โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สอบสวนกลางจ่อประชุม 3 หน่วย เร่งหาที่มาเงิน 12 ล้าน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 22.41 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 12.40 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

นนทบุรี 8 มิ.ย. – ทนายความนำเอกสารหลักฐานเข้ายืนยันสิทธิเงิน 12 ล้านบาท มั่นใจมีหลักฐานชี้แจงได้ ท้ายสุดหากเงินไม่ใช่ของตนหรือเป็นเงินผิดกฎหมายก็ต้องติดคุก ด้านสอบสวนกลางจ่อประชุม 3 หน่วย เร่งหาที่มาที่ไปของเงินดังกล่าวว่าได้มาถูกต้องหรือไม่

ช่วงบ่ายที่ผ่านมา (8 มิ.ย.) นายทวีวัฒน์ ทนายความที่อ้างตัวเป็นเจ้าของเงิน 12 ล้านบาท ที่มีพลเมืองดีพบว่าซุกอยู่ในลังพลาสติก นำมาวางทิ้งไว้ที่จุดทิ้งขยะหน้าลิฟต์ชั้น 4 ตึก P2 โซน C ของคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ภายในกล่องมีหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ซองจดหมายเกี่ยวกับ กสทช. ปรากฏชื่อนายทวีวัฒน์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา วันนี้นายทวีวัฒน์เดินทางเข้ามาที่ สภ.ปากเกร็ด เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นเงิน 12 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าวันนี้นายทวีวัฒน์นำเอกสารหลักฐาน เช่น เอกสารการเบิกถอนเงินสด มายืนยันการเป็นเจ้าของเงินจำนวนดังกล่าว ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนได้ประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมเก็บลายนิ้วมือของนายทวีวัฒน์ เพื่อนำไปพิสูจน์ว่าตรงกับลายนิ้วมือแฝงบนธนบัตรที่พบหรือไม่

“ทวีวัฒน์” มั่นใจมีหลักฐานแจงที่มาเงิน 12 ล้าน หากแจงไม่ได้ก็ต้องติดคุก
หลังให้ปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง นายทวีวัฒน์ ออกมาให้ข้อมูลว่า วันนี้มีการตรวจลายนิ้วมือและดีเอ็นเอ ซึ่งได้อ่านทบทวนการให้การ เจ้าหน้าที่จะขยายผลที่มาของเส้นทางการเงิน ยืนยันว่ามีหลักฐานเยอะ ครั้งนี้มาเป็นรอบที่ 2 ส่วนรอบที่ 3 ในครั้งหน้าจะต้องมาวันไหนยังไม่รู้ แต่วันนี้ได้ข้อสรุปว่าถ้าเงินนี้ไม่ใช่ของตน ตนจะต้องติดคุก หรือถ้าเงินนี้เป็นเงินของตน แต่ถ้าเป็นเงินผิดกฎหมาย ก็ติดคุกเช่นกัน ซึ่งเป็นนักกฎหมาย เป็นทนายความ ยังไงจะต้องมีหลักฐานครบทั้งหมดอยู่แล้ว

ตร.เผย “ทวีวัฒน์” ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา
พ.ต.อ.อภิศักดิ์ โชติกเสถียร ผกก.สภ.ปากเกร็ด ให้ข้อมูลว่า วันนี้นายทวีวัฒน์ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา เขาได้นำเอกสารหลักฐานมายืนยันการเป็นเจ้าของเงิน 12 ล้าน ส่วนกรณีพบเงินสดอีก 3 ล้าน ในห้อง เบื้องต้นยังไม่ทราบข้อมูล แต่ตำรวจเข้าไปในห้องเพียงแค่ตรวจสอบว่ามีจุดที่น้ำรั่ว รอยน้ำ ตามคำที่กล่าวอ้างของเขาหรือไม่ ขอบเขตของการตรวจสอบในตอนนี้เฉพาะเงิน 12 ล้าน ที่พบเจอเท่านั้น และขณะนี้ยังไม่มีใครมาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของเงินเพิ่มเติม

ด้าน พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ให้ข้อมูลว่า คดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ ได้เร่งดำเนินการใน 3 ส่วน ส่วนแรกเกี่ยวข้องกับ สภ.ปากเกร็ด ที่ต้องดำเนินการประสานงานกับทางธนาคาร และเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ สอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่ 2 ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และส่วนที่ 3 เรื่องเงินว่าได้มาอย่างไร ซึ่ง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ประสานให้ตำรวจ บก.ปปป. และ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้ามาร่วมตรวจสอบ ส่วนธนบัตร 12 ล้านบาท ตำรวจจะต้องตรวจลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอเพิ่มเติม ธนบัตรออกมาจากธนาคารกสิกรไทยที่เดียว ผู้แสดงตนเป็นเจ้าของมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ ตำรวจจะนำข้อเท็จจริงจากธนาคาร และ พฐ. มาเทียบเพื่อยืนยันอีกครั้ง

ส่วนภาพกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบว่าไม่สามารถบันทึกได้ นอกจากนี้ยังเรียกพยานมาสอบเพิ่มเติมอีกหลายปาก ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่พบเงิน ในส่วนจะเชื่อมโยงถึงใครจะขอดูข้อมูลจากธนาคารก่อน

พรุ่งนี้ (9 มิ.ย.) สอบสวนกลางประชุม 3 หน่วย หาที่มาเงิน 12 ล้าน
มีรายงานว่า เวลา 14.00 น. วันพรุ่งนี้ (9 มิ.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ จะเรียกประชุม 3 หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยประเด็นในการประชุมเป็นส่วนของการตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินจำนวน 12 ล้านบาท.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...