โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Bitwise ชี้โลกตื่นรู้ระบบเงินเฟียต หันถือ Bitcoin-ทองคำเพิ่ม

ทันหุ้น

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 10.25 น.

#Bitwise #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (CIO) ของ Bitwise กล่าวว่า โลกกำลังตื่นรู้ถึง “ความบ้าคลั่ง” ของการทดลองใช้ระบบเงินตราเฟียต (Fiat Currency) โดยชี้ให้เห็นว่า ขณะนี้ธนาคารกลางกำลังซื้อทองคำในปริมาณเป็นประวัติการณ์ และประชาชนก็หันมาถือบิทคอยน์มากขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าความเชื่อในเงินเฟียตอาจไม่มั่นคงเหมือนที่เคยเชื่อกัน

โดยอ้างอิงนิทานเปรียบเทียบของนักเขียน David Foster Wallace ที่กล่าวถึงปลาซึ่งไม่รู้ว่าตนเองว่ายอยู่ในน้ำ ในบันทึกถึงลูกค้าเมื่อเย็นวันอังคาร Hougan ชี้ว่า มนุษย์เรามักมองไม่เห็นความจริงที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะสิ่งที่อยู่รายล้อมเราตลอดชีวิต

Hougan กล่าวว่า ตั้งแต่สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรฐานทองคำในปี 1971 เป็นต้นมา บุคคลใดที่เคยทำงานในระบบที่ไม่ใช่เฟียต ต้องมีอายุอย่างน้อย 75 ปีในปัจจุบัน (โดยนับจากการเริ่มทำงานที่อายุเฉลี่ย 21 ปี)

“เช่นเดียวกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินแทบทุกคนในปัจจุบัน ผมใช้ชีวิตทั้งหมดอยู่ในโลกของเฟียต โลกที่ปริมาณเงินไม่ได้อิงกับทองคำหรือเงินสำรองใด ๆ แต่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่รัฐบาล ‘ตัดสินใจ’ ให้เป็น” Hougan กล่าว “ตอนที่เราเรียนหนังสือ ระบบเฟียตถูกอธิบายว่าเป็นพัฒนาการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เหมือนการคลานออกจากโคลนแล้วเริ่มเดินสองขา คนเคยคิดว่าทองคำคือเงิน พวกเราหัวเราะแล้วพูดว่า น่ารักจัง”

อย่างไรก็ตาม CIO ของ Bitwise ระบุว่า คนจำนวนมากกำลังเริ่มตระหนักว่า ยุคของเงินเฟียตอาจเป็นเพียงข้อยกเว้นในประวัติศาสตร์

“บางทีการพิมพ์เงินลอย ๆ ตั้งแต่ปี 1971 อาจเป็นไอเดียที่บ้าระห่ำ บางที ‘เงินที่มั่นคง’ (Sound Money) อาจต้องมีขีดจำกัด” เขากล่าว “พูดอีกอย่างก็คือ คนเริ่มถามตัวเองว่า 'เฟียตคืออะไรกันแน่?'”

ธนาคารกลางกว้านซื้อทอง ประชาชนหันถือบิทคอยน์

Hougan อ้างอิงรายงานล่าสุดของ Financial Times ที่ระบุว่า ธนาคารกลาง ซึ่งเคยซื้อทองคำเป็นเรื่องปกติก่อนปี 1971 ได้กลับมาซื้อเพิ่มอีกครั้งหลังวิกฤตการเงินปี 2008 เพื่อตอบสนองต่อความกังวลเกี่ยวกับระบบเฟียต และได้เร่งการสะสมทองอย่างหนักอีกครั้งหลังการรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 ท่ามกลางความกลัวต่อการลดค่าเงินและการยึดทรัพย์สิน

ด้วยหนี้ของสหรัฐฯ ที่กำลังเข้าใกล้ 37 ล้านล้านดอลลาร์ ทองคำเมื่อปีที่แล้วได้แซงหน้าเงินยูโรขึ้นเป็นสินทรัพย์สำรองอันดับสอง โดยธนาคารกลางต่างมองหาสินทรัพย์ที่หายาก มีความเป็นกลางระดับโลก และสามารถควบคุมดูแลได้ด้วยตนเอง คุณลักษณะซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ทองคำเท่านั้น

เช่นเดียวกับรัฐบาล นักลงทุนรายบุคคลก็กำลังตื่นตัวต่อความเสี่ยงของการพิมพ์เงินอย่างไร้การควบคุม แต่คนส่วนใหญ่เลือกหันไปหาบิตคอยน์ ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นทองคำในรูปแบบดิจิทัล

Hougan ชี้ว่า บิทคอยน์ ETF มีเงินไหลเข้ารวม $45 พันล้าน เหนือกว่า ETF ทองคำที่มีเงินไหลเข้า $34 พันล้าน ตั้งแต่เดือนมกราคม 2024

ความแตกต่างระหว่างการยอมรับของภาคประชาชนและธนาคารกลางนั้น มาจากขนาดตลาดเป็นหลัก Hougan อธิบายว่า ด้วยมูลค่าตลาดที่อยู่ที่ $2 ล้านล้าน บิทคอยน์ยังเล็กและขาดสภาพคล่องเกินไปสำหรับธนาคารกลางที่จะเข้าออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ความต้องการกำลังเพิ่มขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทองคำหรือบิทคอยน์ แก่นของเรื่องคือ: กลยุทธ์พอร์ตการลงทุนแบบเดิมที่พึ่งพาหุ้นและพันธบัตรยังคงมีความเสี่ยงที่ผูกติดกับเฟียต “ผู้คนเริ่มตระหนักแล้วว่าน้ำที่เราว่ายอยู่ อาจไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด” Hougan กล่าวสรุป

ที่มา https://www.theblock.co/post/358720/bitwise-cio-says-world-waking-up-to-fiat-craziness-turning-to-bitcoin-as-digital-hedge-against-debasement

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews

Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...