โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘บ้านมะกอก’ ไอเดียสเปซของ ‘โจ้ - นก’ เติมเต็มความมั่งคั่ง ลักชู และชีวิตติดบ้าน

ONCE

เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 14.41 น.

จะเกิดอะไรขึ้น? เมื่อคู่รักที่ใช้ชีวิตร่วมกันกลับมีฝันเรื่องบ้านที่ต่างกันสุดขั้ว

โจ้ - พัทธ์ เพชรทอง บรรณาธิการบริหาร Esquire Thailand คนล่าสุด ฝันอยากมีบ้านเดี่ยวชั้นเดียวมาตลอด ขณะที่ นก-กนกพร ศรีนาค ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ฝ่ายการตลาด บริษัท บีโอ เมริเยอร์ (ประเทศไทย) กลับแอบเทใจให้โมเดิร์นคอนโด

แล้วทำไมบ้านหลังแรกของพวกเขาถึงมาลงเอยที่ทาวน์โฮม 3 ชั้นย่านลาดพร้าว ?

มาตามเรื่องราวการเดินทางกว่าจะมาเป็น ‘บ้านมะกอก’ และค้นหาความหมายของบ้านหลังแรกนี้กัน

ถึงเวลาต้องมีบ้าน

เส้นทางสู่การมีบ้านเริ่มต้นจากความฝันที่ต่างกัน โจ้อดีตช่างภาพหนุ่มสายแฟชั่นผู้เติบโตมากับแม่ซิงเกิลมัมในห้องสตูดิโอเล็กๆ ฝันอยากมีบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ขณะที่นกผู้จัดการสาวบริษัทธุรกิจเมดิคัลที่เคยอยู่ทาวน์เฮาส์กับครอบครัวมาตลอด คิดอยากมีคอนโดเพื่อความคล่องตัว

ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ยังเช่าบ้านอยู่ เพราะโจ้อยากเก็บเงินก่อน แต่นกไม่เห็นด้วย “บอกโจ้ว่า ถ้ายังไม่ทำอะไรจะไปซื้อคอนโดอยู่เองแล้วนะ เพราะไม่อยากจ่ายค่าเช่าไปเรื่อยๆ เอาไปผ่อนคอนโดดีกว่า”

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้น เมื่อเพื่อนสนิทในแก๊งที่เช่าบ้านอยู่ด้วยกันมานานถึง 5 ปี ประกาศจะย้ายออก พอดีกับที่เจ้าของก็กำลังอยากได้บ้านคืน โจ้หัวเราะเล่าว่า “ทีนี้ก็บ้านแตก แต่นกน่าจะถูกใจ เพราะไม่อยากจ่ายเงินเช่าบ้านแล้ว"

สถานการณ์นี้เร่งให้พวกเขาต้องรีบหาที่อยู่ของตัวเอง โจ้ยืนยันว่า “ถ้าต้องผ่อนยังไงก็ต้องบ้าน” ขณะที่นกเอง “ถ้าโจ้อยากอยู่บ้าน นกก็ไม่ติด” ทั้งคู่ตั้งงบซื้อบ้านไว้ที่ 6-10 ล้านบาทตามฐานเงินเดือนและไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ คือ ทำเล - ต้องเดินทาง (เข้าเมือง) สะดวก เพราะโจ้ไม่ขับรถ แต่ต้องมีที่จอดรถให้นก (ผู้เคยเผชิญสงครามแย่งชิงที่จอดรถขั้นดุเดือดตอนอยู่บ้านเช่า)

โจทย์นี้สวนทางกับบ้านเดี่ยวชั้นเดียวที่โจ้อยากได้ ด้วยบ้านในเมืองราคาสูงเกินงบ แม้จะเปิดใจสำหรับบ้านมือสองในซอยอารีย์หรือประดิพัทธ์ที่ชอบ แค่ราคาที่ดินเปล่าก็สูงถึง 30 ล้านแล้ว เป็นคนอื่นคงหาทางออกด้วยการออกไปย่านชานเมืองที่บ้านราคาบ้านจับต้องได้มากขึ้น แต่ไม่ใช่สำหรับคู่นี้

