โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เบื้องหลังความหมกมุ่น “ทรัมป์” กับรางวัลโนเบลสันติภาพ

PPTV HD 36

อัพเดต 04 ส.ค. 2568 เวลา 13.38 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2568 เวลา 13.32 น.
เปิดเบื้องหลังความหมกมุ่น ของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

ในช่วง 6 เดือนแรกหลังดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้อ้างความสำเร็จในการเป็นคนกลางเจรจาสันติภาพในหลายขัดแย้งทั่วโลก จนนำไปสู่การที่หลายประเทศเสนอชื่อเขาเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ซึ่งรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างกัมพูชา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยทรัมป์พยายามแสดงบทบาทในฐานะ “ผู้สร้างสันติภาพ” และไม่เคยปิดบังความปรารถนาที่จะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

ทันโลก Daily วันนี้ เราจะไปดูกันว่า ทำไมทรัมป์ถึงยึดติดกับรางวัลเกียรติยศดังกล่าว และนักวิเคราะห์มีความคึดเห็นอย่างไรกับการเสนอชื่อเขา

“จนถึงตอนนี้ ประธานาธิบดีได้ยุติความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา, อิสราเอลกับอิหร่าน, รวันดากับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, อินเดียกับปากีสถาน, เซอร์เบียกับโคโซโว, และอียิปต์กับเอธิโอเปีย ซึ่งหมายความว่าในช่วง 6 เดือนที่ดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เป็นคนกลางในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพหรือหยุดยิง เฉลี่ยเดือนละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย ถึงเวลาแล้วที่ประธานาธิบดีทรัมป์ควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ”

แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ กล่าวระหว่างแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (31 ก.ค.) นับตั้งแต่กลับมาดำรงประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เป็นคนกลางในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพหรือการหยุดยิง เฉลี่ยแล้วเดือนละครั้ง

โดยยกตัวอย่างการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่าง อินเดียกับปากีสถาน กัมพูชากับไทย อียิปต์กับเอธิโอเปีย รวันดากับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เซอร์เบียกับโคโซโว และกรณีอื่นๆ

โฆษกหญิงยังกล่าวถึง กรณีอิหร่าน ที่ทรัมป์สั่งการให้สหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ โดยอ้างว่า นี่เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่มีส่วนช่วยส่งเสริมสันติภาพโลก

อย่างไรก็ตาม เลวิตต์ไม่ได้พูดถึงกรณี รัสเซีย-ยูเครน ซึ่งทรัมป์เคยให้คำมั่นหลายครั้งว่าจะยุติสงครามตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง หรือสงครามในกาซา ที่ยังคงดำเนินอยู่ และสหรัฐฯ ก็ยังคงจัดหาอาวุธให้กับอิสราเอล

สำหรับผู้นำบางประเทศ การกล่าวถึงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพกลายเป็นการแสดงเจตนาดีทางการทูตต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งวาดภาพตนเองว่าเป็น “ผู้สร้างสันติภาพ” โดยปากีสถานได้เสนอชื่อทรัมป์เข้าชิงรางวัลโนเบลสันติภาพปีนี้ เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู อิสราเอล ขณะที่ล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมากัมพูชาก็ประกาศว่าจะเสนอชื่อเขาเช่นกัน

“พวกเรา ในนามของชาวกัมพูชาทุกคน ขอชื่นชมและขอบคุณท่านประธานาธิบดีสำหรับสันติภาพ เรายอมรับในความพยายามที่ยิ่งใหญ่ของท่านเพื่อสันติภาพ และพวกเราขอเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ที่สวมควรได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ” ซุน จันทอล รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าว

ระหว่างการประชุมกับผู้นำชาติแอฟริกันเมื่อช่วงต้นเดือนก.ค. ที่ทำเนียบขาว ผู้สื่อข่าวได้ถามประธานาธิบดีของไลบีเรีย, เซเนกัล, มอริเตเนีย, กินี-บิสเซา และกาบอง ว่าทรัมป์สมควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพหรือไม่ ซึ่งผู้นำชาติแอฟริกาต่างก็แสดงท่าทีเห็นด้วย ขณะที่ทรัมป์ขอบคุณด้วยรอยยิ้มและกล่าวติดตลกว่า “เราทำแบบนี้ทั้งวันก็ยังได้”

"รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ผมไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร ผมคิดว่าประธานาธิบดีทรัมป์สมควรได้รับมัน จากความพยายามทั้งหมดที่เขาได้ทำ และเขาได้นำสันติภาพกลับคืนมาสู่ประชาคมเศรษฐกิจแอฟริกากลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคของผม เป็นภูมิภาคที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและรวันดาได้ลงนามข้อตกลง และตอนนี้เขากำลังนำสันติภาพกลับคืนสู่ภูมิภาคที่ไม่เคยมีโอกาสจะสงบสุขมาก่อน ดังนั้น ผมเชื่อว่าเขาสมควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ นั่นคือความเห็นของผมในเรื่องนี้" บริซ ออลิกี เอ็นเกมา ประธานาธิบดีกาบอง กล่าว

ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ระบุว่า "ยอดเยี่ยมมาก ขอบคุณครับ ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าจะได้รับการต้อนรับดีขนาดนี้ มันเยี่ยมมาก เราจะทำแบบนี้ทั้งวันก็ยังได้ ขอบคุณมากครับ เชิญเลยครับ”

อย่างไรก็ตามมีคนจำนวนมากที่สามารถเสนอชื่อผู้เข้าชิงรางวัลโนเบลได้ ซึ่งรวมถึงสมาชิกรัฐสภา รัฐมนตรี อาจารย์มหาวิทยาลัยบางกลุ่ม อดีตผู้ได้รับรางวัล และสมาชิกของคณะกรรมการรางวัลโนเบลเอง ซึ่งการเสนอชื่อสำหรับรางวัลโนเบลในปีนี้ได้ปิดได้แล้วในวันที่ 31 ม.ค. และจะมีการประกาศรางวัลในเดือน ต.ค.ของทุกปี ซึ่งปีนี้กำหนดไว้เป็นวันที่ 10 ต.ค. หมายความว่า การเสนอชื่อทรัมป์ในตอนนี้จะไม่ถูกรับพิจารณาในปีนี้

ทั้งนี้ อะนัต อาลอน-เบ็ค (Anat Alon-Beck) อาจารย์ด้านกฎหมายสัญชาติอิสราเอล-อเมริกัน ได้ยื่นชื่อของทรัมป์ต่อคณะกรรมการรางวัลโนเบล 5 คน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐสภานอร์เวย์

โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคสเวสเทิร์นรีเสิร์ฟ (Case Western Reserve University) ให้เหตุผลว่า ทรัมป์แสดงให้เห็นถึง “ภาวะผู้นำที่ไม่ธรรมดา” และ “ความเฉียบแหลมทางกลยุทธ์” ในการส่งเสริมสันติภาพและช่วยปล่อยตัวตัวประกันที่ถูกควบคุมตัวในฉนวนกาซา อย่างไรก็ตาม สำหรับบางคน แนวคิดที่จะมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่รื้อระเบียบโลกนั้น เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

ขณะที่ เอ็มมา ชอร์ทิส (Emma Shortis) นักวิจัยด้านประวัติศาสตร์และการเมืองสหรัฐฯ เขียนไว้ในเว็บไซต์ The Conversationว่า “การเสนอชื่อทรัมป์เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพก็เหมือนเอาไฮยีน่าไปลงประกวดสุนัข แน่นอนว่าทรัมป์ไม่สมควรได้รับมัน”

ซึ่งแน่นอนว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วย โดยทรัมป์บอกกับนักข่าวเมื่อเดือนก.พ. ขณะต้อนรับผู้นำอิสราเอลที่ทำเนียบขาวว่า “เขาสมควรได้รับมัน แต่พวกเขาจะไม่มีวันให้เขา” พร้อมแสดงความเสียดายที่ไม่เคยได้รางวัลโนเบลในชีวิต ทรัมป์ยังระบายผ่าน Truth Social เมื่อเดือนมิ.ย. ว่า เขาจะไม่มีวันได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ไม่ว่าเขาจะทำอะไร แม้แต่กับรัสเซีย-ยูเครน หรืออิสราเอล-อิหร่าน ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ประชาชนรู้ และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา

