สงครามเดือด! โปรด่วนทำรวนทั้งระบบ ใครจะอยู่ใครจะไป
ไม่กี่ปีที่ผ่านมาตลาดร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ในประเทศไทยได้กลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างไม่เคยมีมาก่อน เมื่อบรรดาแบรนด์ใหญ่และรายใหม่ต่างพร้อมใจกันเปิด “สงครามโปรโมชั่น” ลดราคากันแบบสุดๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า
จนบางช่วงเวลาราคาบุฟเฟ่ต์ต่อหัวเหลือไม่ถึง 200 บาท กลายเป็นจุดเปลี่ยนทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ ส่วนผู้ประกอบการจำนวนมากกลับเริ่มประสบปัญหาจากต้นทุนที่สูงขึ้น กำไรที่หายไป จนในที่สุดเกิดภาวะขาดทุน
สงครามโปรโมชั่น ลดราคา ทำตลาดป่วนตั้งระบบอย่างไร ใครจะอยู่ใครจะไป
ยกตัวอย่างแบรนด์จัดโปรแบบสุดๆ
MK
เปิดโปรโมชั่น 299 บาทต่อคน อิ่มคุ้มไม่อั้นรกับ 19 เมนู ระยะเวลาในการรับประทาน เมื่อมาครบ 4 คน ระยะเวลาการรับประทาน 90 นาที เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. - 30 มิ.ย. 2568 หรืิอจนกว่าสินค้าจะหมด
สุกี้ตี๋น้อย
จัดโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์สุกี้เริ่มต้น 199 บาทต่อคน ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ฉลองผู้ติดตามครบ 1 ล้านคน เริ่ม 11 มิ.ย. - 30 มิ.ย. 2568 เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00-17.00 น.
ลักกี้สุกี้
Lucky Suki จัดโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์เน็ต 276 บาท (รวมเครื่องดื่มรีฟิล 39 บาท) ระหว่าง 10–30 มิ.ย. 2568 ระยะเวลารับประทาน 105 นาที
AKA Buffet
จัดโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ 279+ ไม่รวมเครื่อดื่มรีฟิล 49+ และ แวต 7% ระยะเวลาโปรโมชั่น 27 พ.ค. - 31 ก.ค. 2568 เฉพาะวันจันทร์ - ศุกร์ เฉพาะ 9 สาขา เซ็นทรัลเวสต์วิลล์ มหาชัย อุดรธานี ศาลายา พระราม 3 รามอินทรา โคราช เดอะมอลล์โคราช และ สามมิตรทาวน์
บุฟเฟ่ต์โรงแรมห้องอาหาร
- Swissôtel Bangkok Ratchada จัดโปรโมชั่น “มา 4 จ่าย 3” บุฟเฟ่ต์นานาชาติ ราคาเริ่มต้น 599 บาท++
- Holiday Inn Silomจัดโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด+นานาชาติ ราคา 599++–729++
ทำไมถึงเกิดสงครามโปรโมชั่นในตอนนี้
- กำลังซื้อที่ไม่ฟื้นเต็มที่ หลังวิกฤตเศรษฐกิจ และโควิด-19 ประกอบกับเงินเฟ้อขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องดึงดูดลูกค้า
- ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นมาก แต่ร้านอยากให้ลูกค้าเห็นว่าคุ้มค่า
- แข่งขันด้านภาพลักษณ์ ร้านใหญ่และโรงแรมใช้โปรโมชั่นแรงเพื่อเรียกลูกค้า
- เทรนด์ Consumption ระยะสั้น คนอยากประหยัด แต่ยังอยากได้รับประสบการณ์ดีๆ จากทางร้านอาหาร
ผลกระทบต่อภาพรวมของตลาดร้านอาหาร
1.ราคาต่ำจนเข้าสู่ Red Ocean
ตลาดบุฟเฟ่ต์ชาบู–สุกี้ในไทยมีมูลค่าราว 15,000–20,000 ล้านบาท เติบโต 10% ต่อปี แต่ปัจจุบันเข้าสู่การแข่งขันอย่างดุเดือดและสุดขีด ส่งผลให้แต่ละแบรนด์ต้องลดราคาต่ำ ไม่มีกำไร ทำให้หลายร้านอยู่ไม่รอด
2.คาดการณ์ผู้เล่นลดลงเหลือราวๆ 6 รายใหญ่
ผู้ตั้งราคาบุฟเฟ่ต์ต่ำกว่า 200–300 บาทต่อคน ไม่น่าจะอยู่รอดในระยะยาว โดยคาดว่าภายใน 5 ปี จะเหลือแค่แบรนด์ที่แข็งแรงระดับ 400–600 บาทขึ้นไปหรือกลุ่มตลาดบน
3.ต้นทุนสูงและเงินเฟ้อกดดันด้านรายได้
วัตถุดิบ แรงงาน ค่าพลังงานที่สูงขึ้น อาจทำให้ร้านค้ารายเล็กๆ หรือรายย่อยแบกรับต้นทุนไม่ไหว หากลดราคามากเกินไป ยิ่งทำให้ร้านเหล่านี้ไม่สามารถอยู่ได้ในระยะยาว
สรุปก็คือ หากร้านบุฟเฟ่ต์เลือกใช้กลยุทธ์ลดราคา ร้านใหญ่ที่มีทุนและบริหารจัดการต้นทุนได้ดี อาจอยู่รอด แต่สำหรับร้านบุฟเฟ่ต์รายเล็ก หากลดราคาลงมากๆ อาจอยู่ได้ไม่เกิน 1–2 ปี ก่อนที่จะเริ่มกินทุนจนหายไปจริงๆ
ในทางตรงข้ามถ้าร้านอาหารที่เลือกใช้กลยุทธ์ “ลดน้อยๆ แต่สม่ำเสมอ สร้างคุณค่า จับกลุ่มลูกค้าที่พร้อมจ่าย” มีโอกาสเติบโตและอยู่ได้ในระยะยาวมากกว่า
------------------------------------------------------
รวมแฟรนไชส์ไทย >660 แบรนด์ - www.ThaiFranchiseCenter.com