โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ไทย โต้เดือด! สวน “กัมพูชา”ไม่มีการยิง-กระสุนตกใกล้ปราสาทพระวิหาร

INN News

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 01.33 น. • INN News

ไทย โต้เดือด! สวน "กัมพูชา" กล่าวหาสร้างความเสียหายปราสาทพระวิหาร ชี้ ห่าง 2 กม. เป็นไปไม่ได้ เตรียมยื่นหนังสือชี้แจง UNSC ลั่น ละเมิดศีลธรรมขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยยืนยันว่าเหตุปะทะที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 2568 นั้น ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่มเปิดฉากโจมตีก่อน ขณะนี้ยังคงมีการปะทะประปรายในพื้นที่แนวชายแดนหลายจังหวัด โดยเฉพาะใน จ.ศรีสะเกษ และ จ.สุรินทร์

ไทยได้เริ่มปฏิบัติการเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ตกค้างในพื้นที่สาธารณะ เช่น บริเวณปั๊มน้ำมันในอำเภอกันทรลักษณ์ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมเน้นย้ำว่าไทยดำเนินการทุกอย่างตามหลักกฎหมาย ระหว่างประเทศ และใช้สิทธิป้องกันตนเองภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และศีลธรรมขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ที่ไม่อาจยอมรับได้ โดยเหตุปะทะยังเกิดขึ้นกระจายในจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี พร้อมเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงอย่างเร่งด่วน

นายนิกรเดช กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ของกัมพูชาออกแถลงการณ์กล่าวหากองทัพไทยว่า โจมตีจนสร้างความเสียหายแก่ปราสาทเขาพระวิหารว่า เป็นข้อกล่าวหาที่ "ไร้มูลความจริง" เนื่องจากจุดปะทะเกิดขึ้นที่ห้วยตามาเรียและภูมะเขือ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวปราสาทถึง 2 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ไม่มีการยิงหรือกระสุนตกใกล้ตัวปราสาทโดยตรง และหลังจากนี้ไทยจะจัดทำหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อองค์การยูเนสโก้ รวมถึงตอบโต้ข้อกล่าวหาต่อประชาคมโลก

กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือประท้วงไปยังรัฐบาลกัมพูชาแล้ว พร้อมทั้งลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตเบื้องต้น และยื่นหนังสือถึงเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) เพื่อแจ้งสถานการณ์อย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ได้ยื่นหนังสือถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จากประเทศปากีสถาน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง และขอให้เวียนเอกสารดังกล่าวให้สมาชิก UNSC ทั้ง 15 ประเทศทราบโดยทั่วกัน

ส่วนความเป็นไปได้ที่กัมพูชาจะนำประเด็นนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) นายนิกรเดช ระบุว่า “เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับ UNSC และแม้ไทยจะไม่ได้รับอำนาจของศาลโลก แต่ก็เตรียมการด้านกฎหมายไว้ อย่างรัดกุม มีที่ปรึกษานักกฎหมายระหว่างประเทศหลายคนที่ทำงานร่วมกับกรมสนธิสัญญาอย่างละเอียด พร้อมย้ำด้วยว่า การปะทะนี้ คือ ปัญหาระดับรัฐ ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างประชาชนไทยกับประชาชนกัมพูชา และขอให้ทั้งสองฝ่าย แยกแยะเรื่องนี้อย่างมีสติ ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักสันติวิธีและการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...