีผู้ประกอบการเลิกไปนั้น ในเรื่องนี้ก็ต้องดูตามความสถานการณ์ เพราะบางรายมองว่าไม่อยากอยู่ในระเบียบวินัยหรือไม่คุ้มกับการประกอบธุรกิจก็อาจจะเลิกไป แต่การกำกับดูแลอยู่ภายใต้ความเหมาะสม ทั้งด้านภาพรวมเศรษฐกิจ คุ้มครองผู้บริโภค และคำนึงถึงการอยู่ได้ของธุรกิจด้วย ซึ่งเป็นการรักษาสมดุลทุกส่วน รวมทั้งมุ่งลดหนี้ครัวเรือนของประเทศให้ต่ำลงด้วย”

อ้างอิง : Media Briefing การกำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จากเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...