เปิดเหตุผล 2 ตุลาการ เสนอจำกัดอำนาจ ‘แพทองธาร’ แทนหยุดปฏิบัติหน้าที่
2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย เผยเหตุไม่สั่งหยุด “แพทองธาร” ชี้ข้อเท็จจริงยังไม่ชัด ควรใช้มาตรการชั่วคราวแค่ “จำกัดอำนาจ” ด้านความมั่นคง-การต่างประเทศ-การคลัง ระหว่างรอคำวินิจฉัย ลดผลกระทบต่อการบริหารประเทศ
1 กรกฎาคม 2568 - ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ รับคำร้อง สว. 36 คน ที่ยื่นขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลง ปม คลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่เผยแพร่เมื่อ 18 มิ.ย. 2568
แม้ น.ส.แพทองธารจะยอมรับว่าเป็นเสียงตนจริง โดยอ้างว่าเป็นการเจรจาส่วนตัวเพื่อรักษาความสงบและอธิปไตยไทย แต่ผู้ยื่นคำร้องเห็นว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความนิ่งเฉย ไม่แสดงมาตรการทางการทูตตามหน้าที่ และมีพฤติการณ์ฝักใฝ่ฝ่ายกัมพูชา พร้อมกล่าวหาว่า ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีเข้าหลักตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 จึง มีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องไว้พิจารณา ให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วัน
สำหรับคำร้องให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ศาลมีมติ 7 ต่อ 2 สั่งให้ น.ส.แพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ทันที ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2568 จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย
อย่างไรก็ตาม มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เห็นต่าง โดยระบุว่า ข้อเท็จจริงยังไม่ชัดพอที่จะให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี แต่เพื่อป้องกันความเสียหายที่ยากแก่การเยียวยา เสนอให้ใช้มาตรการชั่วคราว ห้ามผู้ถูกร้อง ใช้อำนาจด้านความมั่นคง การต่างประเทศ และการคลังเท่านั้น จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย โดยไม่จำเป็นต้องให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด