โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักจัดการข้าวของคนแก่ อาชีพใหม่เพื่อช่วยคนแก่ที่ไม่รู้จะจัดการข้าวของเองยังไง

the Opener

เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 04.53 น. • The Opener

Libertus Machinus

เวลาเราพูดถึง "นักจัดการของในบ้าน" เราอาจนึกถึง "มาริเอะ คนโดะ" และสานุศิษย์ ที่เป็นมือโปรด้านการจัดระเบียบของในบ้านให้เรียบร้อย รวมถึงทิ้งของที่ "ไม่สปาร์คจอย" โดยแนวทางพวกนี้เป็นแนวทางการจัดของในบ้านที่คน Gen Y และ Gen X นิยมกัน

อย่างไรก็ดี คนรุ่น Baby Boomer มีความต้องการที่ต่างออกไป

คนรุ่นนี้จำนวนมาก ไม่ได้ต้องการหยิบของแต่ละชิ้นมาแล้วถามความรู้สึกตัวเอง แต่หลายคนมีความชัดเจนว่าอยากจะ "กำจัด" บางอย่างแน่ๆ แต่ประเด็นคือ "ไม่อยากทิ้ง" อยากขายให้ได้ราคา แต่ไม่รู้จะขายใคร เพราะไม่มีประสบการณ์ในการขายของมือสอง

ลองนึกภาพ ตายาย Baby Boomer อายุ 70 ปีกว่า ลูกโตหมดแล้ว อยู่บ้านสองชั้นหลังใหญ่แบบที่อยู่ได้ 4 คน แต่มันไม่มีความจำเป็นแล้ว เลยอยากอยู่บ้านหลังเล็กลง มีชั้นเดียว จะได้ดูแลง่ายขึ้น และไม่ต้องขึ้นลงบันได และส่วนต่างของราคาบ้านเก่ากับใหม่ก็จะได้เป็นเงินสำรองในยุคที่ค่าครองชีพทะยานขึ้น

ติดอยู่เรื่องเดียวและเรื่องใหญ่ด้วยคือ ของเต็มบ้าน ไหนจะเป็น ชุดจานชามและเครื่องครัวของคุณยาย คอลเลคชั่นหนังสือและเครื่องมือช่างของคุณตา สารพัดเฟอร์นิเจอร์ในบ้านที่คนไม่ไปแตะจนฝุ่นจับ ยังไม่นับของจุกจิกที่สืบทอดมาจากรุ่นพ่อแม่คุณตาคุณยายอีก

ของพวกนี้ไม่ได้เก็บมาแค่ปีสองปี แต่เก็บมาทั้งชีวิต แน่นอนมันมีความผูกพัน แต่ตนก็ยอมรับว่าดูแลไม่ไหว หลายๆ อย่างถ้าขายได้ราคาดีก็ไม่อยากเกี่ยง ปัญหาคือไม่รู้จะขายใครยังไง มันจุกจิกไปหมด แก่ขนาดนั้นไม่อยากปวดหัว

นี่เลยทำให้ปัญหา"ของเต็มบ้าน" มันคาราคาซัง และหลายครั้งลูกหลานก็ต้องจัดการต่อหลังพ่อแม่ตาย แต่มันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น เมื่อ "กลไกตลาด" จัดการปัญหานี้ได้อีกครั้งในอเมริกา

เนื่องจากปัญหาที่ว่ามานี้เกิดขึ้นแพร่หลายมาก มันเลยมีงานแนว"ที่ปรึกษา" แบบใหม่เกิดขึ้น ซึ่งงานนี้ก็ไม่มีชื่อชัด บางคนก็จะเรียกว่า"นักจัดการของคนแก่" หรือจะเรียก"ที่ปรึกษาด้านการย้ายบ้าน" ก็ได้ โดยมันเป็นงานที่เริ่มเกิดขึ้นแล้วในสหรัฐอเมริกาดังที่Business Insider รายงาน

ตัวงานของงานนี้คือ ลงไป "จัดการ" กับ "ข้าวของ" ของคนแก่ในบ้าน ให้จำนวนของน้อยลงอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด หรือจะบอกว่าเป็นงานสไตล์ "มาริเอะ คนโดะ" สำหรับคนรุ่น Baby Boomer ก็ได้ ซึ่งที่ใช้สไตล์มาริเอะ คนโดะ และสานุศิษย์ไม่ได้ เพราะความต้องการของคนแก่แบบแก่เลย ต่างจากคนวัยทำงานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแนวคิดนี้

