โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดหั่นคาดการณ์ GDP ไทยปี 68 เหลือ 2% จากเดิม 2.4%

StockRadars

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 04.13 น.

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดยังคงมีมุมมองเชิงระมัดระวังต่อเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางความเสี่ยงด้านดุลการค้า การชะลอตัวของนักท่องเที่ยว และแรงส่งจากภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มอ่อนแรงหลังสิ้นสุดฤดูกาล โดยล่าสุดได้ปรับลดประมาณการ GDP ปี 2568 พร้อมปรับคาดการณ์เงินเฟ้อและดอกเบี้ยนโยบายสะท้อนมุมมองเศรษฐกิจที่อาจเปราะบาง

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ลงเหลือเติบโตร้อยละ 2 จากเดิมที่คาดไว้ร้อยละ 2.4 เนื่องจากความไม่แน่นอนของการค้าโลก จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง ภาคการบริโภคชะลอตัว ภาวะเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ และความเคลื่อนไหวทางการเมือง

“เรายังคงมีมุมมองที่ระมัดระวังในเรื่องดุลการค้า แม้ว่าการส่งออกที่เกี่ยวกับภาคอิเล็กทรอนิกส์จะปรับตัวขึ้น ในขณะที่การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างช้าๆ เนื่องจากกำลังจะออกจากฤดูกาลท่องเที่ยว ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง” ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายเศรษฐศาสตร์ ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าว

ธนาคารคาดว่าในช่วง 2-3 ปีข้างหน้านี้ น่าจะยังไม่เห็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเท่าจุดสูงสุดในช่วงก่อนโควิดระบาด

นอกจากนี้ ธนาคารได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ลงเหลือร้อยละ 2 จากเดิมที่คาดไว้ที่ร้อยละ 4.5 โดยเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 0.5 และร้อยละ 1.0 ในปี 2568 และ 2569 ตามลำดับ
“เราคาดว่าในตอนนี้ไปจนถึงต้นไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 1 – ร้อยละ 3 นอกจากนี้ เราได้ปรับลดคาดการณ์เงินบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลงเหลือร้อยละ 2 ของจีดีพี (ประมาณ 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) เนื่องมาจากดุลการค้าลดลง”

โดยธนาคารคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ร้อยละ 1.75 ในการประชุมเดือนมิถุนายน และปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 มาอยู่ที่ร้อยละ 1.50 ในการประชุมเดือนสิงหาคม

“เรายังคงมีมุมมองที่ระมัดระวังในเรื่องดุลการค้า แม้ว่าการส่งออกที่เกี่ยวกับภาคอิเล็กทรอนิกส์จะปรับตัวขึ้น ในขณะที่การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างช้าๆ เนื่องจากกำลังจะออกจากฤดูกาลท่องเที่ยว ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง” ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายเศรษฐศาสตร์ ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าว

ธนาคารคาดว่าในช่วง 2-3 ปีข้างหน้านี้ น่าจะยังไม่เห็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเท่าจุดสูงสุดในช่วงก่อนโควิดระบาด

นอกจากนี้ ธนาคารได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ลงเหลือร้อยละ 2 จากเดิมที่คาดไว้ที่ร้อยละ 4.5 โดยเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 0.5 และร้อยละ 1.0 ในปี 2568 และ 2569 ตามลำดับ
“เราคาดว่าในตอนนี้ไปจนถึงต้นไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 1 – ร้อยละ 3 นอกจากนี้ เราได้ปรับลดคาดการณ์เงินบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลงเหลือร้อยละ 2 ของจีดีพี (ประมาณ 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) เนื่องมาจากดุลการค้าลดลง”

ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ร้อยละ 1.75 ในการประชุมเดือนมิถุนายน และปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 มาอยู่ที่ร้อยละ 1.50 ในการประชุมเดือนสิงหาคม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...