เพื่อไทยหนุนงบปี 69 ลุยแก้ปัญหาผลักดันกฎหมายปราบคอลเซ็นเตอร์
พรรคเพื่อไทยประกาศจุดยืนพร้อมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 อย่างเต็มที่ โดยตั้งเป้าให้งบประมาณนี้ถูกใช้แก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างตรงจุด พร้อมขานรับการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญระหว่างวันที่ 28–31 พฤษภาคมนี้ ซึ่งจะพิจารณากฎหมายสำคัญ อาทิ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้เด็ดขาด
นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังเตรียมกลับมาแถลงข่าวประจำสัปดาห์ทุกวันอาทิตย์ เริ่มวันแรกในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ เพื่อเปิดช่องทางการสื่อสารกับประชาชนให้มากขึ้น
นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับประชาชนและสื่อมวลชน โดยจะฟื้นการแถลงข่าวรายสัปดาห์ในวันอาทิตย์ช่วงเช้า หากมีประเด็นการเมืองที่ควรชี้แจง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจทิศทางของพรรคอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการประชุมสภาสมัยวิสามัญ จะมีการพิจารณา พ.ร.ก. 2 ฉบับที่มีผลบังคับใช้แล้ว ได้แก่
- พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568
- พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
ทั้งสองฉบับจะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาในวันที่ 28 พฤษภาคม ซึ่งหลังจากบังคับใช้ พบว่าจำนวนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย
เดินหน้า “รถไฟฟ้า 20 บาท” – ผลักดันตั๋วร่วม
นายชนินทร์ยังกล่าวถึงนโยบายสำคัญของพรรค โดยยืนยันว่าการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในราคา 20 บาทตลอดสาย และระบบตั๋วร่วมยังคงเป็นเป้าหมายหลัก เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ ส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะ และลดปัญหาการจราจรและมลพิษ
ทั้งนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ระบุว่าโครงการนี้จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือนกันยายนปีนี้ โดยร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งมวลชนก็จะถูกรวมอยู่ในวาระการประชุมสมัยนี้ด้วย
พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 – มุ่งแก้ปัญหาอย่างครอบคลุม
ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2569 จะเริ่มอภิปรายในช่วงเย็นของวันที่ 28 พฤษภาคม และลงมติในวันที่ 31 พฤษภาคม โดยพรรคเพื่อไทยเตรียมพร้อมเสนอแนวทางปรับปรุง เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณครอบคลุมและตรงจุดยิ่งขึ้น
นายชนินทร์เน้นย้ำว่า การจัดทำงบประมาณครั้งนี้มีความสำคัญสูงสุด เพราะประเทศกำลังเผชิญกับทั้งปัญหาเศรษฐกิจภายในและผลกระทบจากสถานการณ์โลก รัฐบาลจึงต้องมีแผนรับมือที่ชัดเจน โดยใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อน
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าทุกการตัดสินใจของรัฐบาลควรยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และพร้อมเสนอแนะในทุกด้านเพื่อให้การบริหารประเทศมีประสิทธิภาพที่สุด