เจาะลึกเทรนด์นักศึกษาจีนเทใจเรียนต่อไทย
“ไทย” ถือเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในการมาศึกษาต่อสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักศึกษาชาวจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มาจากปัจจัยบวกหลายประการที่ดึงดูดให้ชาวจีนจำนวนมากตัดสินใจมาศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาของไทยมากขึ้น
เทรนด์ความนิยมที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย
แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักศึกษาชาวจีนในสถาบันอุดมศึกษาของไทยได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีช่วงชะลอตัวบ้างช่วงสถานการณ์โควิด-19 แต่ก็กลับมาเติบโตอีกครั้งหลังสถานการณ์ดังกล่าวสงบลง
ปัจจัยหลักๆ มาจากเปลี่ยนแปลงในบริบทโลก ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ และค่าใช้จ่ายการศึกษาที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศตะวันตก ทำให้ผู้ปกครองชาวจีนหันมาผลักดันให้บุตรหลานมองอาเซียน ในฐานะจุดหมายปลายทางใหม่สำหรับการศึกษา โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีการเพิ่มขึ้นของนักเรียนและนักศึกษาจีนจำนวนมาก
นับตั้งแต่ปี 2562 มีนักศึกษาจีนเลือกศึกษาต่อในอาเซียนมากกว่า 90,000 คน ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในสิงคโปร์ ไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยเฉพาะชาวจีนที่นิยมส่งลูกหลานเข้ามาเรียนในไทย ติด 1 ใน 10 ประเทศที่ชาวจีนให้ความสนใจ
จากข้อมูลกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบุว่าในปีการศึกษา 2565 มีนักศึกษาต่างชาติรวม 34,202 คน คิดเป็นชาวจีนเกินครึ่ง หรืออยู่ที่ 21,419 คน เพิ่มขึ้นถึง 130% จาก 9,329 คน เมื่อปีการศึกษา 2555 การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นผลจากระบบการศึกษาที่เปิดกว้าง ค่าเล่าเรียนที่ต่ำกว่า และการดำเนินการด้านวีซ่าที่ไม่ซับซ้อน อีกทั้งชีวิตความอยู่ในไทยก็ไม่ได้ตึงเครียดจนเกินไป
มาถึงปีการศึกษา 2567 ภาคการเรียนที่ 1 พบว่ามีชาวต่างชาติที่เข้ามาเรียนในระดับอุดมศึกษาทั้งหมด 53,006 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2565 โดยพบว่าช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมามีนักศึกษาจีนเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยไทยมากขึ้นอย่างชัดเจน ได้แก่ จีน จำนวน 28,052 คน เป็นอันดับ 1 รองลงมาได้แก่ เมียนมาร์ 12,292 คน, กัมพูชา 1,871 คน, ลาว 1,097 คน ตามด้วยเวียดนาม, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, อินเดีย 516 คน
เบื้องหลังความนิยมการศึกษาต่อในไทยในหมู่นักเรียนชาวจีน
หากมองในรายละเอียด แรงขับเคลื่อนสำคัญให้การศึกษาต่อในไทยของนักศึกษาชาวจีน มาจากมหลายปัจจัย ได้แก่:
1. ค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล: เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศตะวันตก หรือแม้แต่บางเมืองใหญ่ในประเทศจีนเอง ค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนในไทยถือว่าอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ามาก ทำให้การศึกษาในไทยเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวชาวจีนจำนวนมาก
