โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อียู” ปกป้องข้อตกลงการค้ากับทรัมป์ หลังเจอกระแสตีกลับรุนแรง

เดลินิวส์

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 14.43 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 07.37 น. • เดลินิวส์
สหภาพยุโรป (อียู) ออกมาปกป้องข้อตกลงการค้ากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ หลังประเทศสมาชิกและธุรกิจหลายแห่งในกลุ่ม เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่บางคนมองว่าเป็น “การยอมจำนน”

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ว่า นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของอียู บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับทรัมป์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังเธอรีบเดินทางไปยังสกอตแลนด์ ก่อนที่สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีสูงลิ่ว ซึ่งอาจทำลายเศรษฐกิจของยุโรป เนื่องจากใกล้ถึงเส้นตายในวันที่ 1 ส.ค. นี้

ขณะนี้ การส่งออกของอียู เผชิญกับอัตราภาษีศุลกากร 15% ครอบคลุมสินค้าทุกประเภท รวมถึงสินค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ ยา และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าอัตราภาษีก่อนที่ทรัมป์กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา แต่ต่ำกว่าอัตราภาษี 30% ที่ผู้นำสหรัฐขู่ไว้

ด้านนายมาโรช เชฟโควิช ผู้เจรจาการค้าระดับสูงของอียู กล่าวกับนักข่าวว่า เขามั่นใจว่าข้อตกลงนี้ดีกว่าการทำสงครามการค้ากับสหรัฐ และมันคือข้อตกลงที่ดีที่สุดสำหรับอียู ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาจากประเทศสมาชิกต่าง ๆ ของอียู มีตั้งแต่นิ่งเงียบ ไปจนถึงแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน ดังเช่นนายฟรองซัวส์ เบย์รู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ที่กล่าวว่ามันเป็น “วันที่มืดมน” สำหรับยุโรป และข้อตกลงข้างต้นเปรียบเสมือน “การยอมจำนน”

ขณะที่เชฟโควิช แก้ต่างแนวทางของฝ่ายบริหารอียูในกรุงบรัสเซลส์ว่า การไม่มีข้อตกลงใด ๆ กับสหรัฐ ส่งผลให้อียูต้องเผชิญกับอัตราภาษี 30% และความตึงเครียดที่อาจรุนแรงขึ้น ตลอดจนทำให้ยุโรปสูญเสียงานมากถึง 5 ล้านตำแหน่ง.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...