โบรกฯ ลุ้นดอกเบี้ยลด หลังครม.เตรียมเคาะชื่อ “วิทัย รัตนากร” นั่งผู้ว่า ธปท. ดันกลุ่มการเงิน-อสังหาฯ พุ่ง
นักวิเคราะห์ฯ จับตาวาระ ครม. เตรียมเสนอชื่อ "วิทัย รัตนากร" ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เป็นผู้ว่าฯธปท. คนต่อไป ชี้นโยบายการเงินมีแนวโน้มผ่อนคลาย ดอกเบี้ยมีโอกาสลดลงหนุนหุ้นกลุ่มการเงิน โรงไฟฟ้า และอสังหาคึกคัก แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือความเป็นอิสระของ ธปท. ที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน
วันนี้ 15 กรกฎาคม 2568 จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีทางกระทรวงการคลังเตรียมเสนอชื่อผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า หากได้นายวิทัย รัตนากร ขึ้นมาเป็นผู้ว่าฯคนใหม่ ส่งผลให้นักวิเคราะห์ ต่างมองบวกหากได้นายวิทัยเข้ามาดูแลและกำกับนโยบายทางการเงิน
บล.ดาโอ มองว่า การประชุมครม. วันนี้ คาดคลังจะเสนอชื่อ “นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน” เป็นผู้ว่า ธปท.คนใหม่ ต่อที่ประชุมครม. แทน “นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ที่จะครบวาระ 30 กันยายน 2568 ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีการประชุม ที่เหลือ 3 ครั้ง คือ เดือนสิงหาคม, 8 ตุลาคม, 17 ธันวาคม โดยโอกาสที่จะลดดอกเบี้ยปีนี้ มากที่สุดคือ 2 ครั้ง หุ้นที่เกี่ยวข้อง คือ ธนาคาร การเงิน ที่อยู่อาศัย
บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า ผู้ว่าฯคนใหม่น่าจะเป็นตัวกำหนดทิศทาง นโยบายการเงินในอนาคต เนื่องจากนายวิทัยมีแนวคิด คือ การส่งผ่านนโยบายลดดอกเบี้ยไปยังธนาคารพาณิชย์ทำได้ช้า และมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน และมีมาตรการอื่นควบคู่กันไปเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งผู้ว่า ธปท.คนใหม่ ที่มีความคิดที่จะใช้นโยบายทางการเงินในการพยุงเศรษฐกิจ จึงมองว่าเป็นเรื่องดี และเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยสะสม SET INDEX
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า รมว.คลัง รับลงนามเสนอชื่อผู้ว่าฯ ธปท.คนใหม่แล้ว เตรียมเสนอครม.วันนี้ หากเป็นนายวิทัย รัตนากร ตามที่ตลาดคาดไว้ ทิศทางดอกเบี้ยมีโอกาสลดลง จะเป็นบวกกับหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ โรงไฟฟ้า อสังหาริมทรัพย์ และ REITs
บล.หยวนต้า ระบุว่า วันนี้ ครม. จะมีการพิจารณาเพื่อประกาศผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ว่าฯ โดยสื่อต่างๆ มีการอ้างอิงแหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่าผู้ที่ถูกเสนอชื่อ คือ นายวิทัย รัตนากร ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น CEO ของธนาคารออมสิน ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าแนวนโยบายดอกเบี้ยจะมีลักษณะผ่อนคลาย มีโอกาสลดดอกเบี้ยนโยบายลงต่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้สอดคล้องกับนโยบายการคลังมากขึ้น
หากวันนี้คุณวิทัยได้รับตำแหน่งจริง ประเมินผลกระทบ ดังนี้
1. กลุ่มธนาคารคาดได้รับผลเชิงลบ จากแนวโน้มส่วนต่างดอกเบี้ยที่จะปรับตัวลงตามทิศทางของดอกเบี้ย รวมถึงโอกาสที่ ธปท. จะมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติมในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา
2. กลุ่มไฟแนนซ์ ช่วงสั้นอาจได้รับผลบวกจากดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับตัวลง ทำให้ต้นทุนทางการเงินต่ำลง แต่ในระยะถัดไปอาจต้องติดตามแนวนโยบายที่มีผลต่อเพดานดอกเบี้ย และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้
ทั้งนี้มองว่าผู้ประกอบการไฟแนนซ์ที่ทำสินเชื่อจำนำทะเบียนมีความเสี่ยงทางลบต่ำกว่ากลุ่ม เพราะสินเชื่อจำนำทะเบียนปัจจุบันยังคิดดอกเบี้ยที่ 16-18% ต่อปี ต่ำกว่าเพดานดอกเบี้ยที่ 24% ส่วนสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ และสินเชื่อเช่าซื้อถือว่ามีความเสี่ยงเพราะคิดดอกเบี้ยสินเชื่อในระดับเดียวกับเพดานดอกเบี้ย
แนะนำ TIDLOR(TP@19) และ SAWAD(TP@24.50) เพราะจะได้ประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และมีความเสี่ยงน้อยกว่าไฟแนนซ์ประเภทอื่น
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส เปิดเผยว่า หากเสนอชื่อผู้ว่าการธปท.คนใหม่เข้าครม.พิจารณาวันนี้ ถ้าเป็นนายวิทัย ก็เป็นไปตามตลาดคาด ซึ่งมีโอกาสที่ดอกเบี้ยนโยบายจะลดได้เร็วและมาก เป็นบวกกับกลุ่มไฟแนนซ์เช่น KKP, TISCO, MTC, AEONTS, TIDLOR, SAWAD ฯลฯ และเป็นบวกกับหุ้นที่มีหนี้เงินบาทสูง เช่น ERW, CRC, BGRIM, GPSC, TRUE, BEM, CK เป็นต้น
ส่วนสิ่งที่ต้องจับตาต่อ คือ ความเป็นอิสระของธปท. เพราะส่วนนี้มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ
บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า ผู้ว่า ธปท. ท่านใหม่ จะช่วยให้ผ่านพ้นรอยต่อช่วงการเปลี่ยนผู้ว่า ธปท. ผสาน ความเสี่ยงเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากการค้า มีโอกาสตลาดเก็งภาพดอกเบี้ยนโยบายไทยลงต่อ ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดเก็งภาพโอกาสลดดอกเบี้ย >1 ครั้ง ผ่านตลาดรอง TH Bond Yield 1 ปี อยู่ที่ 1.449% กับ ดอกเบี้ยนโยบาย 1.75% ประเมินทุกๆ -25 bps จะหนุนต่อ SET ราว 50-55 จุด (ส่วนต่าง Equity Risk Premium (Earning Yield – Bond Yield กว้างขึ้น)
ขณะที่หุ้นอิงดอกเบี้ยขาลง อาทิ โรงไฟฟ้า เน้น GULF เช่าซื้อ เน้น KTC, MTC, JMT High Yield เน้น ADVANC, AP หนี้สูง CPALL
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ปัจจัยในประเทศวันนี้ติดตาม ครม.ไฟเขียวผู้ว่าธปท.คนใหม่ ซึ่งอาจทำให้ตลาดกลับคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยในอนาคตมากขึ้น