โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฉ ‘เขมร’ งัดอาวุธเด็ด RM-70 ขนาด 122 มม. อานุภาพทำลายล้างแรงกว่า BM-21

เดลินิวส์

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 04.03 น. • เดลินิวส์
ทำความรู้จัก RM-70 ขนาด 122 มม.

จากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ (24 ก.ค.) ทหารกัมพูชา เปิดฉากใช้จรวด BM-21 โจมตีเป้าหมายพลเรือน 11 พื้นที่ ทำให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เสียชีวิต 12 ราย บาดเจ็บอีก 20 ราย โดยได้เร่งอพยพชาวบ้านที่เหลือเข้าหลุมหลบภัย

ทำความรู้จักจรวด ‘BМ-21’ อาวุธเขมร เปิดศักยภาพยิงไปได้ไกลขนาดไหน

ล่าสุด ช่วงเช้าของวันนี้ ฝ่ายทหารกองทัพกัมพูชา ได้เปิดฉากยิงอีกครั้ง โดยใช้จรวดหลายลำกล้อง RM-70 ขนาด 122 มม. (MLRS) ระดมยิง ซึ่งมีอานุภาพทำลายล้างมากกว่า BM-21

สำหรับเครื่องยิงจรวด RM-70 ระบบยิงจรวดหลายลำกล้อง RM-70 ขนาด 122 มม. (MLRS) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "จรวดหลายลำกล้อง" เป็นระบบอาวุธที่พัฒนาโดยเชโกสโลวาเกีย โดยมีพื้นฐานมาจากระบบ BM-21 Grad แต่มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ระบบนี้สามารถยิงจรวดขนาด 122 มม. ได้หลายนัดพร้อมกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อโจมตีพื้นที่ขนาดใหญ่

RM-70 มีลักษณะสำคัญดังนี้

ระบบขับเคลื่อน : ใช้รถบรรทุก Tatra 813 8x8 เป็นฐาน
จรวด : ใช้จรวดขนาด 122 มม. ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป
จำนวนลำกล้อง : มี 40 ลำกล้องสำหรับยิงจรวด
ระยะยิง : สามารถยิงได้ไกลถึง 20 กิโลเมตร หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของจรวด
ความสามารถในการยิง : สามารถยิงจรวดทั้งหมด 40 นัดได้ภายในเวลาอันสั้น

ส่วนความแตกต่างจากระบบ BM-21 Grad ดังนี้

โครงสร้าง : RM-70 มีความแข็งแรงและทนทานกว่า BM-21 Grad
ระบบบรรจุจรวด : RM-70 มีระบบบรรจุจรวดอัตโนมัติ ช่วยให้สามารถบรรจุจรวดใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
ความคล่องตัว : RM-70 มีความคล่องตัวในการใช้งานมากกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...