โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

อรุณรุ่งแห่งความสัมพันธ์ “ไทย-จีน” ชาวจีนในอุษาคเนย์เมื่อรัฐสยามโบราณก่อตัว

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 03.38 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 07.28 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - ชุมชนชาวจีนที่เมืองเทียนจิน (ภาพจากหนังสือ The Costume of China, 1805 - Internet Archive)

จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ไทย-จีนในยุคแรกเริ่ม ร่องรอยการมาเยือนสยามของชาวจีน พวกเขาเข้ามาทำอะไรในอุษาคเนย์

1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เป็นวันครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย-จีน แต่ตัวเลข 50 ปี นับว่าสั้นมาก เมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ ซึ่งยืนยาวมาเป็นเวลาหลายศตวรรษตั้งแต่โบราณกาล มีการแลกเปลี่ยนกันในหลากหลายมิติ ทั้งการทูต การค้า สังคม และวัฒนธรรม ยังไม่รวมเรื่องไทยเป็นดินแดนที่มีชาวจีนโพ้นทะเลเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก ยิ่งแสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมจีนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยมานานแล้ว

ความสัมพันธ์อันลุ่มลึกและยาวนานนี้มีจุดเริ่มต้นอย่างไร ?

จี. วิลเลียม สกินเนอร์อธิบายไว้ในหนังสือ สังคมจีนในไทย ประวัติศาสตร์เชิงวิเคราะห์(2548 : มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์) ซึ่งขอสรุปความจาก “บทที่ 1 ศตวรรษต้น ๆ : ชาวจีนในสยามโบราณ” มาเล่าฝากไว้ ดังนี้

การค้าข้ามคาบสมุทร

ร่องรอยชาวจีนในอุษาคเนย์ (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ปรากฏเป็นภาพสลักนูนต่ำศิลปะเขมร ที่ปราสาทบายน กลางเมืองนครธม เมืองหลวงของอาณาจักรพระนครสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งสร้างเสร็จก่อนทศวรรษแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 13

ภาพแผ่นหนึ่งในห้องโถงชั้นนอกของปราสาท แสดง “เรือสำเภาจีน” อย่างละเอียด ใบหน้าของกะลาสีคุมเรือบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ใช่ชาวเขมร เรือสำเภานี้มีลักษณะเกือบทุกอย่างเหมือนเรือสำเภาที่ชาวจีนในสยามสร้างขึ้น และใช้สำหรับค้าขายในบริเวณอ่าวสยาม เมื่อหลายศตวรรษที่เพิ่งผ่านมา

การค้นพบนี้เป็นสิ่งยืนยันว่า พ่อค้าชาวจีนได้มาตั้งตลาดค้าและเมืองท่าในอ่าวสยามเรียบร้อยแล้ว เมื่อคนไทยมาถึงบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาและแหลมมลายูในคริสต์ศตวรรษที่ 13

ในทศวรรษสุดท้ายของคริสต์ศตวรรษที่ 13 โจวต้ากวานนักการทูตชาวจีน พบว่า ชาวจีนทำการค้าอยู่ที่นครธม และรายงานว่า ชาวจีนติดต่อกับกัมพูชาอย่างสม่ำเสมอ

ตามบันทึกเก่า ๆ ของไทย แหลมมลายูเป็นแห่งแรกของสยามที่พ่อค้าชาวจีนและชาวต่างประเทศอื่น ๆ มากันมาก ทุก ๆ ปีจะมีขบวนเรือสำเภาจากเมืองจีนมาแวะที่ท่าเรือและที่ตั้งต่าง ๆ ทางฝั่งตะวันออกของแหลมมลายู

หลักฐานที่ว่าคริสต์ศตวรรษที่ 13 และ 14 พ่อค้าชาวจีนพร้อมสินค้ามุ่งเดินทางไปยังอินเดียและตะวันตกไกล จริง ๆ อาจไปไกลได้เพียงชุมพร สุราษฎร์ธานี (บ้านดอน) หรือนครศรีธรรมราช (ลิกอร์) เท่านั้น โดยอาศัยลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ณ เมืองเหล่านี้ พ่อค้าจะขนสินค้าลงเรือ ถ่ายสินค้าต่อไปโดยทางบกให้ทันเวลาพอดีกับที่พวกเขาจะกลับเมืองจีน โดยอาศัยลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

คำอธิบายที่สมเหตุสมผลมากที่สุดเรื่องชาวจีนค้นพบแหล่งแร่ดีบุกทางภาคใต้ของสยามก็คือ พวกเขาเป็นผู้เดินทางข้ามแหลมแห่งนี้ และพบแหล่งแร่โดยบังเอิญระหว่างการเดินทางจากนครศรีธรรมราชทางฝั่งอ่าวสยามมายังตรังทางฝั่งทะเลอันดามัน โดยเริ่มจากถลุงแร่จำนวนไม่มากสำหรับใช้กันเอง ส่วนพ่อค้ากลุ่มอื่น ๆ ที่เสี่ยงเดินทางผ่านเข้ามาทางช่องแคบมะละกาก็อาจค้นพบทำนองเดียวกันที่ภูเก็ต

