โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

SCB 10X ส่ง 5 งานวิจัยร่วมด้าน AI สู่เวทีประชุมวิชาการนานาชาติ

THE STANDARD

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 08.32 น. • thestandard.co
SCB 10X ส่ง 5 งานวิจัยร่วมด้าน AI สู่เวทีประชุมวิชาการนานาชาติ

‘กลุ่มเอสซีบีเอกซ์’ หวังพัฒนาและผลักดันงานวิจัยสู่ระดับโลก โดยเน้นเป้าหมายสู่การสร้าง ‘A-Star (A*) Research’ หรือผลงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับในงานประชุมวิชาการระดับสูงสุดของโลกที่จัดอันดับโดยองค์กร CORE (Computing Research and Education Association of Australasia) ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพนักวิจัยไทยและสร้างอิทธิพลทางความรู้ในระดับนานาชาติ

ล่าสุด ทีมวิจัย Typhoon จาก SCB 10X บริษัทด้านการลงทุนในเทคโนโลยีปฏิวัติวงการ (Disruptive Technology) ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ส่ง 5 ผลงานวิจัยร่วมด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าสู่การประชุม Association for Computational Linguistics (ACL) 2025 เวทีประชุมวิชาการระดับโลกด้านการประมวลผลภาษาธรรมชาติและภาษาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่ทรงเกียรติที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือในการทำวิจัยร่วมกับสถาบันชั้นนำ 4 แห่ง ได้แก่ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และเครือข่ายวิจัย SEACrowd โดยแบ่งเป็น 3 งานใน Main Conference, 1 งานใน Findings และ 1 งานใน LLM Security Workshop

กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB 10X กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผลงานวิจัยทั้ง 5 ชิ้นที่ทีม Typhoon มีส่วนร่วมได้รับการตอบรับให้เผยแพร่ในงานประชุม ACL 2025 ซึ่งเป็นงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้าน AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) และภาษาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่ทรงเกียรติที่สุดงานหนึ่งของโลก มีระบบ peer review ที่เข้มข้นและได้รับความสนใจสูงจากชุมชนวิจัยนานาชาติ”

5 ผลงานวิจัยร่วมของทีม Typhoon ในงานประชุม ACL 2025 ได้แก่

ผลงานใน Main Conference 3 เรื่อง ได้แก่

SkillAggregation: Reference-free LLM-Dependent Aggregation ผลงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด – การรวมผลจากโมเดล LLM หลายภาษาโดยไม่ต้องใช้ข้อมูลคำตอบจริง (reference labels) โดยใช้วิธีเรียนรู้ความแม่นยำของแต่ละโมเดลจากบริบท ช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำและปรับตามสถานการณ์ได้ดีขึ้น พร้อมผลลัพธ์ที่เหนือกว่าวิธีเดิมในการประเมินคุณภาพของ LLM

Mind the Gap! Static and Interactive Evaluations of Large Audio Models ผลงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด – วิธีการประเมินโมเดลเสียงขนาดใหญ่ (Large Audio Models) ด้านรูปแบบ (preferences) และความเข้าใจคำสั่งของผู้ใช้ (user needs) ผ่านการโต้ตอบโดยตรง

Crowdsource, Crawl, or Generate? Creating SEA-VL, a Multicultural Vision-Language Dataset for Southeast Asia ผลงานวิจัยร่วมกับ SEACrowd – การสร้างชุดข้อมูลภาพ-ภาษาคุณภาพสูงที่สะท้อนวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประกอบไปด้วยรูปภาพที่เกี่ยวข้องจำนวน 1.28 ล้านรูป

ผลงานใน Findings 1 เรื่อง คือ Towards Better Understanding of Program-of-Thought Reasoning in Cross-Lingual and Multilingual Environments ผลงานวิจัยร่วมกับสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) – งานวิจัยนี้ศึกษาวิธีปรับปรุงความสามารถในการให้เหตุผลของ AI ในสภาพแวดล้อมหลายภาษา โดยใช้เทคนิค Program-of-Thought (PoT) ซึ่งแยกขั้นตอนการคิดออกจากการคำนวณ เพื่อให้โมเดลเข้าใจและให้คำตอบได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ผลงานใน LLM Security Workshop 1 เรื่อง คือ Shortcut Learning in Safety: The Impact of Keyword Bias in Safeguards [ผลงานวิจัยร่วมกับสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC)] – ศึกษาผลกระทบในการแยกแยะประเภทของคำสั่ง (prompt) จากพฤติกรรมจดจำคำสัญ (keyword bias) ในโมเดลประเภท safeguard

ผลงานวิจัยเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญเบื้องหลังการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ของ SCB 10X เช่น Typhoon T1, Typhoon2 R1 และ Typhoon2 Audio ที่ถูกนำเสนอในงานประชุมระดับโลกดังกล่าว พร้อมทั้งมีการเผยแพร่ technical reports ผ่านแพลตฟอร์ม OpenTyphoon.aiเพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยทั่วโลกสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และนำไปต่อยอดได้อย่างเสรี และแม้ว่าในแต่ละงานวิจัยจะมีประเด็นเฉพาะของตนเอง แต่ทั้งหมดล้วนสะท้อนจุดมุ่งหมายร่วมกัน คือ การพัฒนา AI ที่เข้าใจบริบท ครอบคลุมความหลากหลาย และนำไปใช้ได้จริง

แม้จะยังไม่มีการจัดอันดับอย่างเป็นทางการในระดับประเทศเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมใน A* Conference แต่ประเทศไทยเริ่มเห็นสัญญาณของการเติบโตในสายนี้ โดยมีองค์กรที่ลงมือทำงานอย่างจริงจัง อาทิ กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ VISTEC และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งองค์กรเหล่านี้กำลังสร้างฐานรากที่สำคัญในการผลักดันให้นักวิจัยไทยได้มีพื้นที่ในเวทีโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...