AIS Business ลุย เปิดตัว “AIS Cloud” คลาวด์ไทย มาตรฐานโลก
AIS Business เปิดตัว AIS Cloud - THAI Hyperscale Cloud คลาวด์ไทย 100% มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI ด้วยการให้บริการ Cloud Services มาตรฐานระดับโลกครั้งแรกในไทย
วันที่ 27 มิถุนายน 2568 ปฏิเสธไม่ได้ว่าในโลกปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและนวัตกรรม เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผนวกกับคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) และแมชชีนเลิร์นนิง (Machine Learning) ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในทุกภาคส่วน ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงที่ถาโถม ไม่ว่าจะเป็น Digital Disruption, ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์, หรือแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม
แต่การจะพัฒนา AI ได้อย่างเต็มศักยภาพนั้น จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งและปลอดภัย โดยเฉพาะการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลภายในประเทศ ภายใต้กฎหมายไทย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางดิจิทัลของชาติ
ศาสตราจารย์ (พิเศษ) วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เน้นย้ำถึงแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมุ่งเน้นในสองประเด็นหลัก ได้แก่ ความพร้อม และ การนำไปใช้ โดยทั้งสองส่วนนี้จะต้องพัฒนาควบคู่กันไปอย่างเป็นระบบ
ศาสตราจารย์ (พิเศษ) วิศิษฏ์ ได้กล่าวถึงองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความพร้อม ซึ่งประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) บุคลากร และ กฎระเบียบ โดยตระหนักดีว่าการพัฒนาแต่ละด้านนั้นจำเป็นต้องใช้งบประมาณที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการมี แผนงานที่ชัดเจน เพื่อให้การพัฒนาเหล่านี้สามารถดำเนินไปข้างหน้าได้อย่างมีทิศทางและประสิทธิภาพ
ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานนั้นถือเป็นหัวใจสำคัญ หากโครงสร้างพื้นฐานไม่แข็งแกร่ง การขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าก็จะเผชิญกับข้อจำกัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานจากต่างประเทศทั้งหมด 100% ไม่ใช่แนวทางที่ยั่งยืน สิ่งจำเป็นคือการส่งเสริมให้มี ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ เข้ามามีบทบาท ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI Cloud มาปรับใช้ในภาคธุรกิจของไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ
ความร่วมมือภาครัฐและเอกชน
เพื่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยั่งยืน
ปลัดกระทรวงฯ ยังได้เน้นย้ำว่า การพัฒนาระบบ Cloud ไม่ใช่ภารกิจที่ภาครัฐจะดำเนินการได้เพียงลำพัง ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ถือเป็น โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ไม่เพียงแต่เพื่อรองรับการใช้งานภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังมุ่งเป้าไปสู่การเป็น ศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของภูมิภาค อีกด้วย
การสร้างความสมดุลด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวเดินไปในระบบเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
เจาะ AIS Cloud powered by Oracle Cloud Infrastructure
นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS เปิดเผยว่า AIS Business ได้ประกาศความพร้อมในการเป็นแพลตฟอร์มเพื่อการพัฒนา AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศจากผู้ให้บริการด้านเอกชน ด้วยการเปิดตัว"AIS Cloud powered by Oracle Cloud Infrastructure" เป็นครั้งแรกในประเทศไทย! นี่คือ Hyperscale Cloud หรือโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์มาตรฐานระดับโลก ที่โดดเด่นด้วยการเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่มีศูนย์ข้อมูลตั้งอยู่ในประเทศไทย ดำเนินการโดยบริษัทไทย 100% และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด
บริการนี้พร้อมรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยี AI, Machine Learning, และ Big Data ได้อย่างครบวงจร พร้อมตอบโจทย์ความปลอดภัยด้านข้อมูลตามมาตรฐานรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรภาครัฐและเอกชนไทยสู่การเปลี่ยนผ่านในยุคดิจิทัลด้วย AI ได้อย่างแท้จริง
"โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เป็นของคนไทย" หัวใจสำคัญสู่ความมั่นคง
"AIS ต้องวางเป้าหมายหลักให้การใช้งานโครงสร้างพื้นฐานด้วย 3 เป้าหลักคือ Connect, Compute และ Create โดยวันนี้ AIS ได้ก้าวสู่อีกขั้นของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ควบคู่กับการพัฒนาคน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องมี AI เป็นของตัวเอง เพื่อเสริมความมั่นคงด้านเทคโนโลยีในอนาคต เพราะ AIS เชื่อว่า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เป็นของคนไทย คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล"
