โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เปิดปมลึกคดี เซลส์ขายรถ ยิงเมียดับหมกศพในรถ เพื่อนเผย เคยเล่าปัญหาชีวิต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 06.22 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 04.26 น.

เปิดปมลึก คดีเซลส์ขายรถ ยิงเมียดับ หมกศพในรถ เพื่อนเผย เคยเล่าปัญหาชีวิต

จากกรณี พ.ต.ท.ญาณพล พลเยี่ยม สว.(สอบสวน) สน.เพชรเกษม รับแจ้งเหตุพบศพหญิงถูกฆาตกรรมอยู่ในรถยนต์ ส่วนคนร้ายหลบอยู่ในบ้าน ภายในซอยเพชรเกษม 67 แยก 8 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.ธิติพงษ์ สียา ผกก.สส.บก.น.9 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรภาควิชานิติเวชศาสตร์ รพ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง 2 คูหา บริเวณหน้าอาคารดังกล่าวพบรถเก๋งฮอนด้า เอชอาร์วี สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ที่เบาะคนขับพบศพ น.ส.นันทิชา หรือวุ้น อายุ 36 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ท้ายทอยซ้ายทะลุขมับขวา 1 นัด

ส่วนคนร้ายทราบชื่อนายมีนาพัฒน์ หรือวุฒิ อายุ 40 ปี ปิดล็อกประตูเงียบอยู่ในบ้านพัก ก่อนเจ้าหน้าที่ทราบว่าคูหาที่อยู่คู่กันหันหน้าเข้าหน้าอาคารอยู่ซ้ายมือเป็นคูหาของสามีภรรยาคู่นี้ที่ปล่อยให้คนอื่นเช่า ที่ชั้นลอย มีประตูเปิดถึงกันได้ จึงงัดประตูส่งเจ้าหน้าที่บุกเข้าไป พบนายวุฒิที่ใช้ผ้าห่มนอนคลุมโปงอยู่บนเตียงนอนห้องนอนชั้น 3 ใช้เวลากว่า 3 ชม. จึงจับกุมได้..

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 มิถุนายน ที่ สน.เพชรเกษม ภายหลังจากที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายมีนาพัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้ก่อเหตุยิง น.ส.ชา (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี เสียชีวิตแล้วนำศพมาใส่ไว้ภายในรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า เอชอาร์วี ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะหลบอยู่ภายในบ้านพัก จนสุดท้ายทางตำรวจได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำได้สำเร็จ นายมีพาพัฒน์ ผู้ต้องหาในคดียิงแฟนสาวฆ่าหมกรถยนต์ ภายในซอยเพชรเกษม 67 แยก 8 ยังคงมีอาการเครียดตลอดทั้งคืน เดินกอดอกวนไปวนมาภายในห้องขัง สลับกับการนั่งและนอนตลอดทั้งคืน

ผู้สื่อข่าวได้เจอ น.ส.เอ และ น.ส.บี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นน้องของนายมีนาพัฒน์ ได้นำข้าวผัดและกาแฟมาเยี่ยม รวมทั้งอยากให้ช่วยขอโทรศัพท์มือถือของนายมีนาพัฒน์จากตำรวจที่ถูกยึดไว้เป็นของกลางมาให้ เพื่อที่เจ้าตัวจะได้ติดต่อญาติ

จากนั้นเพื่อนรุ่นน้องของนายมีนาพัฒน์ กล่าวว่า จากการพูดคุยนายมีนาพัฒน์ยังคงมีอาการเครียด เหม่อลอย ตนจึงไม่กล้าสอบถามอะไรมากนัก แต่เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11.00 น. นายมีนาพัฒน์ได้โทรมาหาตนถึง 3 สาย แต่ตนไม่ได้รับสาย เนื่องจากกำลังทำงานอยู่

เมื่อตนโทรกลับไป นายมีนาพัฒน์พูดกลับมาด้วยน้ำเสียงเหม่อลอยว่า “อยากให้มารับไปแสมดำ” ตนก็ปฏิเสธไปเพราะติดงาน ก่อนจะถามกลับไปว่าเกิดอะไรขึ้น นายมีนาพัฒน์หัวเราะในลำคอด้วยเสียงแห้งๆ แล้วก็ตัดสายไปไม่ได้ตอบอะไร ตอนนั้นตนก็เริ่มเอะใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ไม่ได้โทรกลับไปใหม่ จนกระทั่งมาทราบข่าวที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ เพื่อนรุ่นน้องนายมีนาพัฒน์กล่าวต่อว่า ตนรู้สึกตกใจ เพราะปกตินายมีนาพัฒน์เป็นคนเงียบๆ ไม่ได้มีท่าทีเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมานายมีนาพัฒน์เริ่มเปลี่ยนไป พูดจาไม่รู้เรื่อง จับใจความไม่ได้ เท่าที่ทราบนายมีนาพัฒน์มีปัญหาหลายด้าน ทั้งเรื่องการเงิน ภาระครอบครัวที่ต้องดูแลลูกถึง 4 คน รวมทั้งปัญหาส่วนตัวอื่นๆ ที่นายมีนาพัฒน์ไม่ได้เล่าให้ฟัง อย่างไรก็ตาม ตนทราบมาว่านายมีนาพัฒน์คบหากับภรรยาอยู่ และมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน

ขณะเดียวกันนายมีนาพัฒน์ก็มาคบหากับผู้เสียชีวิต และมีลูกชายด้วยกันอีก 3 คน ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็รู้ว่านายมีนาพัฒน์มีโลก 2 ใบ และก็มักมีปัญหาทะเลาะกระทบกระทั่งกันมาตลอดกับนายมีนาพัฒน์

นอกจากนี้ นายมีนาพัฒน์เคยเล่าให้ฟังว่า ผู้เสียชีวิตมายืมเงินนายมีนาพัฒน์ไปหลักล้านบาท และนายมีนาพัฒน์ต้องการได้เงินก้อนนี้คืน เนื่องจากกำลังมีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ถึงขนาดเคยคิดจะขายรถขายบ้าน นายมีนาพัฒน์พยายามทวงเงินไปแล้วหลายครั้ง แต่ผู้ตายก็ไม่เคยให้คำตอบที่ชัดเจน จึงคาดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้นายมีนาพัฒน์ก่อเหตุดังกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดปมลึกคดี เซลส์ขายรถ ยิงเมียดับหมกศพในรถ เพื่อนเผย เคยเล่าปัญหาชีวิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...