ปัจจัยที่ทำให้อาเซียนกลายเป็นตัวเลือกสำคัญประกอบด้วยค่าใช้จ่ายที่จับต้องได้ อาทิ ค่าศึกษาระดับปริญญาโทในประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 150,000 หยวน หรือราว 700,000 บาทสำหรับสองปี ซึ่งต่ำกว่าค่าใช้จ่ายในสหรัฐฯ ที่เฉลี่ยอยู่ระหว่าง 200,000-350,000 หยวนต่อปี
2.คุณภาพการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับ: มหาวิทยาลัยหลายแห่งในไทยมีการพัฒนาหลักสูตรและมาตรฐานการสอนที่เป็นสากล มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศ และบางสาขาวิชามีชื่อเสียงในระดับภูมิภาค
3.ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม: ไทยตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมกับประเทศจีนมากกว่าประเทศในทวีปอื่น ทำให้การปรับตัวและการใช้ชีวิตในประเทศไทยเป็นไปได้ง่ายกว่า สังเกตได้จากนักศึกษาจีนที่มาเรียนในไทย ส่วนใหญ่มาจาก มณฑลยูนนาน, เสฉวน, มณฑลอานฮุย และกวางสี ที่อยู่ทางตอนใต้ของจีน รองลงมาเป็นมณฑลซานตง กวางตุ้ง ปักกิ่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่ไกลจากไทยและเดินทางสะดวก
4.โอกาสในการเรียนรู้ภาษาที่สาม: นอกเหนือจากการเรียนรู้ในหลักสูตรภาษาอังกฤษแล้ว นักศึกษาจีนยังมีโอกาสในการเรียนรู้ภาษาไทย ซึ่งเป็นภาษาที่มีความสำคัญในภูมิภาค และสามารถเพิ่มโอกาสในการทำงานในอนาคต
5.สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและปลอดภัย: ไทยขึ้นชื่อเรื่องความมีอัธยาศัยไมตรีของผู้คน และเป็นประเทศที่ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
6.นโยบายส่งเสริมการศึกษาสำหรับชาวต่างชาติ: รัฐบาลไทยและสถาบันการศึกษาหลายแห่งมีนโยบายและโครงการที่สนับสนุนนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงนักศึกษาจีน โดยมีสถาบันการศึกษาไทยหันมาเปิดรับนักศึกษาจีนเพิ่มมากขึ้นถึง 102 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นสถาบันในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากกว่า 50 แห่ง
7.ความหลากหลายของหลักสูตร: สถาบันอุดมศึกษาในไทยมีหลักสูตรให้เลือกหลากหลายสาขาวิชา ครอบคลุมความต้องการที่แตกต่างกันของนักศึกษา โดยพบว่านักศึกษาจีนให้ความสนใจเข้าศึกษาในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงเอก แต่ปริญญาตรีจะได้รับความนิยมมากที่สุด
หลักสูตรยอดมนิยมที่นักศึกษาจีนนิยมมาศึกษาต่อ ก็จะมาตั้งแต่หลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขาการค้า การจัดการ ธุรกิจระหว่างประเทศ การตลาด บัญชี เป็นต้น
นอกจากนี้ยังพบอีกด้วย มีนักศึกษาบางกลุ่มเข้ามาประกอบอาชีพ นำเข้าสินค้าจากจีนเข้ามาจำหน่ายในไทยด้วย แม้จะมีการซื้อสินค้าไทย แต่ก็ยังเคยชินกับการใช้สินค้าจีน ที่หาซื้อได้ง่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตจีนมากกว่า
จากปัจจัยบวกเหล่านี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีกลุ่มนักลงทุนทั้งไทยและจีนเข้ามาพัฒนาระบบการศึกษาให้รองรับกับกลุ่มนักศึกษาจีน ไปจนถึงการเข้ามาลงทุนซื้อกิจการสถาบันการศึกษา และการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย หรือร้านค้าปลีก เพื่อรองรับการเติบโตของกลุ่มนักศึกษาจีนเหล่านี้มากขึ้นในไทย
อ้างอิง
https://www.mhesi.go.th/
https://thai.cri.cn/2023/10/06/VIDEWW6awcBFFlhgwhvUaYOi231006.shtml
https://www.thaipbs.or.th/news/content/343985
https://nakornchiangrainews.com/chinese-students-study-thailand-asean-education/#google_vignette
https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2838979