ด้วยเหตุนี้ AISจึงเดินหน้าลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Oracle สู่การให้บริการAIS Cloud powered by Oracle Cloud Infrastructure แพลตฟอร์มคลาวด์มาตรฐานระดับโลกรายแรกของไทย ที่ดำเนินการโดยคนไทย 100% พร้อมศูนย์ข้อมูลในประเทศ (Local Data Center) ซึ่งช่วยให้องค์กรภาครัฐและเอกชนสามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมั่นใจในความปลอดภัย และเป็นไปตามกฎหมายไทยทุกประการ
AIS Cloud - THAI Hyperscale Cloud ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อตอบสนองความต้องการและอำนวยความสะดวกให้แก่องค์กรไทยได้อย่างเต็มรูปแบบโดยมีจุดแข็งที่แตกต่างและเข้าใจถึงบริบททางธุรกิจของประเทศไทยอย่างลึกซึ้ง ดังนี้ :
- สัญญาภาษาไทย: เพื่อลดความซับซ้อนและเพิ่มความเข้าใจในการทำธุรกรรม องค์กรจะได้รับความชัดเจนในทุกข้อตกลงและเงื่อนไข
- ค่าบริการสกุลเงินบาท: การกำหนดค่าบริการเป็นสกุลเงินบาท ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งส่งผลให้องค์กรสามารถบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพและคาดการณ์ได้ อีกทั้งยังเป็นการให้บริการได้ตามความต้องการของลูกค้าตามขนาดของหน่วยประมวลผลที่ลูกค้าต้องการ
- บริการหลังการขายโดยคนไทย: มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคนไทยพร้อมให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรจะได้รับการแก้ไขปัญหาและคำแนะนำที่เป็นภาษาไทยอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
- รองรับ Workload ขนาดใหญ่: AIS Cloudมีศักยภาพในการรองรับปริมาณงานที่หลากหลายและมีขนาดใหญ่ ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจในทุกระดับ
- Auto Scaling: ระบบสามารถปรับเปลี่ยนทรัพยากรได้ทันทีตามความต้องการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการดำเนินงาน
- รองรับ AI, Machine Learning, Big Data: AIS Cloudพร้อมเป็นรากฐานสำหรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต ด้วยการรองรับการประมวลผลสำหรับ Artificial Intelligence (AI), Machine Learning (ML) และ Big Data ได้อย่างครบวงจร ตอบโจทย์การขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูลและนวัตกรรม
AIS Cloud - THAI Hyperscale Cloudคือความมุ่งมั่นของAIS ที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กรไทยอย่างแท้จริง เราเชื่อมั่นว่าบริการนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน และขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
นายภูผา ยังกล่าวเสริมถึงบริการใหม่ AIS NaaS (Network as a Service) ที่จะเข้ามาช่วยองค์กรปรับเปลี่ยนการใช้งานระบบเครือข่ายผ่าน Portal ได้ด้วยตนเอง เพิ่มความสะดวกในการปรับเปลี่ยนหรือขยายโครงข่ายและจุดใช้งานทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเชื่อมโยงสู่ AIS Cloudผ่านเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่หลากหลายทั้งแบบมีสาย (Fiber Optic) และไร้สาย (5G) เพิ่มความยืดหยุ่นและปลอดภัย พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญดูแล ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
AIS Business พร้อมเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการพัฒนาดิจิทัลและ AI ให้องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนเต็มรูปแบบ ด้วยการผสานเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ (Connect) การเก็บข้อมูลและประมวลผล (Compute) พร้อมต่อยอดทุกความต้องการของCloud ทั้ง Hybrid / Multi Cloudไปจนถึง Application Programming Interface หรือ API ครบวงจร เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีดิจิทัลในภูมิภาคนี้อย่างยั่งยืน
มาตรฐาน dSURE 3 ดาว
เน้นความมั่นคงทางข้อมูลที่
ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวถึงบทบาทของ depa ในการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการรับรองมาตรฐานการให้บริการคลาวด์ หรือ dSURE ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับ โดยระดับสูงสุดคือ dSURE Cloud ระดับ 3 ดาว ซึ่งหมายถึงมาตรฐานความปลอดภัยด้านข้อมูล Sovereign Cloud ที่เก็บข้อมูลอยู่ภายในประเทศ โดยไม่มีการส่งข้อมูลออกนอกประเทศ
ปัจจุบัน AIS Business เป็นผู้ประกอบการรายแรกๆ ในประเทศไทย ที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน dSURE 3 ดาวนี้ ซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณาดังนี้ ดาวที่ 1 พิจารณาจากมาตรฐานด้าน Safety, Security และ Funtion ดาวที่ 2 พิจารณาจาก ด้านการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน และดาวที่ 3 พิจารณาจากการมีอำนาจอธิปไตยของเจ้าของข้อมูล