โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. ดึงธุรกิจเช่าซื้อรับ “พ.ร.ฎ.ลีสซิ่ง” เชื่อปล่อยกู้ “ไม่สะดุด”

อีจัน

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 17.51 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 09.37 น. • อีจัน

วันนี้ (12 มิ.ย.68) น.ส.พีรจิต ปัทมสูต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายคุ้มครองและตรวจสอบบริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568

โดย พ.ร.ฎ.ดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.68 และจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.68 เป็นต้นไป

สำหรับเหตุผลและความจำเป็น เนื่องจากปริมาณธุรกรรมการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์มีค่อนข้างสูง ณ สิ้นปี 2567 ยอดธุรกรรมคงค้างอยู่ที่ 1.6 ล้านล้านบาท และประมาณ 1 ใน 3 ของยอดธุรกรรมคงค้างเป็นการให้บริการโดยผู้ประกอบธุรกิจที่ยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะ

นอกจากนี้ จำนวนเรื่องร้องเรียนมายัง ธปท. ในเรื่องการให้บริการมีค่อนข้างสูง เช่น การให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน / การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไม่สอดคล้องกับรายได้ / ปัญหาค่าธรรมเนียม และปัญหายอดหนี้

“สำหรับสิ่งที่น่าสนใจคือหลักเกณฑ์ในการกำกับภายใต้ พ.ร.ฎ.นี้ กำหนดขอบเขตของ ธปท.ชัดเจน ทั้งเรื่องอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม การกำหนดให้ผู้ประกอบการเปิดเผยข้อมูลอะไรบ้าง และที่สำคัญกำหนดหลักเกณฑ์การคุ้มครอง เช่น การให้สินเชื่ออย่างเป็นธรรม การคุ้มครองผู้บริโภค” น.ส.พีรจิตกล่าว

น.ส.พีรจิตกล่าวว่า ในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของ สคบ. ซึ่งจะต้องมีการทบทวนทุก 3 ปี ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยจะครบ 3 ปีใน ต.ค.68 นี้ ดังนั้น ดอกเบี้ยในรอบใหม่ ก็คาดว่าจะเข้ามาอยู่ในการดูแลของ ธปท. โดยจะมีการหารือกับ สคบ.ด้วยว่าจะทบทวนอัตราดอกเบี้ยเป็นอย่างไร

“ตอนนี้เรายังไม่มีตัวเลขในใจ ต้องรอข้อมูลให้ครบถ้วน และต้องคุยกับผู้ประกอบธุรกิจด้วย ต้องดูสภาพเศรษฐกิจ ดูต้นทุนเป็นอย่างไร หลักการเรื่องการดูอัตราดอกเบี้ย คือ ดูต้นทุนไม่ให้เกินสมควร ดูความเสี่ยง และต้องไม่ผลักภาระให้กับประชาชนมากเกินไป” น.ส.พีรจิต ระบุ

สำหรับจำนวนผู้ประกอบการจากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจลีสซิ่งที่อยู่นอกระบบมีจำนวน 3,000 ราย ส่วนวิธีกำกับดูแล ธปท.เข้าใจถึงภาระของผู้ประกอบการในการรายงานข้อมูล และการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์

ดังนั้น สิ่งที่ ธปท.จะทำตามหลักเกณฑ์ตามสัดส่วนธุรกิจ เช่น บริษัทใหญ่มีูกค้าเยอะ เมื่อเกิดปัญหามีผลกระทบต่อลูกค้า จะมีเกณฑืให้ปฏิบัติตาม แต่ถ้าเป็นบริษัทเล็กๆ บางเรื่องอาจจะผ่อนผันได้ โดยวันที่ 3 ธ.ค.68 จะมีการประกาศหลักเกณฑ์ชัดเจน

“สำหรับผู้ประกอบการ 3,000 ราย ธปท.อยากให้เข้ามารายงานตัว ช่วงเดือนก.ย.-ต.ค.68 ระบบที่ให้รายงานตัวจะเปิดให้ดำเนินการแล้ว ซึ่งจะเปิดให้รายงานตัว 6 เดือน จะจบในเดือนที่ 3 หลังจาก พ.ร.ฎ.มีผลบังคับใช้ อยากให้ผู้ประกอบการเข้าร่วม”น.ส.พีรจิตกล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจยู่ภายใต้ พ.ร.ฎ.นี้เทียบเท่ากับการดำเนินงานของธนาคาร จะส่งผลต่อการปล่อยสินเชื่อหรือไม่นั้น ความจริงผู้ประกอบธุรกิจมีการกำหนดเกณฑ์การให้สินเชื่อต่างกัน ซึ่งการเข้าไปกำกับคงไม่สงผลต่อการปล่อยสินเชื่อ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้น ผู้ประกอบการจะพิจารณาความสามารถการชำระหนี้ให้ดีขึ้น

รวมถึงส่วนของลูกหนี้ เรื่องค่าธรรมเนียม (ค่าฟี) ที่เกิดสมควรก็ควรจะได้ลดลง ทำให้โอกาสการชำระหนี้คืนของลูกหนี้ มีเงินจ่ายมากขึ้น

“มันคงไม่เกิดเรื่องเมื่อมีการกำกับของ พ.ร.ฏ.แล้ว จากนี้ไม่มีใครปล่อยกู้สินเชื่อรถยนต์ หรือจักรยานยนต์ ซึ่ง ธปท.จะปล่อยกฎเกณฑ์ต่างๆ จะพิจารณาข้อมูลที่ฟังจากผู้ประกอบการ เพื่อมาทำนโยบาย แต่ขณะนี้ยังออกเกณฑ์ไม่ได้ เนื่องจากผู้ประกอบการไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับ เมื่อเข้ามาแล้วจะทำให้นโยบายตอบโจทย์มากขึ้น” น.ส.พีรจิตกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...