โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กัมพูชาสั่งลดสัมพันธ์ไทยระดับ 'ต่ำสุด' เขมรเล่นบทเหยื่อ ปัดรับผิดชอบ

Amarin TV

เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 02.45 น.
รัฐบาลกัมพูชาสั่งลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยเป็น “ระดับต่ำที่สุด” หลังไทยเชิญทูตกัมพูชากลับประเทศ ตอบโต้กรณีทหารเหยียบกับระเบิดบริเวณช่องอานม้า

ขแมร์ไทม์สรายงานว่า รัฐบาลกัมพูชาประกาศตัดสินใจลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยลงเป็นระดับต่ำสุด เพื่อตอบโต้การกระทำของรัฐบาลไทยที่มีท่าทีต้องการลดสัมพันธ์กับกัมพูชาก่อน เนื่องจากกลางดึกที่ผ่านมา (23 กรกฎาคม 2568) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เรียกเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญกลับไทย พร้อมเชิญทูตกัมพูชากลับประเทศ เพื่อตอบโต้เหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่ช่องอานม้า

นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีคำสั่งปิดจุดผ่านแดนบางจุด รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว เช่น ปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคอีสานของไทย

เช้านี้ กัมพูชาจึงตอบโต้ด้วยการลดความสัมพันธ์ทางการทูตลงเหลือเพียงระดับ “อุปทูตลำดับที่สอง” หรือ Second Charge d’Affaires โดยปกติแล้ว “อุปทูต” คือนักการทูตที่ทำหน้าที่รักษาการแทนหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต (เช่น เอกอัครราชทูต) ในกรณีที่เอกอัครราชทูตไม่อยู่หรือไม่มีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำการ แต่คำว่า "Second Charge d'Affaires" นั้นจะใช้เมื่อประเทศหนึ่ง ๆ ต้องการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอีกประเทศหนึ่งให้ ต่ำที่สุด หมายความว่าจะไม่มีเอกอัครราชทูตหรืออัครราชทูตที่ปรึกษาประจำการอยู่ ในประเทศนั้น ๆ และให้เจ้าหน้าที่ระดับต่ำสุด เป็นผู้ดูแลสถานทูตหรือคณะผู้แทนทางการทูต

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่การทูตกัมพูชาทุกคนที่ประจำการอยู่ที่สถานทูตกัมพูชาในกรุงเทพฯ ได้รับคำสั่งให้เดินทางกลับประเทศ ฝ่ายไทยยังได้รับคำสั่งให้จัดการเรื่องการเดินทางกลับของเจ้าหน้าที่การทูตออกจากกัมพูชาด้วย

กลาโหมกัมพูชาปัดรับผิดชอบ

ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาในเช้าวันนี้เป็นไปอย่างตึงเครียด หลังจากที่เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน พัน.ร.14 เหยียบทุ่นระเบิดที่ห้วยบอน ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อเวลา 16.55 น. เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมถึงเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย นายภูมิธรรมกล่าวว่า ทุ่นระเบิดในเหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นทุ่นระเบิดใหม่ ไม่เคยพบในการลาดตระเวนครั้งก่อนหน้า จึงเชื่อว่ารัฐบาลกัมพูชาอยู่เบื้องหลังการวางระเบิดในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกแถลงการณ์ตอบโต้เมื่อคืนนี้ ระบุว่า พลโท มาลี โสเจียตา ปลัดกระทรวงและโฆษกกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขอปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง ต่อข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงจากฝ่ายไทย ที่กล่าวหากัมพูชา กรณีทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดในหมู่บ้านอันเสะ ตำบลจอมกระสานต์ อำเภอจอมกระสานต์ จังหวัดพระวิหาร กัมพูชา เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568

กัมพูชาได้ย้ำเตือนฝ่ายไทยหลายครั้งว่า พื้นที่เหล่านี้ยังคงมีทุ่นระเบิดจำนวนมากหลงเหลือจากสงครามในอดีต ซึ่งยังไม่ได้รับการเก็บกู้อย่างสมบูรณ์ กัมพูชาได้เรียกร้องให้ประเทศไทย งดเว้นการกระทำที่ขัดต่อความเข้าใจร่วมกัน ตามที่ระบุไว้ในบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU 2000 เกี่ยวกับการใช้เส้นทางลาดตระเวนที่ตกลงกันไว้

เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่ฝ่ายไทยไม่เพียงแต่ไม่ยอมรับผิดชอบต่อการกระทำที่รุนแรงของตน แต่ยังถึงขั้นกล่าวหากัมพูชาว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ — แม้ว่ากัมพูชาเองจะตกเป็นเหยื่อที่ไม่ยุติธรรม ของการละเมิดของไทย

กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาและกองทัพกัมพูชายังคงดำเนินการตามการตัดสินใจของรัฐบาลกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย วิธีการสันติ และเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ กัมพูชาพร้อมอย่างเต็มที่ ที่จะปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชน ของเรา — โดยจะไม่อนุญาตให้ประเทศใดๆ เข้ามารุกล้ำดินแดนของเราไม่ว่าในกรณีใดๆ และไม่ว่าด้วยค่าใช้จ่ายใดๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...