โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พ้นฟลอร์! KTC ร่วง 7.6% เหลือ 21.30 บาท บิ๊กล็อตโผล่ 90.5 ล้านหุ้น

PostToday

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 23.49 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 06.38 น.

หลังจากในช่วง 2 วันที่ผ่านมา (23-24 มิ.ย.2568) ราคาหุ้น บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ร่วงฟลอร์ 2 วันติดต่อกัน จากกรณีที่ถูกตั้งข้อสงสัยผู้ถือหุ้นใหญ่ถูกบังคับขาย หรือ Force Sell นั้น

ล่าสุดวันนี้ (25 มิ.ย.2568) ปิดช่วงเช้า เวลา 12.30 น. ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น KTC ลดลง 7.60% หรือลดลง 1.90 บาท มาอยู่ที่ 23.10 บาท ขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 24.30 บาท และลงไปทำราคาต่ำสุดที่ 21.80 บาท มูลค่าการซื้อขายรวม 15,568.52ล้านบาท

ทั้งนี้ ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้รายงานการซื้อขายผ่านกระดานซื้อขายหลักทรัพย์รายใหญ่ (Big Lot) หุ้น KTC พบ 9 รายการ จำนวน 90.50 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 19.34 บาท/หุ้น รวมมูลค่า 1,750 ล้านบาท ต่ำกว่าราคาปิดเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2568 ที่ราคา 25.00 บาท โดยแบ่งเป็น

  • รายการที่ 1 จำนวน 30 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 18.00 บาท/หุ้น รวมมูลค่า 540 ล้านบาท
  • รายการที่ 2 จำนวน 20.64 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 20.00 บาท/หุ้น รวมมูลค่า 412.80 ล้านบาท
  • รายการที่ 3 จำนวน 5.12 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 20.00 บาท/หุ้น รวมมูลค่า 102.40 ล้านบาท
  • รายการที่ 4 จำนวน 11 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 20.00 บาท/หุ้น รวมมูลค่า 220 ล้านบาท
  • รายการที่ 5 จำนวน 1.62 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 20.00 บาท/หุ้น รวมมูลค่า 32.40 ล้านบาท
  • รายการที่ 6 จำนวน 1.62 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 20.00 บาท/หุ้น รวมมูลค่า 32.40 ล้านบาท
  • รายการที่ 7 จำนวน 15.75 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 20.00 บาท/หุ้น รวมมูลค่า 315 ล้านบาท
  • รายการที่ 8 จำนวน 2.5 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 20.00 บาท/หุ้น รวมมูลค่า 50 ล้านบาท
  • รายการที่ 9 จำนวน 2.25 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 20.00 บาท/หุ้น รวมมูลค่า 45 ล้านบาท

นางพิทยา วรปัญญาสกุล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า ตามที่ราคาหุ้นของ KTC ได้ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง วันที่ 23 มิ.ย.2568 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะเป็นไปตามปัจจัยภายนอกและกลไกการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อย่างไรก็ตามบริษัทได้รับการสอบถามจากหลายภาคส่วนอย่างต่อเนื่องถึงการดำเนินงาน ของบริษัท

ดังนั้น เพื่อเป็นการให้ข้อมูลแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียมกัน บริษัทขอยืนยันว่าปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจยังคงมีความแข็งแกร่ง ไม่มีเหตุการณ์สำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของบริษัท

บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานด้วยความโปร่งใส หากมีข้อมูลที่มีสาระสำคัญซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เท่าเทียม และทันเวลาต่อไป

ด้าน บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) หรือ UOBKH ชี้แจงเกี่ยวกับรายงานข่าวที่ระบุว่าบริษัทหลักทรัพย์สัญชาติสิงคโปร์ในประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบจากการบังคับขายหุ้น KTC เนื่องจากมีการให้สินเชื่อ Margin แก่ลูกค้ารายหนึ่ง

โดยฝ่ายบริหารของ UOBKH ได้ยืนยันว่า บริษัทไม่ได้ให้สินเชื่อ Margin แก่ลูกค้ารายดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ล่าสุดนี้ ดังนั้นจึงไม่ได้รับผลกระทบจากการบังคับขายหุ้น KTC ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...