“คงเป็นความฝังใจของเรา ผมเคยอยู่ร่มเกล้า ออกจากบ้าน 6 โมงเช้า เพราะมีสอบที่จุฬาฯ ตอน 9 โมง ปรากฏผมมาไม่ทัน ช้าไป 20 นาทีเลยหมดสิทธิ์เข้าสอบ” นกพยักหน้าเข้าใจและเสริมว่า “ส่วนบ้านนกอยู่ฝั่งกรุงเทพตะวันออก เคยเจอรถติดหนักจนต้องจอดรถทิ้งกลางทาง แล้วโบกมอเตอร์ไซค์บึ่งไปให้ทันนัด เราเลยจะไม่ออกไปอยู่ไกลแบบนั้นอีก”

ปรับความฝันให้เข้ากับความจริง

เพื่อความสะดวกของโจ้ที่ไม่ขับรถ ทั้งคู่มุ่งหน้าหาบ้านย่านรามคำแหง-ลาดพร้าว ก็ยังไม่เจอหลังที่ใช่ แต่จู่ๆ โชคชะตาก็เข้าข้าง “ผมออกกำลังกายเสร็จตอนค่ำ กำลังออกจากสถานีห้วยขวางกลับบ้าน รอบข้างมืดๆ ไม่ค่อยมีคน แต่ป้ายโฆษณาหนึ่งสว่างเด่นมาก เหมือนซีนในหนังเลย” โจ้หัวเราะก่อนเล่าต่อ "ผมรีบโทร.บอกนกว่า มีหมู่บ้านในลาดพร้าว 80 ทะลุมาจากรัชดา-ห้วยขวางได้ ราคาสตาร์ตแค่ 4.5 ล้าน”

ราคาได้ - ทำเลใช่ - ได้บ้านใหม่ด้วย สองคนตื่นเต้นและมีความหวังขึ้นมา แทบรอให้ถึงสุดสัปดาห์เพื่อเข้าชมโครงการจริงไม่ไหว แต่เมื่อไปเห็นบ้านจริง กลับไม่เป็นอย่างที่คิด “ความรู้สึกแรกคือ… ช็อก! ความประทับใจแรกแย่มาก ทางเข้าเป็นซอยโรงงาน ดูยึกยือ ไม่น่าเดินเข้ามาได้ อย่างที่ทุกคนพูดว่า ใครจะนึกว่าจะมีหมู่บ้านในนี้” โจ้เล่าให้ฟัง “แต่พอเข้ามาถึงหมู่บ้าน ผมชอบแฮะ! บ้านเรียงเป็นแถวตรง ดูเป็นระเบียบ ไม่รุงรังดี"

เมื่อเข้าไปในบ้าน โจ้ถูกใจโครงสร้างที่มีเพดานสูง เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนสเปซใช้สอย “ทาวน์โฮมส่วนใหญ่มักทำบันไดไว้กลางบ้าน แต่หลังนี้บันไดอยู่ชิดฝั่งนึงเลย ผมค่อนข้างชอบการจัดสเปซแบบนี้” แม้ต้องยอมตัดใจจากบ้านเดี่ยวชั้นเดียวมาเป็นทาวน์โฮม โจ้ก็ขอเลือกเฉพาะหลังริมเท่านั้น “อย่างน้อยฝั่งนึงก็จะเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่ติดกับใคร”

จุดเด่นของหมู่บ้านนี้คือเพิ่งเปิดขายได้ปีเดียว พวกเขาจึงโชคดีได้เข้ามาดูบ้านขณะสร้างเฟสใหม่ “เลยได้เห็นโครงสร้างบ้านเต็มๆ เหมือนเห็นผ้าใบเปล่า พอเห็นโครงสร้างกับความสูงเพดาน ก็คิดออกเลยว่าจะปรับเปลี่ยนตรงไหนได้บ้าง ส่วนไหนไม่ต้องการยังนำมาต่อรองราคาบ้านได้ด้วย

“หลังเข้ามาดูบ้านแค่ 2 วัน เราก็จิ้มเลือกหลังริมแล้ววางมัดจำเลย เร็วมาก ทุกคนช็อกตกใจ” นกเล่าพร้อมหัวเราะ

