โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สภา ตีตกมาตรา 3 กม.คุ้มครองแรงงาน ‘พิเชษฐ์’โดนแซวลั่น ทวงถามรองปธ.สภา พรรคไหน

Khaosod

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 10.12 น.
สภา ตีตกมาตรา 3 กม.คุ้มครองแรงงาน ‘พิเชษฐ์’โดนแซวลั่น ทวงถามรองปธ.สภา พรรคไหน

สภาฯ ไม่เห็นชอบ มาตรา 3 กฎหมายคุ้มครองแรงงาน “พิเชษฐ์” เบลอ! ถามผิดๆ ถูกๆ จนโดนแซวลั่น เจ้าตัวทวงถามรองประธานสภา ตกลงพรรคไหน

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. …. วาระ 2 ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญนำกลับไปปรับปรุงมาใหม่ โดยเป็นการพิจารณาจากสภาสมัยประชุมที่แล้ว

โดยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ. ได้รายงานเนื้อหาที่ปรับปรุงมาใหม่ ว่า กมธ.เห็นว่าควรแก้ไขเพิ่มเติมใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานให้ใช้บังคับการจ้างแรงงานทุกประเภท

รวมถึงราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคราชการส่วนท้องถิ่นวิสาหกิจตามกฏหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และแรงงานอื่นของรัฐ ดำเนินการให้ลูกจ้างทุกประเภทรับสิทธิประโยชน์ และการคุ้มครองไม่ต่ำกว่ากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

รวมถึงกำหนดให้หน่วยงานของรัฐว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารวัสดุภาครัฐ ที่ดำเนินการทำสัญญาจ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดา หรือจ้างเหมาบุคคล ซึ่งเป็นการแก้ไขตามที่สภารับหลักการไปแล้ว

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องวันลาคลอดแก้ไขจำนวนวันคลอดจากเติม 98 วันเป็น 120 วัน เพื่อส่งเสริมการมีบุตร เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกจ้าง และเสริมสร้างความผูกพันของครอบครัว ตามมาตรา 4 แก้ไขมาตรา 41 วรรค 1

นอกจากนั้นยังได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่มาตรา 4/1 ซึ่งเพิ่มมาตรา 41 วรรคสี่ เพิ่มสิทธิให้ลูกจ้างหญิงที่ลาคลอดอย่างต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร ในกรณีที่บุตรมีภาวะความเจ็บป่วย มีความผิดปกติหรือภาวะความพิการ ทั้งนี้ การเพิ่มสิทธิ์ดังกล่าว เป็นไปตามหลักการที่สภารับหลักการไปแล้ว

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า พร้อมปรับถ้อยคำให้ลูกจ้างสามารถลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสผู้คลอดบุตร ให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม รวมถึงเพิ่มจำนวนวันจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างหญิงที่ตั้งครรภ์เพื่อลาคลอดบุตร

โดยให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างหญิงต่อเนื่อง โดยให้จ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน ตลอดระยะเวลาที่ลาร้อยละ 50 ของค่าจ้างวันลา และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างซึ่งใช้สิทธิ์ลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรส ที่คลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างวันทำงานตลอดระยะวันลา แต่ไม่เกิน 15 วัน

ซึ่งประเด็นนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็น ปรากฏว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการกำหนดให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ลา แต่เนื่องจากกฎหมายปัจจุบัน ประกันสังคมยังไม่มีกำหนดสิทธิประโยชน์ จากการหยุดงานเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสเพื่อคลอดบุตร ทางกมธ.จึงเห็นควรให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างดังกล่าว

จากนั้นได้เปิดให้สมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวาง และลงมติรายมาตรา ช่วงลงมติเห็นด้วยให้มีการแก้ไขหรือไม่ในมาตรา 3 เพิ่มมาตรา 4/1 เรื่องใช้บังคับการจ้างแรงงานทุกประเภท นายพิเชษฐ์ได้ถามมติในที่ประชุม โดยที่ประชุมไม่เห็นควรให้มีการแก้ไข 294 เสียง

แต่นายพิเชษฐ์ได้ถามต่อว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกมธ.หรือไม่ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้วิ่งมาแจ้งว่ามติไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขแล้ว ดังนั้น ไม่ต้องถามมติต่อ

โดยนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ลุกขึ้นแย้งว่า ไม่มีการถามคำถามที่สองแล้วต้องกลับร่างเดิมของนายวรศิษฎ์

ทำให้นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นแซวว่า เพื่อแก้ปัญหาการจำไม่ค่อยได้ ตนคิดว่าเลือกรองประธานเร็วๆ ได้หรือไม่ จะได้มาช่วยงานท่าน ทำให้ สส. ที่อยู่ในห้องประชุมต่างพากันหัวเราะ

นายพิเชษฐ์ จึงย้อนถามว่าลงตัวหรือยัง ตกลงจะเอาพรรคไหน ท่านลองประสานขึ้นมาว่าพร้อมหรือยัง ถ้าพร้อมพรุ่งนี้เลยก็ได้

จากนั้นเป็นการพิจารณาต่อในมาตรา 4 แก้ไขมาตรา 41 วรรค 1

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สภา ตีตกมาตรา 3 กม.คุ้มครองแรงงาน ‘พิเชษฐ์’โดนแซวลั่น ทวงถามรองปธ.สภา พรรคไหน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...