ด้านการ์เรต มาร์ติน (Garret Martin) ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยอเมริกัน กล่าวว่า เป็นที่รู้กันว่าทรัมป์เป็นคนที่ชอบคำชื่นชมและการได้รับรางวัลเป็นพิเศษ ดังนั้นเขาจะยินดีกับการยอมรับระดับนานาชาติครั้งสำคัญนี้อย่างแน่นอน

และนับตั้งแต่เขาเริ่มเล่นการเมืองเมื่อสิบปีก่อน เขาก็วางตัวเป็นฝ่ายตรงข้ามกับบารัค โอบามา ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2009 อดีตประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพหลังจากเข้ารับตำแหน่งเพียง 9 เดือน ซึ่งจุดกระแสถกเถียงอย่างรุนแรงในตอนนั้น และจนถึงทุกวันนี้

ซึ่งทรัมป์เคยตัดพ้อเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ระหว่างช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีว่า ถ้าเขาชื่อโอบามา เขาคงได้รางวัลโนเบลภายใน 10 วินาที

อย่างไรก็ดี มีประธานาธิบดีสหรัฐอีกสามคนที่เคยได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ ได้แก่ ธีโอดอร์ รูสเวลต์, วูดโรว์ วิลสัน และ จิมมี คาร์เตอร์ ขณะที่เฮนรี คิสซิงเจอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ก็เคยได้รับรางวัลในปี 1973 จากความพยายามในการยุติสงครามเวียดนาม ซึ่งการตัดสินใจครั้งนั้นก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักเช่นกัน

ทั้งนี้ รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถือเป็นหนึ่งในเกียรติยศที่ทรงเกียรติที่สุดระดับนานาชาติที่สามารถมอบให้กับบุคคลหรือองค์กร โดยคณะกรรมการรางวัลโนเบลของนอร์เวย์ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 5 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐสภานอร์เวย์ เป็นผู้ชี้ขาดในการตัดสินรางวัล ปัจจุบัน คณะกรรมการชุดนี้นำโดยประธานสาขานอร์เวย์ของ PEN International องค์กรที่ปกป้องเสรีภาพในการแสดงออก

รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพมักถูกมองว่าเป็นการส่งสารทางการเมือง เว็บไซต์ของโนเบลเองระบุว่า ผู้ได้รับรางวัลบางคนเป็นนักการเมืองที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างมาก ขณะเดียวกันรางวัลนี้ยังมีบทบาทในการเพิ่มความสนใจของสาธารณชนต่อความขัดแย้งระดับประเทศหรือระหว่างประเทศ รายชื่อผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพยังคงเป็นความลับ ยกเว้นกรณีที่ผู้สนับสนุนเปิดเผยเองเป็นรายบุคคล

อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ถูกเสนอชื่อนั้นมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยปีนี้มีผู้ได้รับการเสนอชื่อ 338 คน ซึ่งเว็บไซต์พนันบางแห่งจัดให้ทรัมป์อยู่ในอันดับสองรองจาก ยูเลีย นาวัลนายา ภรรยาม่ายของ อเล็กเซย์ นาวัลนี ผู้นำฝ่ายค้านรัสเซียที่เสียชีวิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ทรัมป์” สั่งเคลื่อนเรือดำน้ำนิวเคลียร์ 2 ลำ ตอบโต้คำขู่อดีตผู้นำรัสเซีย

“ฮุน เซน” โพสต์ขอบคุณ “ทรัมป์” ชี้ผู้นำสหรัฐฯ ช่วยชีวิตผู้คนนับหมื่น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เบื้องหลังความหมกมุ่น “ทรัมป์” กับรางวัลโนเบลสันติภาพ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...