ดังนั้น ผู้ทำเหมืองดีบุกชาวจีนจึงเริ่มตั้งหลักแหล่งอย่างมั่นคงในภาคใต้ของสยาม ก่อนชาวตะวันตกรุ่นแรก ๆ เข้ามายังดินแดนแถบนี้เสียอีก

“สยาม” รัฐบรรณาการของจีน

ราชอาณาจักรสุโขทัยเกิดขึ้นเมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 13 ครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษเดียวกัน ราชสำนักมองโกลซึ่งผนวกจีนและสถาปนาราชวงศ์หยวนไปแล้ว พยายามรวมสุโขทัยที่ชาวจีนเรียกว่า “เซี่ยน”มาเป็นรัฐบรรณาการด้วย สุโขทัยตอบรับและส่งคณะทูตเดินทางไปปักกิ่งหลายครั้งตั้งแต่ ค.ศ. 1296 (พ.ศ. 1839) ถึง ค.ศ. 1329 (พ.ศ. 1866) หลังจากนั้นพ่อค้าจีนก็ทำการค้ากับเมืองต่าง ๆ ของสยาม (สุโขทัย) สืบต่อมาจนสิ้นราชวงศ์หยวน

เมื่อมีการโค่นอำนาจราชวงศ์มองโกลในจีน ความวุ่นวายภายในทำให้การค้ากับต่างประเทศหยุดชะงักไปหลายสิบปี และไม่ปรากฏว่ามีการค้าระหว่างจีนกับสยามใน 2-3 ทศวรรษแรกของราชวงศ์หมิง

ช่วงดังกล่าว อยุธยาเริ่มส่งคณะทูตบรรณาการไปยังนานกิง เมืองหลวงของราชวงศ์หมิงอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับจีนฟื้นฟูอีกครั้ง คณะทูตราชวงศ์หมิงที่มายังกรุงศรีอยุธยาใน ค.ศ. 1370 (พ.ศ. 1913) ได้รับการต้อนรับที่น่าพึงพอใจ ทูตยังถือพระราชสาส์นถึง “เสียน-หลอ”คำเชื่อมที่หมายถึงอยุธยา เป็นการยอมรับว่าอาณาจักรนี้สืบทอดอำนาจมาจากสุโขทัย (เสียน) และละโว้ (หลอหู) อย่างถูกต้องและสมบูรณ์ กษัตริย์อยุธยายังได้รับการแต่งตั้งจากนานกิงให้เป็น “อ๋อง” ด้วย

ตั้งแต่นั้น สยามก็ส่งคณะทูตบรรณาการและไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการหลายครั้งหลายหน

ในสมัยการสำรวจเส้นทางเดินเรือของ เจิ้งเหอซึ่งราชวงศ์หมิงรุ่งเรืองสุดขีด ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าแม่ทัพขันทีผู้โด่งดังคนนี้เคยเข้ามาถึงอยุธยาหรือไม่ แต่เชื่อว่าสมาชิกคนสำคัญในคณะอย่าง หม่าฮวน, หูงเป่าและเฟ่ยซิ่นได้มาเยือนอยุธยาอย่างแน่นอน

ทั้งนี้เพราะหม่าฮวนและเฟ่ยซิ่นบันทึกถึงความประทับใจต่อเสรีภาพของสตรีสยาม ยิ่งกว่านั้นยังประทับใจที่สตรีสยามมีความสมัครใจต่อชาวจีน ดังที่เฟ่ยซิ่นเล่าว่า “เมื่อใดก็ตามที่ (สตรีสยาม) พบชาวจีนก็พอใจเป็นอันมาก และมักจะตระเตรียมเหล้ายาปลาปิ้งไว้ต้อนรับและแสดงความคารวะต่อเขาด้วยการร้องเพลงสนุกสนานและกักตัวไว้ทั้งคืน”

หม่าฮวนยังอธิบายด้วยว่า สามีชาวสยามไม่รู้สึกลำบากใจอะไรเลยต่อเรื่องราวเหล่านี้ แต่กลับภูมิใจว่าภรรยาของตนสวยพอจะทำให้ชายจีนพอใจได้

เรื่องราวดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ชาวจีนมีเหตุผลอื่นนอกเหนือจากการค้าในการมาเยือนเมืองสยาม และนั่นก็กระตุ้นให้การค้าขายและการอพยพมายังดินแดนอุษาคเนย์ของคนจีนแพร่หลายยิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

จี. วิลเลียม สกินเนอร์ (G. William Skinner) ; พรรณี ฉัตรพลรักษ์ และคณะ แปล. บรรณาธิการโดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. (2548). สังคมจีนในไทย ประวัติศาสตร์เชิงวิเคราะห์. กรุงเทพฯ : มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 1 กรกฎาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อรุณรุ่งแห่งความสัมพันธ์ “ไทย-จีน” ชาวจีนในอุษาคเนย์เมื่อรัฐสยามโบราณก่อตัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...