โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ลูกช็อก! พ่อแค่กินกล้วย อ่อนแรงต้องหามส่งหมอ ชี้สาเหตุ "ไตล้มเหลว" หวิดหัวใจหยุดเต้น

sanook.com

เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 04.04 น. • Sanook
ผู้ชายยังล้ม! แค่กินกล้วย

กินกล้วยมากเกินไป ไตแทบพัง! ชายวัย 66 เสี่ยงหัวใจหยุดเต้น แพทย์เตือน “ผู้ป่วยไตห้ามกินแบบนี้เด็ดขาด”

กล้วย อาจเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องประโยชน์ แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต หากกินไม่ถูกวิธี อาจกลายเป็นภัยเงียบที่คุกคามถึงชีวิต ล่าสุดชายวัยเกษียณต้องเข้าห้องฉุกเฉิน หลังจากกินกล้วยวันละ 4 ลูกติดต่อกัน 5 วัน ส่งผลให้ไตทำงานผิดปกติ และระดับโพแทสเซียมในเลือดพุ่งสูงจนน่ากังวล

รายงานจากเว็บไซต์ Jimu News ของจีนเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ระบุว่า โรงพยาบาลหมายเลข 3 เมืองอู่ฮั่น ได้รับผู้ป่วยชายชื่อ “จางจื่อ” อายุ 66 ปี เข้ารับการรักษาในสภาพกล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง เดินเหินไม่ได้ และใกล้หมดสติ

ทีมแพทย์เปิดเผยว่า ผู้ป่วยมีประวัติป่วยโรคไตเรื้อรังมาก่อน และผลตรวจเลือดพบว่าระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงกว่าปกติอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันระดับครีอะตินีน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการทำงานของไตก็พุ่งสูงสะท้อนว่าไตเริ่มล้มเหลว

แพทย์หญิงหวัง หยวน แพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยรายนี้ ระบุว่า หากไม่ได้รับการรักษาโดยเร็ว มีโอกาสสูงที่ผู้ป่วยจะเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ, หัวใจวาย หรือร้ายแรงที่สุดคือภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันจนเสียชีวิต ผู้ป่วยจึงได้รับการฟอกเลือดฉุกเฉินเพื่อเร่งขจัดโพแทสเซียมส่วนเกินออกจากร่างกาย ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวภายหลัง

พบต้นเหตุอยู่ที่ “กล้วย” กับความเข้าใจผิดของครอบครัว! ลูกสาวของนายจางให้ข้อมูลว่า ที่บ้านซื้อกล้วยมาบำรุงสุขภาพให้คุณพ่อ เพราะเชื่อว่าช่วยเรื่องการย่อยอาหาร จึงให้กินวันละ 4 ลูกติดต่อกันนาน 5 วัน โดยไม่รู้เลยว่าพฤติกรรมนี้คือ “อันตราย” สำหรับผู้ป่วยไต

แพทย์ชี้ชัดว่า กล้วยเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง โดยกล้วย 1 ลูกอาจมีโพแทสเซียมตั้งแต่ 358–422 มิลลิกรัม หากกินวันละหลายลูก โพแทสเซียมจะสะสมในเลือดได้ง่าย โดยเฉพาะในผู้ป่วยไตที่ ขับโพแทสเซียมออกจากร่างกายได้น้อยกว่าคนปกติ

“ร่างกายปกติสามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกทางไต แต่หากไตทำงานผิดปกติ โพแทสเซียมจะสะสมและกลายเป็นภัยเงียบที่อันตรายถึงชีวิต” – แพทย์หญิงหวัง หยวน

โดยคุณหมอยังแนะนำด้วยว่า ผู้ป่วยไตเรื้อรัง ไม่ควรกินกล้วยเกิน 1 ลูกต่อสัปดาห์ และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น อินทผาลัมแห้ง, ลูกเกด, มันฝรั่ง, มะเขือเทศ, อะโวคาโด, ส้ม, บรอกโคลี

ท้ายที่สุดจะเห็นได้ว่า โรคไตไม่ใช่แค่เรื่องยา แต่ “การกิน” สำคัญไม่แพ้กัน กรณีของนายจางถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคไต แพทย์เน้นย้ำว่า ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ก่อนเปลี่ยนแปลงอาหาร เพื่อหลีกเลี่ยงการรับสารที่ส่งผลเสียต่อไต เพราะแม้แต่ “กล้วย” ก็ไม่ใช่ทุกคนที่กินแล้วปลอดภัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...