เขียวมะกอก…บอกตัวตน

เมื่อก้าวเข้ามาในบ้าน สายตาจะหยุดอยู่ที่ผนังสีเขียวมะกอกที่ดูแปลกตา แต่ชวนให้สบายตาอย่างประหลาด “ผมอยากให้บ้านหลังนี้ ‘สบายตา สบายใจ สบายตัว’ พอเข้ามาแล้วก็โลกของผมเลย ผมตีความคำว่า ‘สบาย’ เป็นโทนสีนี้” โจ้เล่าถึงแรงบันดาลใจ

สีเขียวมะกอกนี้เกิดจากการผสมผสานสีโปรดของทั้งคู่คือสีเขียวกับสีน้ำเงิน แล้วค่อยๆ ปรับเฉดจนได้โทนสีที่ใช่ “ทีแรกกังวลกันว่าจะเขียวไปไหมนะ หรือจะหม่นไปหรือเปล่า เพราะเลือกจากตัวอย่างสีขนาดเล็กๆ ไม่รู้ว่าพอทาผนังทั้งบ้านจะออกมาเป็นยังไง” นกเล่า แต่เมื่อทาจริง กลับได้โทนเขียวกำลังดี ไม่เข้มจนปวดหัว ไม่ซีดจนดูหมอง

นอกจากสีที่ถูกใจแล้ว โจ้ยังใช้เทคนิคการทาสีผนังแบบทูโทนเขียว-ขาวมาแบ่งโซนแทนการกั้นห้อง เพื่อให้บ้านดูโปร่งโล่งรับกับเพดานที่สูงเกือบ 3 เมตร สีขาวที่เลือกใช้อยู่ใน Pantone เดียวกับสีเขียว เติมความรู้สึกอบอุ่นจากสีน้ำตาลของพื้นไวนิลลายไม้ที่มีพื้นผิวนุ่ม ไม่ลื่น เดินสบายเท้า และช่วยลดแรงกระแทกหากลื่นล้ม ดีกว่าพื้นลามิเนตเดิมของโครงการที่เสี่ยงลอกและบวมเมื่อโดนน้ำ แต่อันนี้ช่างปูเสร็จแล้ว เลยตัดสินใจให้ปูทับไปเลย

“ผมเชื่อว่า บ้านจะสวยง่ายมากถ้าพื้นกับผนังสวย เมื่อสองอย่างนี้ลงตัว ยิ่งได้เพดานสูงด้วย ยิ่งปรับแต่งง่ายเลย ผมเลยใส่ใจกับสองส่วนนี้เป็นพิเศษ”

การได้เข้ามาดูบ้านตั้งแต่ระหว่างการก่อสร้าง ทำให้เขาปิ๊งไอเดียและจินตนาการได้ชัดเจนกว่าการซื้อบ้านสำเร็จรูป ขณะที่นกขอแค่พื้นที่ใช้สอยที่สะดวกและลงตัว โชคดีที่ทั้งคู่มีรสนิยมใกล้เคียงกัน โจ้จึงรับหน้าที่ดีไซน์เลย์เอาต์และฟังก์ชันทั้งหมด

“ถ้าเราซื้อตอนสร้างเสร็จแล้ว คงต้องรื้อทำใหม่เยอะ งบคงบานปลาย” แต่ “ซื้อปุ๊บทุบปั๊บยังมีอยู่จริง” โจ้หัวเราะเขาดีไซน์พื้นที่ทั้ง 3 ชั้นให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน ชั้นล่างเป็นโซนครัวและโต๊ะอาหาร ชั้นสองเป็นลิฟวิงรูมและมุมทำงาน ส่วนชั้นบนสุดเป็นห้องนอน แต่ละโซนไหลลื่นเชื่อมต่อกัน สะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้านผ่านทุกรายละเอียด

เครดิตภาพ: โจ้ - พัทธ์ เพชรทอง

ครัว - Game Changer ที่ไม่คาดคิด

สิ่งแรกที่โจ้ทำหลังซื้อบ้านคือเปลี่ยนประตูหน้าบ้านให้ใหญ่และสูงขึ้น “ผมชอบบ้านที่โปร่งและชอบแสงแดด อยากมองออกไปข้างนอก แม้วิวจะเป็นแค่บ้านข้างๆ ก็เถอะ การมีแสงส่องเข้าบ้าน ทำให้ผมรู้สึกดี น่าจะเป็นบ้านเดียวในหมู่บ้านที่ไม่ทำหลังคาโรงรถ”

