โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ครัวซองต์แพงขึ้น! วิกฤตเนยถล่มโลกราคาพุ่ง 30% เบเกอรี-ร้านอาหาร ส่อแบกไม่ไหว

THE STANDARD

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 09.16 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 09.16 น. • thestandard.co
ครัวซองต์แพงขึ้น! วิกฤตเนยถล่มโลกราคาพุ่ง 30% เบเกอรี-ร้านอาหาร ส่อแบกไม่ไหว

เสียงอบขนมปังหอมกรุ่นและครัวซองต์ร้อนๆ จากเตาอาจเป็นสวรรค์ของใครหลายคน แต่สำหรับร้านเบเกอรีชื่อดังอย่าง Mamiche ในกรุงปารีส สวรรค์แห่งนี้กำลังสั่นคลอน เมื่อวัตถุดิบสำคัญอย่าง ‘เนย’ กำลังกลายเป็นของหายากและมีราคาแพงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนทำให้พวกเขาต้องวิ่งวุ่นหาซัพพลายเออร์รายใหม่เพื่อไม่ให้การผลิตต้องหยุดชะงัก และนี่ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นแค่ในฝรั่งเศส แต่เป็นวิกฤตที่กำลังลุกลามไปทั่วโลก

โรบิน ออร์โซนี ผู้จัดการฝ่ายการค้าของ Mamiche ยอมรับว่าการเปลี่ยนเนยเจ้าประจำส่งผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะซัพพลายเออร์รายใหม่คิดราคาแพงขึ้นถึง 25-30% แต่ทางร้านก็จำเป็นต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ไว้เอง

เขากล่าวว่า “เราอยากให้ลูกค้าของเรามีความสุข เราจำเป็นต้องใช้เนย” ซึ่งย้ำให้เห็นถึงภาพความท้าทายที่ผู้ประกอบการกำลังเผชิญหน้า กับราคาเนยที่พุ่งสูงจนน่าตกใจ

สถานการณ์ ‘ขาดแคลน’ นี้มีต้นตอมาจากผู้ผลิตและส่งออกเนยรายใหญ่ที่สุดของโลกสองแห่งคือยุโรปและนิวซีแลนด์ ซึ่งต่างเริ่มต้นปี 2025 ด้วยปริมาณเนยคงคลังที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์

ปัญหานี้สืบย้อนไปตั้งแต่ปี 2022 ที่ต้นทุนการผลิตนมสูงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อและราคาพลังงาน ทำให้ผู้แปรรูปผลิตภัณฑ์นมต้องมองหาหนทางทำกำไรสูงสุดเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ

ทางเลือกที่พวกเขาพบคือการหันไปผลิต ‘ชีส’ แทนเนย เพราะกระบวนการผลิตชีสสามารถใช้ประโยชน์จากน้ำนมได้ทั้งก้อน แม้กระทั่งผลพลอยได้อย่าง ‘เวย์’ (Whey) ก็ยังเป็นที่ต้องการสูงในตลาดอาหารและอาหารเสริม

ต่างจากการผลิตเนยที่เหลือส่วนของบัตเตอร์มิลค์ซึ่งมีมูลค่าต่ำกว่า ส่งผลให้ปริมาณการผลิตเนยในสหภาพยุโรปลดลงต่อเนื่อง และคาดว่าจะแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปีในปีนี้

ซ้ำร้าย ปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมก็ดูเหมือนจะยังไม่จบสิ้น เมื่อขนาดฝูงวัวในยุโรปลดลงจากแรงกดดันทางการเงิน และยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากโรคระบาดในสัตว์ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณน้ำนมดิบที่ผลิตได้ ขณะที่การผลิตเนยในนิวซีแลนด์เองก็ยังไม่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนเกิดโรคระบาดใหญ่ ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

ในขณะที่ปริมาณเนยในตลาดโลกลดลง ความต้องการกลับสวนทางและเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเอเชียที่ผู้บริโภคหันมานิยมบริโภคเนยมากขึ้น เห็นได้จากความต้องการในจีนที่โตขึ้นถึง 6% ในปีเดียว

เช่นเดียวกับไต้หวันและอินเดียที่มีการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ Bakehouse เชนเบเกอรีสัญชาติฝรั่งเศสในฮ่องกงต้องปรับเปลี่ยนผู้ผลิตเนยถึง 3 รายในเวลาอันสั้นเพื่อหาวัตถุดิบให้เพียงพอ

ทางฝั่งผู้บริโภคชาวตะวันตกเองก็กลับมาบริโภคเนยแท้มากขึ้น หลังจากที่หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปพิเศษ (Ultra-processed foods) ซึ่งยิ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันด้านอุปสงค์เข้าไปอีก แต่ผลกระทบจากราคาที่สูงขึ้นก็เริ่มปรากฏให้เห็น เมื่อร้านอาหารดังในลอนดอนอย่าง Morchella ตัดสินใจเปลี่ยนเมนูขนมปังกับบราวน์บัตเตอร์ยอดนิยม มาเป็นการเสิร์ฟคู่น้ำมันมะกอกแทน

เบน มาร์กส์ หัวหน้าเชฟของร้านยอมรับว่า ในอดีตพวกเขาสามารถใช้เนยจำนวนมากในการทำอาหาร แต่ “ตอนนี้คุณต้องฉลาดขึ้นมากในการใช้” และมองว่าเป็นเรื่องที่ ‘หลีกเลี่ยงไม่ได้’ ที่ลูกค้าจะต้องเผชิญกับราคาอาหารที่สูงขึ้นในท้ายที่สุด

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าสถานการณ์นี้จะยังไม่คลี่คลายในเร็ววัน ตราบใดที่ความขัดแย้งทั่วโลกและปัญหาซัพพลายเชนยังคงอยู่ และความต้องการตามฤดูกาลอย่างไอศกรีมหรือครีมสำหรับเทศกาลต่างๆ ก็ยิ่งทำให้ราคาเนยไม่มีแนวโน้มจะลดลงเลย

ภาพ:Liz Hafalia/The San Francisco Chronicle via Getty Images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...