สาวจีนมีอาการ หน้าเป็นอัมพาต-ปากเบี้ยว หลังงีบหลับ แพทย์เผยสาเหตุจากพัดลม
สาวจีนแชร์อุทาหรณ์ มีอาการหน้าเป็นอัมพาต-ปากเบี้ยว หลังงีบหลับ แพทย์เผยสาเหตุมาจาก นอนเป่าพัดลม
ตามรายงานของสำนักข่าว Jiupai หญิงสาวรายหนึ่งนามสมมติว่า ชี อายุ 25 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ ได้ประสบเหตุการณ์ไม่คาดคิดหลังจากงีบหลับตอนบ่ายในห้อง โดยเธอกล่าวว่า ตนเองเปิดพัดลมในโหมดหมุนลมเบา ๆ ในช่วงพักกลางวันที่บ้าน หลังจากหลับลึกเป็นเวลา 3 - 4 ชั่วโมง
เมื่อเธอตื่นขึ้นมาพบว่า การใช้พัดลมไฟฟ้าที่ดูเหมือนไม่เป็นอันตราย อาจนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพ โดยเธอมีอาการปากเบี้ยวไปข้างหนึ่ง และตาข้างขวาหลับไม่ลง จากนั้นวันรุ่งขึ้น เธอยิ่งมีอาการแย่ลง โดยครึ่งหนึ่งของใบหน้าเกิดการผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด การรับประทานอาหารและการพูดคุยก็ประสบปัญหาต่างๆ
เมื่อเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัมพาตใบหน้า ซึ่งเมื่อเล่าถึงกระบวนการรักษา ผู้ป่วยกล่าวว่า เธอต้องใช้วิธีการรักษาหลายแบบรวมกัน เช่น การฝังเข็ม การประคบยา การใช้ยาในและกายภาพบำบัด อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรก การใช้ชีวิตประจำวันก็กลายเป็นความท้าทาย"น้ำและอาหารไหลรั่วออกจากปากอย่างต่อเนื่อง ครึ่งหนึ่งของใบหน้าฉันควบคุมไม่ได้" ในการอธิบายสาเหตุของอาการดังกล่าว
นายแพทย์หวัง เซียวฟง รองผู้อำนวยการแผนกประสาทวิทยาของโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่ง กล่าวว่า "การสัมผัสโดยตรงกับลมเย็นจากพัดลมไฟฟ้าหรือเครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน อาจทำให้หลอดเลือดและเส้นประสาทใบหน้าหดตัว นำไปสู่การขาดเลือดเฉพาะที่ บวม กดทับเส้นประสาท และส่งผลให้เกิดอัมพาตใบหน้า"
"อากาศเย็นไม่เพียงเป็นตัวกระตุ้นทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังทำให้ภูมิต้านทานลดลง สร้างสภาวะให้ไวรัสที่แฝงอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะไวรัสเฮอร์ปิส กลับมาออกฤทธิ์และทำให้เกิดการอักเสบของเส้นประสาทใบหน้า"นายแพทย์หวัง เซียวฟงกล่าวเพิ่มเติม
ไม่เพียงแต่คนหนุ่มสาวเท่านั้น นายแพทย์หยู โจวเหว่ย หัวหน้าแผนกประสาทวิทยา ยังชี้ให้เห็นว่าหญิงตั้งครรภ์เป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นอัมพาตใบหน้า โดยมีอัตราการเกิดสูงกว่าปกติ 3 เท่า ความเสี่ยงนี้สูงเป็นพิเศษใน 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์และสัปดาห์แรกหลังคลอด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบภูมิคุ้มกันที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญก็ให้ความมั่นใจว่า หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันเวลา ประมาณ 70% ของผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตใบหน้าไม่ทราบสาเหตุ สามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์ภายใน 3 - 6 เดือน
การใช้พัดลมและเครื่องปรับอากาศอย่างไรให้หลีกเลี่ยงอัมพาตใบหน้าและปากเบี้ยว? โดยประชาชนไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นจัด ต้องรักษาความอบอุ่นของศีรษะ ใบหน้า คอ หลีกเลี่ยงลมเย็นหรือการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิร่างกายอย่างกะทันหัน เมื่ออยู่ในแสงแดดร้อนแรงก็ไม่ควรเข้าห้องแอร์ทันที ควรเช็ดเหงื่อให้แห้ง พักสักครู่แล้วจึงเข้าไปในห้องเย็น ๆ
สำหรับพัดลมให้ระวัง ไม่ให้พัดลมเป่าโดยตรงเข้าใส่ตัว ไม่ควรเปิดระดับแรง ควรมีช่วงหยุดพัก 15 - 20 นาที หลังจากเปิดพัดลมต่อเนื่องหลายชั่วโมง อีกทั้งยังควรนอนไปในทิศทางเดียวกับการเป่าของพัดลม หลีกเลี่ยงการให้พัดลมเป่าต่อเนื่องเข้าใส่ส่วนคงที่ของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณศีรษะและใบหน้า
นอกจากนี้ ควรนั่งให้ห่างและให้พัดลมหมุนไปทุกทิศทางอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ใช้ไม่ควรใช้พัดลมทันทีเมื่อร่างกายเหงื่อออกมาก หลังจากออกกำลังกายหรือขณะที่ร่างกายกำลังเหงื่อออกมาก รูขุมขนและหลอดเลือดกำลังขยายตัว หากเจอลมแรงจากพัดลมเป่าโดยตรงเข้าใส่ตัว จะทำให้หลอดเลือดหดตัวอย่างกะทันหัน
พร้อมทั้งอาจจะสูญเสียสมดุลของกระบวนการผลิตความร้อนและการคายความร้อนของร่างกาย ทำให้เกิดความเมื่อยล้าและเวียนหัว นี่ยังเป็นโอกาสให้ไวรัสและแบคทีเรียที่เป็นอันตรายเข้าไปทำให้เกิดโรค ดังนั้น ควรใช้ผ้าแห้งเช็ดเหงื่อให้หมด แล้วจึงเปิดพัดลมจากระยะไกลเพื่อให้เย็นลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวจีนมีอาการ หน้าเป็นอัมพาต-ปากเบี้ยว หลังงีบหลับ แพทย์เผยสาเหตุจากพัดลม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th