จุดเด่นของชั้นล่างคือพื้นที่เปิดโล่งที่มีโต๊ะอาหารเป็นศูนย์กลาง แม้ตั้งใจให้ห้องนั่งเล่นหลักอยู่ชั้น 2 แต่เมื่อเพื่อนๆ มาบ้าน ก็มักนั่งเล่น – กิน – เมาท์กันที่ชั้นล่าง “วันแรกที่ย้ายเข้ามา เรายังไม่มีโต๊ะอาหารเลย ต้องนั่งกินข้าวกับพื้น” นกเล่าด้วยรอยยิ้ม “เพราะเราไม่อยากรีบซื้อของมาแค่เพื่อให้มี แต่อยากรอให้เจอของที่ใช่จริงๆ แม้จะต้องนั่งกินกับพื้นไปก่อนก็ยอม”

เครดิตภาพ: โจ้ - พัทธ์ เพชรทอง

การต่อเติมสำคัญของบ้านคือโซนครัวด้านหลัง โดยก่อผนังเพิ่ม 3 ด้าน วางงานระบบน้ำไฟใหม่หมด เปลี่ยนจากพื้นที่ซักล้างเดิมที่โล่งแจ้งมีเพียงปั๊มน้ำ ให้กลายเป็นครัวร้อนครบครัน ติดประตูกระจกเพื่อแบ่งโซนครัวกับพื้นที่ซักล้างที่เพื่อรักษาความเอาต์ดอร์ไว้

แต่แล้วก็เกิดความผิดพลาดครั้งแรก เพราะความชอบแสงธรรมชาติ โจ้ตัดสินใจเปลี่ยนจากการก่อผนังปูนทึบทั้ง 3 ด้าน มาติดบล็อกแก้วแทน เพื่อให้แสงสว่างส่องเข้ามาได้ แต่โจ้ลืมคิดไปว่า บล็อกแก้วให้แสงผ่านได้จริง แต่ลมกลับเข้าออกไม่ได้ด้วย

“มาฉุกคิดได้ตอนเห็นช่างปาดเหงื่อก่อปูนติดบล็อกแก้วอยู่ ผมยอมเสียค่าบล็อกแก้วที่เพิ่งทำเสร็จและเสียค่าแรงเพิ่ม ให้ช่างทุบทิ้งออกหมด แล้วเปลี่ยนมาติดหน้าต่างแทน เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้”

“โซนครัวเป็นสิ่งที่นกอยากได้ เพราะสเปซที่โครงการให้มา เหมาะแค่ใช้ไมโครเวฟ ต้มผัดแกงทอดไม่ได้" ในท้ายที่สุด ครัวเสร็จออกมาสวยสมใจ หายเหนื่อยจากการเลือกทุกอย่างเอง รวมถึงลายกระเบื้องปูพื้น และกลายเป็นพื้นที่ที่ใช้งานคุ้มค่ามากที่สุดในบ้าน “Game Changer มาก ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำอาหาร พอมีครัว กลายเป็นว่าผมชอบทำอาหารเฉยเลย"

ครัวกลายเป็นพื้นที่ที่เปลี่ยนชีวิตพวกเขาโดยไม่คาดคิด โดยเฉพาะโจ้ที่ตอนนั้นเพิ่งออกจากงานประจำและกำลังมองหาสิ่งที่อยากทำ ก็เจอช่วงโควิด-19 พอดี “ผมเห็นนกอบขนมปัง แล้วเห็นรูปพายสวยดีเลยลองทำ ปรับสูตรไปมาจนนำไปสู่ธุรกิจเล็กๆ อย่าง ‘เอะอะอบ’ ที่รับออเดอร์พายไม่ต่ำกว่า 200 ถาด โจ้หัวเราะก่อนเล่าต่อ “ตอนทำครัว ผมยังปฏิเสธไม่เอาเตาอบ แต่สุดท้ายกลายเป็นผมใช้เยอะกว่านกอีก ผมพูดเลยว่า ‘ถ้าของอะไรในครัวพังไป ผมไม่เสียใจเลย เพราะใช้งานเกินคุ้ม’”

