โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ท้องอืด แน่นท้อง สัญญาณเตือน “มะเร็งรังไข่” ภัยเงียบคร่าชีวิตสาวไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 19.50 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 02.42 น.

ข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ Cancer In Thailand Vol. XI ปี 2019– 2021 พบว่าอุบัติการณ์โรคมะเร็งรังไข่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ปีละประมาณ 3,000 รายในประเทศไทย แม้มะเร็งรังไข่จะพบบ่อยเป็นอันดับสามรองจากมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งมดลูก แต่ก็เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากที่สุดในมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์สตรี เนื่องจากโรคมะเร็งรังไข่มักไม่มีอาการที่ชัดเจน

นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคมะเร็งเป็น "ภัยเงียบ" เนื่องจากมักไม่มีอาการแสดงที่จำเพาะเจาะจง โดย “มะเร็งรังไข่” เป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่เกิดได้ทุกช่วงวัย มักพบมากในช่วงอายุ 50-60 ปี

สัญญาณเตือนโรคมะเร็งรังไข่ในระยะเริ่มแรก ได้แก่ อาการท้องอืด แน่นท้อง ปวดท้อง รับประทานอาหารได้น้อยลง อิ่มเร็ว ท้องโตกว่าปกติ บางรายที่มะเร็งมีการลุกลามอาจคลำได้ก้อนที่ท้องหรืออุ้งเชิงกราน หรือมีภาวะท้องมาน ดังนั้นหากคุณมีอาการเหล่านี้แทบทุกวันหรือนานเกิน 2-3 สัปดาห์ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ด้านเรืออากาศเอกนายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า สาเหตุการเกิดมะเร็งรังไข่พบว่ามาจากหลายปัจจัย เช่น อายุที่มากขึ้น ภาวะอ้วน ภาวะมีบุตรยาก ประจำเดือนเร็ว หมดประจำเดือนช้า การสูบบุหรี่

นอกจากนี้ยังพบบ่อยในกลุ่มโรคมะเร็งเต้านมและรังไข่ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (hereditary breast and ovarian cancer syndrome: HBOC) สัมพันธ์กับยีน BRCA ซึ่งเป็นยีนที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซม DNA หากยีนนี้กลายพันธุ์ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งรังไข่และมะเร็งเต้านมอย่างมีนัยสำคัญ หากตรวจพบยีนดังกล่าวในผู้ที่เป็นมะเร็งหรือสมาชิกครอบครัว จะมีการเฝ้าระวังที่ถี่ขึ้น หรือวางแผนการผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงมะเร็งในอนาคตได้

แพทย์หญิงวรางคณา โกละกะ แพทย์เฉพาะทางสาขามะเร็งวิทยานรีเวช สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่ที่มีประสิทธิภาพในระดับประชากรทั่วไป หรือแม้แต่การตรวจค่าสารบ่งชี้มะเร็งรังไข่ก็ยังไม่มีความแม่นยำนัก

ทั้งนี้การวินิจฉัยโรคขึ้นกับ อาการที่ผิดปกติร่วมกับผลตรวจภาพถ่ายทางรังสี การตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตามข้อบ่งชี้ และการผ่าตัดเพื่อนำก้อนมะเร็งออกและเพื่อกำหนดระยะโรค ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติใด ควรเข้ารับคำปรึกษาและตรวจเพิ่มเติมจากแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวช เพื่อตรวจร่างกาย ตรวจภายในหรือตรวจภาพถ่ายวินิจฉัยอื่นๆเพิ่มเติม

การรักษาหลักในมะเร็งรังไข่ ได้แก่ การให้เคมีบำบัด การให้ยามุ่งเป้า (Targeted therapy) ตามข้อบ่งชี้ หรือ การผ่าตัดและให้ยาเคมีบำบัดในช่องท้อง ซึ่งเป็นความหวังใหม่ในการรักษา เนื่องจากช่วยเพิ่มระยะเวลาโรคสงบ และอัตรารอดชีพได้ดี

อย่างไรก็ตาม การป้องกันมะเร็งที่ดีที่สุดคือการรักษาสุขภาพ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และเข้ารับการตรวจสุขภาพ รวมทั้งการตรวจภายในประจำปีอย่างสม่ำเสมอ และหากมีอาการผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...