งานของ "นักจัดการของคนแก่" แน่นอนบางส่วนคาบเกี่ยวกับงานแบบ "มะริเอะ คนโดะ" คือ ช่วยให้คนคิดตันสินใจว่าจะทิ้งอะไร โดยจะไปเน้น "เก็บความทรงจำเอาไว้ แต่เอาสิ่งของออกไป" เพราะสำหรับคนแก่ ของทุกชิ้นมีความทรงจำ แต่มันเก็บไว้ต่อไปไม่ได้ ก็ต้องมีวิธี "จัดการ" นอกจากนั้น ลักษณะงานที่เฉพาะของนักจัดการของคนแก่ คือ การจัดการพื้นที่ให้เหมาะแก่อาการอยู่อาศัยของคนแก่ด้วย อาจรวมถึงการทำทางเดินให้ไม่ลื่น การเพิ่มแสงไฟ รวมถึงราวจับด้วย เพราะคนแก่ๆ นี่ล้มไปที เรื่องใหญ่

พูดง่ายๆ คือเป็นทั้ง "มาริเอะ คนโดะ" เป็นทั้งนักจิตวิทยา เป็นทั้งมัณฑนากร และเป็นทั้งนายหน้าค้าของเก่า รวมกันในคนเดียวเลยสำหรับงานลักษณะนี้ โดยปกติค่าจ้างก็จะเป็นแนว "ที่ปรึกษา" คือ คิดเป็นชั่วโมง โดยเรตจะอยู่ประมาณ 1,200-2,500 บาทต่อชั่วโมง ซึ่งค่าจ้างต่องานทั่วไปคือประมาณ 30,000-100,000 บาท โดยทั่วไปการรับคำปรึกษาคือจะอยู่ประมาณ 36 ชั่วโมง

แน่นอน งานแบบนี้ดูเหมือนไม่มีอะไรเลย"ทำเองก็ได้" สำหรับคนอายุน้อยๆ รายได้น้อยก็อาจงงว่าทำไมต้องเสียเงินเป็นหมื่นเพื่อจ้างคนมาบอกว่าอะไรในบ้านควรทิ้งบ้าง ทั้งที่คนแก่วัยเกษียณก็มีเวลาทั้งวัน? แต่ในความเป็นจริง งานยากของคนแก่ คือ การหาที่ขายของที่"มีราคา" แน่ๆ คือ รู้ว่ามีราคา แต่หาผู้ซื้อไม่เจอ หาเองก็ลำบาก ซึ่ง "มือโปร" เค้าเห็นก็จะนึกออกเลยว่าขายใครหรือที่ไหนดี หรือบางทีอาจประเมินราคาได้ด้วย

แต่ก็แน่นอน งานพวกนี้ไม่ใช่การคัดของเก่าๆ มาขาย แบบที่เราเห็นในเรียลลิติ้โชว์สมัยก่อนอย่างWarehouse Wars เท่านั้น แต่มันเป็นการทั้งจัดพื้นที่ที่ของพวกนี้หายไป รวมถึงการดูแลจิตใจคนที่มีความทรงจำกับของเหล่านี้ด้วย ดังนั้น มันเป็นงานที่ซับซ้อน ที่คนที่สามารถจัดการมันได้อย่างราบรื่นนี่ก็ต้องเรียกว่ามีทักษะครบเครื่องพอควร

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ คนที่ทำงานแบบนี้ มักจะมีอายุพอควร เรียกว่าต่ำกว่า 50 นี่ไม่ค่อยเห็น และคนที่อายุเกิน 60 ทำงานนี้ก็เป็นปกติ เพราะมันต้องวัยแบบนั้นแหละที่จะเริ่มเข้าใจว่าการ "จัดการของ" ของคนแก่มันเป็นคนละเรื่องกับการจัดการของของคนหนุ่มสาว และจริงๆ นี่ก็เป็นการตอบโจทย์การหางานด้านบริการของคนแก่ในยุคที่ไม่คิดจะเกษียณกันตอน 60 ปีแล้วด้วย เพราะมันต้องมีอายุระดับหนึ่งจริงๆ ถึงจะเหมาะกับงานแบบนี้

อ้างอิง
How an entrepreneur found her niche: Boomers who need to get rid of their stuff

อ่านบทความอื่นๆ ของผู้เขียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...