โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศาลปกครองกลางยกฟ้อง ปมประธานกสทช. ไม่ตั้งกก.สอบวินัยปมลิขสิทธิ์บอลโลก-ไม่เปลี่ยนเลขา กสทช.

สยามรัฐ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 09.55 น.

ศาลปกครองกลางยกฟ้อง ปมประธานกสทช. ไม่ตั้งกก.สอบวินัยปมลิขสิทธิ์บอลโลก-ไม่เปลี่ยนเลขา กสทช.

วันที่ 17 ก.ค.68 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรณีแต่งตั้งรักษาการเลขาธิการกสทช. ชี้ใช้อำนาจถูกต้องตามกฏหมายแล้ว พร้อมตีตกข้อกล่าวหา 4 กรรมการกสทช. ที่เสนอให้ตั้ง นายภูมิศิษฐ์ นั่งแทนนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล

คดีนี้สืบเนื่องจากการที่คณะกรรมการ กสทช. ในการประชุมครั้งที่ 30/2565 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 มีมติเห็นชอบให้นำเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) จำนวน 600 ล้านบาท สนับสนุนการซื้อลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่สัญญาณการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2022

ต่อมาเกิดประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ จนนำไปสู่การตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งได้รายงานผลต่อที่ประชุม กสทช. ในการประชุม ครั้งที่ 13/2566 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน2566 โดยที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยรองเลขาธิการ กสทช. และให้เปลี่ยนตัวผู้รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เป็นรองเลขาธิการ กสทช. อีกคนหนึ่ง แต่การที่ นพ.สรณ ปฏิเสธไม่ปฏิบัติตามมติดังกล่าวเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีปฏิบัติตามมติดังกล่าว

โดยศาลปกครองกลาง มีคำวินิจฉัยว่า กรณี กสทช. ในการประชุม ครั้งที่ 13/2566 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 ระเบียบวาระที่ 5.22 มีมติเห็นชอบให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยนายไตรรัตน์ ซึ่งแม้จะเป็นผู้รักษาการแทนเลขาธิการกสทช.แต่ตำแหน่งเดิมคือรองเลขาธิการ กสทช. ซึ่งมีสถานะเป็น "พนักงาน" ของสำนักงาน กสทช.

การดำเนินการทางวินัยกับนายไตรรัตน์ จึงต้องเป็นไปตามระเบียบซึ่งกำหนดให้เป็นอำนาจของเลขาธิการ กสทช. ที่จะพิจารณาสืบสวนและแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน กสทช. ในฐานะองค์กรคณะบุคคลไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะสั่งการให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการทางวินัยแก่พนักงานคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงได้โดยตรง มติของ กสทช. ในส่วนนี้จึงเป็นมติที่เกินกว่าอำนาจหน้าที่กฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม นายไตรรัตน์ ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. อยู่ในขณะนั้น ย่อมเข้ากรณีที่มีเหตุที่เจ้าหน้าที่จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ เนื่องจากเป็นคู่กรณีเสียเอง อำนาจในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจึงต้องตกแก่ผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปชั้นหนึ่งตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ กำหนดให้เลขาธิการ กสทช. ขึ้นตรงต่อประธาน กสทช. ดังนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีในฐานะประธานกสทช. จึงเป็นผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาดำเนินการในเรื่องดังกล่าวได้

การที่นพ.สรณ ไม่ปฏิบัติตามมติของ กสทช. ในการประชุม ครั้งที่ 13/2566 ที่มีมติเห็นชอบให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยนายไตรรัตน์ ซึ่งเป็นมติที่ไม่มีอำนาจสั่งการได้โดยตรง จึงไม่เป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ

สำหรับในส่วนที่ให้มีการเปลี่ยนผู้รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. จากนายไตรรัตน์ เป็น นายภูมิศิษฐ์ นั้น เห็นว่า ระเบียบคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติว่าด้วยการรักษาการแทน การปฏิบัติการแทน และการปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนในตำแหน่งเลขาธิการ กสทช.และพนักงานของสำนักงาน กสทช. กำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจนว่า ให้ประธานกรรมการโดยความเห็นชอบของ กสทช. แต่งตั้งรองเลขาธิการคนหนึ่งตามที่เห็นสมควรเป็นผู้รักษาการแทน ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่มีคำสั่งให้นายไตรรัตน์ พ้นจากรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. และไม่แต่งตั้ง นายภูมิศิษฐ์ เป็นผู้รักษาการแทนเลขาธิการกสทช. ตามมติที่ประชุม กสทช. จึงไม่เป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติแต่อย่างใด

ทางด้านพล.อ.ท.ธนพันธ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า จะมีการอุทธรณ์คดีต่อไป และตั้งข้อสังเกตุว่า ศาลปกครองกลาง มีการวินิจฉัยแตกต่างไปจากศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...