เครดิตภาพ: โจ้ - พัทธ์ เพชรทอง
เครดิตภาพ: โจ้ - พัทธ์ เพชรทอง
เครดิตภาพ: โจ้ - พัทธ์ เพชรทอง

พื้นที่ส่วนตัวที่ออกแบบเพื่อความสุข

ขึ้นมาถึงชั้น 2 ในฐานะทาสแมว เราแอบปลื้มกับมุมเล็กๆ ติดหน้าต่างที่โจ้ให้ช่างเอาราวกั้นออก แล้วจัดเป็นที่วางที่นอนของแกนดัล์ฟ เจ้านายสี่ขาสีขาวดำที่ครองใจทั้งบ้าน ชั้นนี้โจ้ทุบผนังออกให้เป็นพื้นที่เปิดโล่งแบบชั้นลอย ผนังยังใช้สีเขียวมะกอกเป็นหลัก แต่แอบเติมผนังขาวมาสร้างมิติที่น่าสนใจ

จุดสะดุดตาคือโซฟาหนังกลับสีน้ำตาลเข้มที่โซนลิฟวิงรูมและมุมดูหนัง “นี่คือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นแรกของบ้าน ราคาถือว่าแพงสำหรับเราตอนนั้น แต่ผ่านมา 6 ปีแล้วยังรู้สึกว่าสวยและอยากนั่งทุกครั้ง นี่แหละคือความคุ้มค่า” โจ้เล่าพร้อมลูบมือไปตามพนักพิง “ดัล์ฟไม่ค่อยไปนอนที่นอนตัวเอง แต่ชอบมานอนขดบนโซฟา แต่ไม่ต้องกังวลว่าดัล์ฟจะมาลับเล็บข่วนโซฟาไหม เพราะดัล์ฟจะข่วนก็เฉพาะหนังเทียมเท่านั้น” (หัวเราะ)

ถัดมาคือมุมทำงานส่วนตัวที่นกรีเควสต์ โจ้ใช้ชั้นหนังสือทรงสูงกั้นแบ่งพื้นที่กับโซนลิฟวิงรูม “โต๊ะทำงานเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนก เราวางแผนตั้งแต่ต้นว่า แต่ละส่วนจะใช้ทำอะไร ทุกอย่างต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง” ส่วนห้องที่เหลือในชั้นนี้ตั้งใจให้เป็นห้องแขก แต่ตอนนี้เป็นห้องเก็บของไป ก่อน”

เครดิตภาพ: โจ้ - พัทธ์ เพชรทอง

ชั้น 3 คือห้องนอนใหญ่ที่เกิดจากการรวม 2 ห้องเข้าด้วยกัน ยังคงสีเขียวมะกอกและเพิ่มม่าน Pitch Black ที่ปิดแล้วมืดสนิท “อยากเข้าห้องมาแล้วรู้สึกง่วงนอน ม่านช่วยให้พักผ่อนได้เต็มที่”

เครดิตภาพ: โจ้ - พัทธ์ เพชรทอง
เครดิตภาพ: โจ้ - พัทธ์ เพชรทอง

อีกตัวช่วยสำคัญของการนอนให้มีคุณภาพคือฟูกที่หนาพิเศษจากแบรนด์เครื่องนอนดัง “ผมว่าที่นอนเปรียบเหมือนแท่นชาร์จแบตของเรา ถ้าชาร์จดีก็เหมือนเราให้รางวัลตัวเองทุกวัน” ความสะดวกสบายยังขยายไปถึงตู้เย็นมินิสีครีมสำหรับแช่ครีมบำรุงผิว "บ้าน 3 ชั้น ถ้าอยากทาครีมเย็นๆ จะลงไปข้างล่างก็ไม่สะดวก” ถึงอย่างนั้น โจ้ก็รออยู่หลายปีกว่าจะเจอตู้เย็นสีครีมอย่างที่อยากได้

