โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ช้างไทย” สินค้าส่งออกสมัยอยุธยา ที่ยุคเฟื่องฟูส่งออกถึง 300 เชือกต่อปี

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 04.20 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 00.21 น.
เพนียดคล้องช้างอยุธยา ภาพจากหนังสือ

“ช้างไทย” ในอดีตมีอยู่ชุกชุมในป่าทั่วประเทศ ช้างที่มีลักษณะมงคลตามตำราคชลักษณ์จะเลือกให้เป็นช้างทรงหรือช้างต้นของพระมหากษัตริย์ ตัวที่คุณสมบัติด้อยลงมาพระราชทานให้เจ้านาย/ขุนนาง ช้างลักษณะดีจึงมักถูกเลี้ยงอยู่ในเมืองหลวงหรือหัวเมืองสำคัญๆ โดยมีกฎระเบียบระบุจำนวนช้างในครอบครองตามฐานะไว้อย่างเข้มงวด

เพราะช้างมีประโยชน์ครบเครื่อง ในการสงคราม ช้างศึกใช้เป็นพาหนะของแม่ทัพนายกองและออกรบ ส่วน ช้างป่าจะได้รับการฝึกปรือเพื่อใช้ลากปืนใหญ่ ขนสัมภาระและเสบียงอาหาร นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ราชสำนักเข้ามาควบคุมการค้าช้างอย่างเข้มงวด

ช้างไทยสินค้าส่งออก

การค้าช้างมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่ยังเป็นการค้าในวงจำกัด ระหว่างชุมชนหรือเมืองที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกันนัก ด้วยเป็นสัตว์ใหญ่การขนส่งลำเลียงจึงค่อนข้างยุ่งยาก แต่สมัยอยุธยาการค้าช้างได้ขยายตัวกลายเป็นสินค้าส่งออกข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังดินแดนที่ห่างไกลออกไป

การค้าขายช้างน่าจะเริ่มมีขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถหรือรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ซึ่งเป็นช่วงเวลาบ้านเมืองสงบสุขปราศจากศึกสงครามใหญ่ และเจริญถึงขีดสุดในสมัยราชวงศ์ปราสาททอง

แต่สมัยอยุธยาช้างไม่ใช่สินค้าที่ใครจะใคร่ค้าได้ เพราะพระมหากษัตริย์ทรงสงวนสิทธิ์การค้าช้างเพียงพระองค์เดียว และไม่ทรงอนุญาตให้ผู้ใดทำการค้านี้

หนังสือ “สำเภากษัตริย์สุไลมาน” บันทึกการเดินทางของคณะทูตอิหร่านที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กล่าวว่า “ช้างเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอย่างหนึ่งของสยาม ทุกปีพระมหากษัตริย์จะทรงจัดให้มีการคล้องช้าง โดยแต่ละครั้งจะจับช้างได้ราว 200-400 ตัว ช้างส่วนหนึ่งจะถูกฝึกให้เชื่องเพื่อใช้งานและส่งขาย”

นอกจากราชสำนักจะจับช้างเองแล้ว ยังอนุญาตให้ชาวบ้านจับช้างป่ามาใช้งานได้ แต่ต้องอยู่ในความควบคุมของทางราชการ ช้างบางเชือกยังถูกส่งมาเป็นค่าภาคหลวงแทนภาษีของราษฎรที่จ่ายให้แก่ราชสำนัก ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้ราชสำนักได้ช้างมาไว้ใช้และส่งออก โดยกรมคชบาลมีการฝึกช้าง ก่อนที่จะส่งออกไปจำหน่าย เพื่อไม่ให้ช้างตื่นระหว่างการขนส่ง

ตลาดค้าช้าง

ตลาดค้าช้างใหญ่ที่สุดคือบริเวณรอบอ่าวเบงกอล ส่วนเมืองท่าหลักที่ส่งออกช้างจากสยามมีอยู่ 2-3 จุด คือ เมืองทวาย, มะริด, ตะนาวศรี และตรัง จากเมืองท่าเหล่านี้ ช้างจะถูกลำเลียงไปยังเมืองท่าฝั่งตะวันออกของอินเดีย โดยมีตลาดรับซื้อใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ เมืองท่าของอาณาจักรเบงกอล และเมืองท่าแถบชายฝั่งโคโรแมนเดล

คุณลักษณะพิเศษของช้างจากสยามเป็นที่ถูกใจของลูกค้า เพราะฉลาด, ฝึกฝนง่าย, แข็งแรงอดทน, บรรทุกสัมภาระได้มาก ทั้งยังเหมาะกับภูมิอากาศของแคว้นต่างๆ ในอินเดีย เช่นป่าฝนเขตร้อนของเบงกอลเป็นต้น

ข้อมูลจาก “สำเภากษัตริย์สุไลมาน”ระบุว่า ราคาช้างในสยามตกอยู่ราวเชือกละ 20-25 ปอนด์อังกฤษ แต่ถ้าหากช้างรอดชีวิตจากการเดินทางและนำไปขายยังต่างประเทศจะได้ราคาถึง 100 ปอนด์ โดยสมัยสมเด็จพระนารายณ์ปีหนึ่งส่งออกช้างไทยราว 300 เชือก

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ดร. จุฬิศพงศ์ จุฬารัตน์. “ช้างเป็นสินค้า ค้าช้างสมันอยุธยา” ใน, ศิลปวัฒนธรรม มกราคม 2547

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 พฤษภาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ช้างไทย” สินค้าส่งออกสมัยอยุธยา ที่ยุคเฟื่องฟูส่งออกถึง 300 เชือกต่อปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...