โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กองกำลังบูรพาชี้แจงข้อมูลกัมพูชาขุดคูเลต ยันยังไม่การชุดฝั่งไทย ส่วนด่านผ่านแดนถาวรส่งเจ้าหน้าที่ชี้แจงผู้เดินทางเข้าออก จ.สระแก้ว-ปอยเปต

77kaoded

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 14.34 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 07.34 น. • 77Kaoded

สระแก้ว – กองกำลังบูรพายันยังไม่มีการขุดคูเลตในฝั่งไทย โดยเจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันชายแดนสระแก้ว กองกำลังบูรพา แจงกรณีที่มีภาพหน่วยทหารกัมพูชาขุดสนามเพลาะ(คูเลต) เป็นภาพเก่า ยันไร้ความเคลื่อนไหวทหารกัมพูชาใน 8 พื้นที่อ้างสิทธิ์ และไม่ได้ขุดในฝั่งประเทศไทย ส่วนด่านผ่านแดนถาวรส่งเจ้าหน้าที่ชี้แจงผู้เดินทางเข้าออก จ.สระแก้ว-ปอยเปต ซึ่งสื่อกัมพูชาประโคมข่าวไทยปิดด่านชายแดนกัมพูชาฝ่ายเดียว เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีรายงานข่าว เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ระบุว่า แหล่งข่าวความมั่นคงยืนยันว่า ทหารกัมพูชา ได้มีการระดมพลขุดสนามเพลาะ (คูเลต) และสร้างบังเกอร์ รวมถึงปรับปรุงหลุมบังเกอร์ ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณหน้าแนว อ.ตาพระยา และ อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ในความดูแลของกองกำลังบูรพา จังหวัดสระแก้ว นั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ หรือ ผบ.ฉก.อรัญประเทศ เปิดเผยว่า ขอชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่า ภาพหรือคลิปที่มีการส่งต่อตามสื่อโซเชียลมีเดียนั้น แสดงให้เห็นถึงลักษณะของดินที่แห้ง แต่ในปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าว มีฝนตกตามฤดูฝน จึงยืนยันได้ว่า ภาพหรือคลิปที่เผยแพร่อยู่ในขณะนี้เป็นภาพเก่า

ทั้งนี้ ผบ.ฉก.อรัญประเทศ กองกำลังบูรพา กล่าวยืนยันว่า ในส่วนของ 8 พื้นที่อ้างสิทธิ์ หรือ โนแมนด์แลนด์ ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยกองกำลังบูรพา ชายแดนจังหวัดสระแก้ว โดยหน่วยเฉพาะกิจป้องกันชายแดน ได้มีการออกลาดตระเวนอย่างครอบคลุมทั้ง 3 ช่องทาง ได้แก่ ทางอากาศ ด้วยอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน, ทางบก และทางน้ำ ขอยืนยันว่า ไม่มีการกระทำดังกล่าวของทหารฝ่ายกัมพูชาใน 8 พื้นที่ของจังหวัดสระแก้วอย่างแน่นอน

พ.อ.ชัยณรงค์ ยังกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อรายงานข่าวที่เกิดขึ้น และอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างจริงจัง ในเบื้องต้น คาดว่า เป็นการกระทำอยู่ในเขตพื้นที่ของพื้นที่ฝั่งประเทศกัมพูชาเอง ไม่ใช่ในฝั่งประเทศไทย

สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ที่่ด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ช่วงเวลา 11.00 น. บริเวณอาคารผู้โดยสารขาออกประเทศ ของด่านศุลกากรอรัญประเทศ พ.อ.เมธี คำเต็ม ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ได้นำ เจ้าหน้าที่ทหารพรานหญิง ทำการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยเฉพาะคนไทยที่จะเดินทางข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา โดยได้ประกาศเตือนว่า สำหรับคนไทยหรือนักท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่เดินทางข้ามชายแดนในช่วงนี้ ถ้าไม่จำเป็นให้หยุดไว้ก่อน หากมีความจำเป็นขอให้ติดตามข่าวทางโซเซียลอย่างใกล้ชิด หากมีอะไรเกิดขึ้น ทางทหารจะปิดด่านโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

“หากมีการปิดด่าน ขอให้รีบออกมา ทาง ตม.จะอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ หากไม่สามารถออกมาได้ ให้คนไทยรวมกลุ่มกันและประสานไปยังสถานฑูตไทยในกัมพูชา เพื่อขอความช่วยเหลือโดยไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะฉนั้น หากมีความจำเป็นต้องเดินทาง จะต้องหาข้อมูลในการติดต่อกับสถานฑูตไทย อย่างเช่นเบอร์โทรหมายเลขติดต่อ หรือช่องทางการติดต่อทางโซเซียลให้พร้อมด้วย” เจ้าหน้าที่ทหาร ระบุ ทั้งนี้ ในส่วนของทางด้านชายแดนจังหวัดสระแก้ว ยังไม่มีประกาศห้ามรถยนต์หรือบุคคลข้ามแดน ยังสามารถเดินทางเข้าออกได้อย่างปกติ ส่วนจะมีประกาศใช้กฏอัยการศึกเมื่อใด ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อกัมพูชา รายงานข่าวว่า ไทยปิดด่านชายแดนกัมพูชาโดยฝ่ายเดียว โดยเว็บไซต์ The Phnom Penh Post รายงานข่าวว่า กระทรวงกลาโหมไทยประกาศปิดจุดผ่านแดนในจังหวัดสระแก้วที่ติดกับจังหวัดบันเตียเมียนเจยและพระตะบองของกัมพูชา โดยให้เหตุผลว่าประเทศไทยได้ใช้ความพยายามทุกวิถีทางแล้วในการแก้ไขข้อพิพาทเขตแดน ซึ่งตามหนังสือแจ้งจาก นาย คิม โสวันนา กงสุลใหญ่กัมพูชาประจำจังหวัดสระแก้ว ถึงกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ระบุว่า เมื่อเช้าวันนี้ (7 มิ.ย.) ทางการไทยได้แจ้งการปิดด่านชั่วคราวโดยฝ่ายเดียว เพื่อรอผลการเจรจาในข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งในความเป็นจริง ด่านผ่านแดนถาวรในพื้นที่ จ.สระแก้ว โดยเฉพาะ ด่านคลองลึกและด่านเขาดิน ยังคงเปิดให้สัญจรผ่านเข้าออกได้เป็นปกติ ——————————

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...