โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

“ดีอี” เตือน ข่าวปลอม “รับสมัคร จนท.ศูนย์ดิจิทัลชุมชน มีค่าแรกเข้า 50,000 บ.”

เดลินิวส์

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 13.58 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 08.35 น. • เดลินิวส์
ดีอี ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กระทรวงดิจิทัลฯ ประกาศรับสมัคร เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ดิจิทัลชุมชน มีค่าแรกเข้า 50,000 บาท” ขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด และสับสนในสังคม

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 11 – 17 กรกฎาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 887,665 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 671 ข้อความ

สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 627 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 36 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 8 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 214 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 89 เรื่อง

นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ เป็นข่าวการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ข่าวเกี่ยวกับเรื่องของความมั่นคงภายในประเทศ และระหว่างประเทศ และข่าวที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความตื่นตระหนก วิตกกังวล สับสน เข้าใจผิดได้ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่

อันดับที่ 1 : เรื่อง กระทรวงดิจิทัลฯ ประกาศรับสมัคร เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ดิจิทัลชุมชน มีค่าแรกเข้า 50,000 บาท

อันดับที่ 2 : เรื่อง กระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน เบกกิ้งโซดา ช่วยให้สายตากลับมามองเห็นชัดใน 5 วัน

อันดับที่ 3 : เรื่อง รฟท. เปิดตัวรถด่วนคริสตัล 2026 เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่

อันดับที่ 4 : เรื่อง คนไทยติดเชื้อ HIV 6 แสนคน เฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน

อันดับที่ 5 : เรื่อง ปราสาทตาควาย อยู่ในเขตแดนและอธิปไตยของกัมพูชา

อันดับที่ 6 : เรื่อง กัมพูชายื่น UNESCO ขอชุดไทยแลกเปลี่ยนเพื่อจบปัญหาชายแดน

อันดับที่ 7 : เรื่อง กองสลากฯ สั่งล็อกเลขสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 ก.ค. 68

อันดับที่ 8 : เรื่อง กองทัพไทย ส่งหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว (RDF) เข้าทำลายข้าศึก จบสงครามได้ราบคาบ

อันดับที่ 9 : เรื่อง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดรับบริจาคข้าวสารให้ทหารแนวหน้า

อันดับที่ 10 : เรื่อง กัมพูชา นำวรรณกรรมไทย 22 เรื่อง ไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก

สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “กระทรวงดิจิทัลฯ ประกาศรับสมัคร เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ดิจิทัลชุมชน มีค่าแรกเข้า 50,000 บาท” กระทรวงดีอี โดย สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า สดช. ได้ดำเนินการคัดเลือกผู้รับจ้างในการดำเนินการโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรู้เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับกำลังคนดิจิทัลระดับอำเภอ โดยข้อกำหนดตามขอบเขตของงานข้อ 4.2.1 กำหนดให้ “ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่บริหารงานระดับอำเภอ จำนวน 878 คน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนกำลังคนในพื้นที่”

ทั้งนี้จากการสอบถามผู้ชนะการเสนอราคา (บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) พบว่า บริษัทฯ ได้เตรียมการในการดำเนินงานโครงการ โดยได้ประกาศรับสมัครบุคลากรเพื่อเสนอ สดช. พิจารณาก่อนปฏิบัติงานจริงตามสัญญา ซึ่งการรับสมัครดังกล่าว “ไม่มีการเรียกรับเงินค่าแรกเข้าในการสมัครและค่าใช้จ่ายอื่นใดทั้งสิ้น” ดังนั้นจึงขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ ที่แอบอ้างรับสมัครงานดังกล่าว โดยหลอกลวงเรียกรับค่าแรกเข้าและค่าใช้จ่ายในการรับสมัครอื่นๆ

ด้านข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “กระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน เบกกิ้งโซดา ช่วยให้สายตากลับมามองเห็นชัดใน 5 วัน” กระทรวงดีอี ร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า คลิปตามภาพข่าวนั้น เป็นคลิป AI ที่ถูกผู้ไม่หวังดีนำภาพและเสียงของ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปแอบอ้างในการให้คำแนะนำ และโฆษณาในประเด็นสุขภาพดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้มีประชาชนหลงเชื่อทำตาม ด้วยหวังว่าจะหายจากโรค จนสูญเสียโอกาสในการรักษาได้ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อวิธีการรักษาในสื่อออนไลน์ ซึ่งไม่มีที่มาหรือข้อมูลอย่างเป็นทางการ และอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...