โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

โรงพยาบาลสามพราน แจงประสานครอบครัวแม่วัย 19 ลูกดับหลังคลอด แจงเร่งประสานแต่ไม่มาพบก่อนเป็นข่าว ย้ำยังรอพบเพื่อหารือร่วมกัน

77kaoded

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 19.46 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.33 น. • 77Kaoded

รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสามพราน แจ้งกรณีแม่วัย 19 ปีคลอดลูกแล้วสำนักขี้เทาเสียชีวิต โดยได้ประสานเพื่อเข้ากระบวนการรับการช่วยเหลือควบคู่กับการสอบสวนขั้นตอนการรักษาตามหลักการแพทย์อยู่ตลอดแต่ทางแม่เด็กบ่ายเบี่ยงยังไม่ยอมมาพบกระทั่งปรากฏเป็นข่าว ย้ำโรงพยาบาลสามพรานยังรอหารือพูดคุยทำความเข้าใจอยู่ตลอดเวลา ขอเพียงมาพบร่วมกัน ซึ่งทำข้อมูลดำเนินการมาตรการ 41 ในการเยียวยารอไว้แล้ว โดยไม่ต้องรอว่าใครผิดหรือถูกส่วนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม แจ้งรับทราบเรื่องก่อนหน้าเป็นข่าวแล้วอยู่ในขั้นสอบสวนและให้โรงพยาบาลสามพรานดำเนินการประสานความเข้าใจ กับครอบครัวผู้เสียชีวิตเพื่อมาหารือกัน โดยยังต้องรอผลการสอบสวนอีกทางหนึ่ง

วันที่ 25 มิถุนายน 2568 จากกรณีที่นางณี อายุ 43 ปี และน.ส.อร อายุ 19 ปี ยายและแม่ (ทั้งสองนามสมมุติ) เดินทางจาก จ.นครปฐม เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความเป็นธรรม โดย น.ส.อร แจ้งว่า ตนต้องสูญเสียลูกสาวที่เพิ่งคลอดออกมาได้ 5 วัน หลังวันที่ 18 มิ.ย.68 ลูกสาวปวดท้องคลอดลูก ตอนตี 2 ของวันที่ 18 มิ.ย.68 ซึ่งเป็นท้องครั้งแรก ระหว่างนอนรอคลอด ลูกสาวรู้สึกปวดท้องถี่ขึ้นเรื่อยๆ กระทั่ง 8 โมงกว่า ปากมดลูกเปิด 8 เซนติเมตร มีน้ำคร่ำและเลือดไหลออกมา เด็กพร้อมจะออก แต่พยาบาลสั่งให้อั้นเอาขาหนีบไขว่กันไว้ข้างหลังก่อน โดยอ้างว่า ยังไม่พร้อม จนกระทั่งเวลา 09.00 น.เศษ เด็กคลอดออกมามีภาวะสำลักขี้เทาเสียชีวิต

น.ส.อร กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเป็นพนักงานบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่ง ได้ค่าแรงวันละ 339 บาท ใช้สิทธิประกันสังคมในการรักษา ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ตนได้ไปฝากท้องที่โรงพยาบาลรัฐแห่งที่ 1 และไปตามนัดของแพทย์ทุกครั้งจนท้องเข้าเดือนที่ 9 เดือนมิ.ย.68 ไปพบแพทย์วันที่ 4 มิ.ย. และ 11 มิ.ย.68 แพทย์แจ้งว่า แม่และลูกแข็งแรงดี และมีกำหนดคลอดคือวันที่ 22 มิ.ย.68 โดยแพทย์นัดให้ไปพบอีกครั้งก่อนกำหนดคลอดในวันที่ 18 มิ.ย.68 แต่จู่ๆ คืนวันที่ 17 มิ.ย. ต่อเนื่องวันที่ 18 มิ.ย. เวลา 02.00 น. ตนได้ปวดท้องมากเหมือนจะคลอดลูกจึงรีบไปโรงพยาบาลกลางดึก พยาบาลตรวจพบว่าปากมดลูกเปิด 2 เซนติเมตร จึงให้นอนรอในห้องคลอดก่อน

ต่อมาเวลาประมาณ 6 โมงกว่า พยาบาลได้มาตรวจปากมดลูกอีกครั้งพบว่าเปิด 4 เซนติเมตรแล้ว ตนเริ่มมีอาการปวดท้องมากและปวดถี่ขึ้นเรื่อยๆ และมีน้ำคร่ำปนเลือดไหลออกมาเยอะมาก พยาบาลได้นำผ้ารองเตียงผืนใหม่มาเปลี่ยนให้และบอกให้รอจนกว่าปากมดลูกจะเปิดเต็มที่ก่อน ตนรู้สึกว่าปวดท้องจะไม่ไหวแล้ว ตนจึงถามพยาบาลว่าขอผ่าคลอดหรือเร่งให้คลอดได้ไหม พยาบาลบอกไม่ได้ต้องรอจนกว่าจะถึงเวลาคลอด กระทั่งเวลาประมาณ 8 โมงกว่า ตนปวดท้องมากเหมือนเด็กจะโผล่หัวออกมา พยาบาลมาดูก็บอกปากมดลูกเปิด 8 เซนติเมตร แต่พยาบาลบอกยังไม่พร้อม ให้ตนเปลี่ยนท่านอนตะแครงข้างเอาขาหนีบไว้แล้วไขว้ไปข้างหลังอั้นเอาไว้ก่อน ระหว่างนั้นมีเคสรายใหม่ปวดท้องคลอดเข้ามาพยาบาลประมาณ 6-7 คน จึงพากันไปอยู่ที่เตียงนั้น จนเวลาประมาณ 9 โมงกว่า ตนปวดท้องมากจึงร้องโอดโอยพยาบาลจึงเดินเข้ามาถามว่าปวดมากไหม ตนตอบไปว่าปวดมากไม่ไหวแล้ว จากนั้นพยาบาลให้ตนนอนหงายท้องอ้าขาและบอกว่าหัวเด็กโผล่ออกมาแล้ว จากนั้นเด็กก็คลอดออกมาทันที แม่ได้ยินเสียงลูกร้องแอะครั้งเดียวก่อนจะเงียบไป ประมาณ 5 นาที พยาบาลได้มาแจ้งกับตนว่า เด็กเกิดภาวะขาดออกซิเจน, สำลักขี้เทา จะต้องรีบส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐแห่งที่ 2 ในจ.นครปฐม โดยด่วน หลังส่งลูกไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐแห่งที่ 2 ได้ 5 วัน เด็กอาการยังอยู่ในขั้นวิกฤติ แพทย์พยายามรักษาจนสุดความสามารถมาแต่ก็ยื้อชีวิตเด็กไว้ไม่ได้ ลูกของตนได้เสียชีวิตลงในเวลา 10.47 น. วันที่ 23 มิ.ย.68 โดยแพทย์ระบุสาเหตุการตายจาก “ภาวะสำลักขี้เทา”