เครดิตภาพ: โจ้ - พัทธ์ เพชรทอง

ส่วนสุดท้ายคือตู้เสื้อผ้าบิวต์อินขนาดใหญ่ที่ปิดหน้าต่างฝั่งหนึ่งไปเลย “นี่เป็นเฟอร์นิเจอร์บิวต์อินชิ้นเดียวในบ้าน ปกติแนะนำทุกคนว่า ‘อย่าบิวต์อิน’ เราจะปรับเปลี่ยนมุมได้ตลอด แต่ตู้เสื้อผ้านี้ต่างออกไป เพราะเราเสื้อผ้าเยอะมาก ถึงกับต้องรีวิวเสื้อผ้ากันทุกปี การจัดระเบียบดีๆ ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ” โจ้ยืนยัน

เครดิตภาพ: โจ้ - พัทธ์ เพชรทอง

บ้านกับความผูกพัน

จากประสบการณ์ 6 ปีในการเป็นเจ้าของบ้าน โจ้กับนกได้เรียนรู้บทเรียนที่อยากแบ่งปัน

รู้จักตัวเองก่อนเลือกบ้าน การเลือกบ้านสักหลังไม่ใช่เพียงเรื่องงบประมาณ แต่ต้องเข้าใจไลฟ์สไตล์และความต้องการที่แท้จริง พวกเขาแนะนำให้ ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด หาข้อมูลอ้างอิง และไปเดินงานแฟร์บ้านเพื่อเก็บข้อมูลและอัปเดตความรู้

ใจเย็นในการตัดสินใจ ไม่ต้องรีบร้อนแต่งบ้านให้เสร็จทีเดียว ควรค่อยๆ เลือกสิ่งที่ใช่จริงๆ โจ้เล่าว่า “บ้านคือที่เราอยู่จริง ไม่ใช่การเซ็ตถ่ายรูป ฉะนั้น ไม่ต้องรีบ ของทุกอย่าง คิดให้ดีก่อนซื้อ” สิ่งที่เลือกต้องมีฟังก์ชันใช้งานจริงได้ด้วย ไม่ใช่แค่สวยแต่รูป

วางแผนการเงินระยะยาว ต้องมองไกลและวางแผนการเงินให้เหมาะกับการผ่อนบ้าน โจ้ยังเตือนคนรุ่นใหม่ว่า “ถ้าไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง ควรใช้ชีวิตก่อน ผมไม่เห็นด้วยกับการรีบมีภาระในชีวิตด้วยการผ่อนบ้าน แต่ไม่ให้โอกาสตัวเองในการออกไปเห็นโลก” โจ้ยังเล่าถึงรายการการเงินในเน็ตฟลิกซ์ที่บอกไว้ว่า ทุกคนต้องนิยามความมั่งคั่งของตัวเองให้ได้ สำหรับโจ้การมีบ้านคือความมั่งคั่ง

บ้านคือการลงทุนในคุณภาพชีวิต สำหรับโจ้และนก บ้านมะกอกหลังนี้ไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่มอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้ทั้งคู่ การเป็นหนี้ก้อนใหญ่จึงกลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าใน “ผมไม่รู้ว่าคนอื่นตีความคำว่าหรูหราไว้ยังไง แต่สำหรับเรา การทำสลัดผักกินเองที่บ้าน เลือกได้ว่าอยากใส่ผักอะไร นี่คือความหรูหรา จนไม่คิดว่าตัวเองจะได้ชีวิตแบบนี้ บ้านทำให้ผมรู้สึกแบบนั้น”

นกเสริมด้วยรอยยิ้ม “จากที่เคยนัดเพื่อนไปกินข้าวนอกบ้าน กลายเป็นเพื่อนๆ มาที่บ้าน เราแฮปปี้มากกว่าที่จะปาร์ตี้ที่บ้านมากกว่า ไปไหนก็รู้สึกคิดถึงบ้าน" นกบอกพร้อมรอยยิ้ม

บ้านหลังนี้อาจไม่ใช่บ้านที่สมบูรณ์แบบ ยังมีบางมุมที่รอการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับโจ้และนก นี่คือพื้นที่ที่พวกเขา "รู้สึกสบายตัวสบายใจ" และ "อยากกลับบ้าน" ซึ่งอาจเป็นนิยามที่แท้จริงของบ้านที่สุด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...