หุ้นไทยภาคเช้า ปิดลบ 4.05 จุด เผชิญแรงขายกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์กดดัน-PPI จีนติดลบมากกว่าคาด
หุ้นไทยภาคเช้า วันที่ 9 ก.ค. ปิดที่ 1,111.60 จุด ลดลง 4.05 จุด มูลค่าซื้อขายราว 16,239 ล้านบาท แกว่งออกข้างกรอบจำกัดไร้ปัจจัยใหม่ ขณะที่ตัวเลข PPI จีนติดลบมากกว่าคาดเป็นประเด็นกดดันเพิ่มเติมจากมาตรการภาษีสหรัฐ โดยเช้านี้กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เผชิญแรงขายจากความกังวลผลกระทบนโยบาย "ทรัมป์" อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามความสามารถการแข่งขันของไทยในระยะถัดไปจากข้อสรุปการเจรจาของแต่ละประเทศ
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดช่วงเช้าวันนี้ 9 กรกฎาคม ที่ระดับ 1,111.60 จุด ลดลง 4.05 จุด (-0.36%) มูลค่าการซื้อขายราว 16,254 ล้านบาท
ช่วงเช้ามีการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) 5 หลักทรัพย์ 5 รายการ พบ JD80 มีมูลค่าสูงสุด 53 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 5.30 บาท
นายณรงค์เดช จันทรไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไอร่า กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ดแกว่งบวก-ลบสลับกันทิศทางออกด้านข้างในกรอบจำกัดไร้ปัจจัยใหม่หนุน โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีนออกมาติดลบมากกว่าคาดเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากประเด็นมาตรการภาษีการค้าสหรัฐ ล่าสุดนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศจะเก็บภาษีนำเข้าทองแดงถึง 50% ทำให้ Sentiment โดยรวมไม่เอื้อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
กลุ่มที่กดดันหลัก คือ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ DELTA HANA KCE หลังเมื่อวานราคาไม่เปลี่ยนแปลงมาก โดยกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า เนื่องจากไทยส่งออกสินค้าหลักคือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไปยังสหรัฐ ทั้งนี้คงต้องติดตามความสามารถในการแข่งขันระยะถัดไปจากข้อสรุปการเจรจากับสหรัฐเพื่อกำหนดอัตราภาษีของไทยและประเทศคู่แข่งทางการค้าสำคัญ
ขณะที่ช่วงเช้าวันนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า GDP ไทยครึ่งปีหลังปี 68 อาจโตชะลอเหลือ 1.6% แต่ถือว่ายังสูงกว่าที่หลายสำนักคาดการณ์ ต้องติดตามต่อไปว่าแต่ละสำนักจะปรับประมาณการ GDP ไปอย่างไร
แนวโน้มช่วงบ่าย คาดตลาดแกว่งอิงทางลง แต่ได้ซึมซับประเด็นลบไประดับหนึ่งแล้ว และตลาดยังคาดหวังการเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐจะได้ข้อสรุปที่ดี ทำให้ดาวน์ไซด์มีไม่มากแต่อัพไซด์ก็ยังจำกัด ให้กรอบแนวรับ 1,107 จุด ถัดไป 1,100 จุด และแนวต้าน 1,120 จุด