น.ส.อร กล่าวอีกว่า แม่และครอบครัวยังทำใจไม่ได้ที่สูญเสียลูกสาวคนแรกที่อุตส่าห์อุ้มท้องถึง 9 เดือน ประคบประหงมอย่างดี ไม่น่าที่จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แม่และครอบครัวติดใจสงสัยการให้บริการของโรงพยาบาลแห่งที่ 1 ปล่อยให้ปวดท้องนานเกินไปจนน้ำคร่ำแตกแล้วแต่ยังไม่ยอมให้คลอด ทำให้ครอบครัวต้องสูญเสียลูกที่อุ้มท้องมา 9 เดือน จึงอยากให้ รพ.ปรับปรุงการให้บริการดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยให้มากกว่านี้ ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับครอบครัวใครอีก และต้องการความเป็นธรรม ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว

หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับ น.ส.อร และครอบครัว โดยจะประสาน นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบ 1.การบริการของโรงพยาบาลแห่งที่ 1 ว่าเพราะเหตุใดเมื่อน้ำคร่ำแตกแล้วจึงไม่ทำคลอดให้เด็กออกมา 2.ตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของทารกว่าเพราะเหตุใด เพื่อให้กระจ่างและความเป็นธรรมกับน.ส.อร และครอบครัวต่อไป

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยัง นพ.วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ซึ่งติดภารกิจทางราชการซึ่งได้แจ้งว่าได้ทราบเรื่องเบื้องต้นจากรายงานของโรงพยาบาลต้นสังกัดและโรงพยาบาลที่รับตัวมาแล้ว ซึ่งจะมีการดำเนินการตามกระบวนขั้นตอนในการตั้งทีมสอบสวนข้อเท็จจริงไปแล้วซึ่งตอนนี้ได้เป็นไปตามหลักการของการดำเนินการอยู่ในกระบวนการ

ต่อมาผู้สื่อข่าว ได้ประสานไปยังโรงพยาบาลสามพราน ซึ่งนางพัชรี เกษรบุนนาค รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสามพราน ซึ่งได้แจ้งว่า เหตุการณ์ดังกล่าวตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น ตอนนี้ได้รับการกำชับจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลสามพราน และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ในการติดตามเรื่องดังกล่าวไปตั้งแต่ยังไม่มีการร้องเรียนไปยังมูลนิธิปวีณา ซึ่งทางโรงพยาบาลสามพราน ไม่ได้มีการนิ่งนอนใจ และพยายามประสานไปยัง น.ส.อร แม่เด็กตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยได้มีการนัดหมายมาพบกับทีมคณะทำงาน เพื่อจะมาหารือกันในการหาทางช่วยเหลือ เยียวยาซึ่งมีมาตร 41 รองรับอยู่แล้ว โดยนัดหมายในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน ซึ่งทาง น.ส.อร แม่เด็กแจ้งมาว่าขอทำศพลูกให้เสร็จสิ้นก่อน จากนั้นได้แจ้งนัดเป็นเวลา 13.30 น.ในวันอังคารที่ 23 มิถุนายน แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย ก็ไม่ได้มาตามนัดและทางโรงพยาบาลสามพราน ได้พยายามติดต่อไปหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบตกลงในการมาพบกัน กระทั่งปรากฏเป็นข่าวในวันนี้

รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสามพราน กล่าวว่า ตอนนี้ทางโรงพยาบาลสามพราน ก็ยังรอรับการนัดหมายจากครอบครัวของเด็กซึ่งรอว่าทางเขาจะพร้อมเมื่อไหร่เพื่อจะหารือในการบรรเทาควบคู่กับการสอบสวนข้อเท็จจริงตามหลักของกระบวนการรักษาซึ่งจะมีการชี้แจงให้เข้าใจอย่างชัดเจนตามหลักการทางการรักษาซึ่งยอมรับว่าในการคลอดมีโอกาสเกิดในกรณีที่เด็กจะสำลักขี้เทาได้ จากการตลอดและตอนนี้ทีมสอบสวนการรักษาโรคก็กำลังรวบรวมข้อมูลอย่างละเอียดทั้งหมดมาประเมินหาผลสรุปอย่างเร่งด่วนแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...