โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บิ๊กเล็ก” เผยเขมรยังเคลื่อนอาวุธหนักประชิดชายแดน เสี่ยงปะทะ ยอมรับไทยเสียเปรียบเพราะเสียรู้ปมคลิปเสียง

Manager Online

เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 10.07 น. • MGR Online

รมช.กลาโหม เผยทหารเขมรพร้อมอาวุธหนัก ยังประชิดชายแดนเคลื่อนย้ายกำลังไปมา เสี่ยงเกิดความไม่เข้าใจกัน เตือนหากปะทะจะรุนแรง สูญเสียหนักกว่าปี 54 เพราะต่างมีอาวุธร้ายแรงกว่าเดิม ยอมรับคลิปสนทนา “ฮุนเซน” รัฐบาลเสียรู้ ย้ำความตึงเครียด เกิดจากส่วนบุคคล ต้องไม่ขยายไปถึงประชาชน

วันนี้(4 ก.ค.) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ชี้แจงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ขณะนี้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังตึงเครียด แม้กำลังทหารที่เผชิญหน้ากันจะถอยออกจากกันแล้ว แต่กำลังที่เหลืออยู่มีจำนวนมาก ทั้งอาวุธหนัก รถถัง ปืนใหญ่ยังอยู่ในพื้นที่ มีความเสี่ยง วันใดหากเกิดความไม่เข้าใจกัน อาจทำให้สถานการณ์บานปลายถึงขั้นใช้อาวุธหนัก เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2554 ที่เขาพระวิหารแล้ว ครั้งนั้นอาวุธที่ทั้งสองฝ่ายมียังไม่ร้ายแรงเท่าครั้งนี้

พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการดำเนินการของรัฐบาลเพื่อนบ้าน เป็นความตึงเครียดที่เกิดจากส่วนบุคคล ต้องไม่ขยายไปถึงประชาชน ส่วนเหตุที่ต้องเข้มงวดชายแดน เพราะมีข้อมูลชัดเจน กัมพูชาสั่งเคลื่อนย้ายกำลังมาที่ชายแดน ขยับไปขยับมา ไทยจำเป็นต้องเสริมกำลังที่เหมาะสม เพื่อรักษาอธิปไตย

“วันนี้ ที่เรามาถึงจุดที่คนส่วนใหญ่เห็นว่า เรากำลังเสียเปรียบเพราะที่ผ่านมา รัฐบาลเสียรู้ ประเด็นคลิปเสียงหลุด เราก็เห็นกันอยู่แล้วว่าเราเสียรู้เรื่องอะไร” พลเอกณัฐพล กล่าว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...