วิวาทะ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล 18 มี.ค. 2566 VS พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล 9 มิ.ย. 2568 กรณีทหารมีไว้ทำไม
The Structure
อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 18.25 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 11.25 น. • The Structureท่ามกลางกระแสความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างไทย – กัมพูชา ซึ่งกองกำลังของทั้ง 2 ประเทศต่างเสริมกำลังกันเอาไว้ตามแนวชายแดน สร้างความตึงเครียดว่าสถานการณ์จะลุกลามจนกลายเป็นสงครามหรือไม่
ทำให้ชาวเน็ตส่วนหนึ่งนำเอาคลิปคำกล่าวของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เคยกล่าวเอาไว้ในการปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2566 มาเผยแพร่กันอย่างแพร่หลาย โดยในวันนั้นพิธากล่าวว่า
“ทหารมีไว้ทำไม จะไปรบกับใคร สมมติมีคนมารุกราน ผมก็ไม่เชื่อว่าคุณจะรบชนะด้วย แล้วอีกอย่างคือตอนนี้เป็นเรื่องของอาวุธ ประเทศที่อยู่ใกล้ๆกัน ที่เคยทะเลาะกัน มันไม่ทะเลาะกันแล้ว ทุกวันนี้บางประเทศไม่ต้องมีกองทัพด้วยซ้ำไป ถ้าผู้นำฉลาดพอ มันคือเรื่องกฎกติกาสากล มันคือระเบียบโลก ยิ่งประเทศเล็กๆอย่างพวกเรายิ่งต้องฉลาด สามารถทำให้ประหยัดงบกองทัพ”
—
อย่างไรก็ดี ล่าสุด พิธาได้ออกมาโพสต์ข้อความกล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาเป็นครั้งแรก หลังจากที่เกิดความตึงเครียดขึ้น โดยมีข้อความว่า
“ทหารมีไว้ “ปกป้อง”ประเทศ ไม่ใช่ “ปกครอง”ประเทศครับ เพราะฉะนั้น ในอดีตที่ผ่านมา พวกเราอดีตพรรคก้าวไกล จึงพยายามปกป้องทหารที่ปกป้องประเทศ และปฎิเสธทหารที่พยายามจะปกครอง
เราปกป้อง ทหารที่ “ปกป้อง” ประเทศ ทหารมืออาชีพที่ยืนอยู่ข้างประชาชน ให้มีสิทธิมนุษยชน สวัสดิการ ปลอดทุจริต มีเส้นทางอาชีพ มีเครื่องมือ เทคโนโลยี ที่เท่าทันและใช้ได้จริง
แต่เราปฏิเสธ ทหารที่ ”ปกครอง“ ประเทศ ผู้ที่ใช้อำนาจนอกระบบ ทำรัฐประหาร แทรกแซงการเมือง อยู่เหนือพลเรือน เบียดเบียนงบประมาณของประชาชนเกินควร ทำสงครามข่าวสาร IO กับประชาชน ใช้อำนาจ VVIP เอิ้อนายทุนทั้งในและนอกประเทศ นั่นต่างหากที่เราปฎิเสธ
ป.ล เช่นเดียวกับประชาชนทุกคน ผมติดตามสถานการณ์ชายแดนไทยด้วยความห่วงใย แต่ไม่ประสงค์จะถูกลากและตอบโต้ ทำเป็นชนวนให้สถานการณ์ตึงเครียดหรือเกิดความขัดแย้งมากไปกว่านี้ เชื่อว่า เพื่อนๆ ของผมที่ พรรคประชาชน กำลังให้สติ และ แนะนำรัฐบาลได้ดีอยู่แล้วท่ามกลางสถานการณ์ที่เปราะบางและเปลี่ยนไปได้ตลอด ความเห็นผมคงไม่จำเป็น
แต่นานๆที่จะโพสท์ที่นึง คิดว่าประชาชน อยากเห็น การจัดการความขัดแย้งอย่าง มียุทธศาสตร์รู้ว่าอะไร ระยะสั้น กลาง ยาว รู้เขา รู้เรา ครบถ้วนใช้ทั้งมาตรการที่หลากหลายมากกว่ามาตรการทางทหาร และ ได้สัดส่วน (Strategic, Comprehensive และ Proportionate) ส่วนข้อเสนอของผมสำหรับสถานการณ์ พึ่งส่งบทความให้สำนักพิมพ์ครับ : )”